ว่าด้วยเรื่องซุปกันดีกว่า

หลายคนบอกว่าชีวิตป.เอก ขึ้นอยู่กับอาจารย์ที่ปรึกษา (supervisor ขอเรียกสั้น ๆ ว่า ซุปล่ะกันนะคะ) เลือกซุปก็เหมือนเลือกคู่ชีวิต ถ้าเข้ากับซุปได้ก็ดีไป ถ้าผิดใจกับซุปขึ้นมาล่ะก็ ตัวใครตัวมันล่ะกัน  

ครั้งที่เรามาสอบสัมภาษณ์เพื่อเข้าป.เอกนั้นคือครั้งแรกที่เราได้เจอซุปและรู้สึกประทับใจ ซุปเป็นคนที่พูดจาตรงไปตรงมา ดีก็ว่าดี ไม่ดีก็ว่าไม่ดี ไม่มีปากหวานเข้าใส่ หลายคนอาจไม่ชอบซุปทำนองนี้ แต่เราคิดว่าซุปคนนี้เหมาะกับเรามาก ทำงานกับซุปมาได้หนึ่งปี ยังไม่เคยรู้สึกเสียใจที่เลือกซุปคนนี้ แม้ว่าเราจะยังไม่มีผลงานตีพิมพ์ และงานวิจัยจะยังไม่คืบหน้าไปไหน แต่สิ่งที่ได้รับมาเต็ม ๆ คือ ความเป็นอิสระในการทำงาน  

ซุปบางคนต้องการให้งานวิจัยเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ก็จะวางแผนการทดลองให้นักเรียนป.เอกทำโน่นทำนี่ เพื่อไปถึงจุดหมายที่วางไว้ เมื่อครั้งเราเริ่มป.เอกใหม่ ๆ เรายังไม่มีความรู้และประสบการณ์ ซุปจึงบอกว่าเราน่าจะทำอันนี้อันนั้นเพื่อเป็นแนวทางให้เราเริ่มต้น เวลาผ่านไปเรากลับมีความคิดของเราเองที่อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับซุปบ้าง ทีแรกก็ไม่มั่นใจว่าซุปจะยอมรับหรือไม่ เพราะได้ยินมาเยอะว่าอย่าเถียงหรือมีปัญหากับซุป แต่เราตัดสินใจบอกซุปไปว่าเราจะไม่อยากทำสิ่งที่ซุปบอก และเราอยากจะทำในสิ่งที่เราคิด ตอนแรกก็นึกว่าซุปจะไม่พอใจ ที่ไหนได้ ซุปกลับบอกเราว่า 

Remember one thing. I’m NOT your boss. I’m your supervisor. You don’t need to do whatever I’ve told you. It’s the right way that you want to create your own work. My job is to advise you and treat you to be independent.  

พูดง่าย ๆ ก็คือซุปอยากให้เราคิดแนวทางวิจัยเองโดยที่ไม่ต้องคอยทำตามที่ซุปบอก ให้เรามีความคิดที่เป็นอิสระในการทำงานและซุปจะเพียงแค่คอยแนะนำเท่านั้นจากวันนั้นถึงวันนี้ ซุปไม่เคยบอกว่าให้เราทำอะไร แต่จะถามว่าเรากำลังทำอะไร เพราะอะไร ผลเป็นอย่างไร แล้วเราจะทำอะไรต่อ และเราเองก็กล้าที่จะเสนอความเห็นพร้อมเหตุผลสนับสนุนความเห็นเราให้ซุปฟัง เชื่อมั้ยว่าเคยเถียงกับซุปจนถึงขั้นซุปทุบโต๊ะมาแล้ว ฮ่า ๆ แต่สุดท้ายก็ลงเอยกันด้วยดี เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับเหตุและผลถ้าเหตุผลซุปดีกว่าเราก็จะเห็นด้วย แต่ถ้าเหตุผลเรามากกว่า ซุปก็จะบอกว่า It’s reasonable. Go ahead. อิอิ 

อีกสิ่งหนึ่งที่เราประทับใจซุปคนนี้ คือซุปไม่เคยหวังว่าผลการทดลองเป็นกอบเป็นกำ สิ่งที่ซุปบอกเราเสมอนั่นคือ You are PhD student, NOT technician. The most important thing is the way you think. ระบบความคิดเรานั้นสำคัญที่สุด ถ้าช่วงไหนเราทำการทดลองเยอะไป ซุปจะบอกให้หยุดแล้วไล่ให้ไปอ่านหนังสือ อ่านงานวิจัย ผลงานตีพิมพ์ แล้วอยู่นิ่ง ๆ คิดเยอะ ๆ ก่อนที่จะทำการทดลองต่อไป

แต่ซุปก็ไม่ใช่เล่น ๆ นะ เพราะไม่ได้ให้อ่านเฉย ๆ อ่านแล้วให้เขียนสรุปแนวความคิดส่งซุปด้วย แรก ๆ ก็เบื่อที่ต้องอ่านและเขียนรายงาน แต่เวลาผ่านไปจึงรู้ว่า ความรู้สะสมจากการอ่าน มันทำให้เราเข้าใจงานทดลองได้มากกว่าที่คิดจริง ๆ เฮ้อ ว่าแล้วก็เหนื่อย ถึงแม้มันจะดีขึ้น แต่ก็ยังไปได้ไม่ไกลสักเท่าไหร่ 

ถึงตอนนี้หนึ่งปีผ่านไป อาจจะยังตอบไม่ได้ซะทีเดียวว่าเราได้อะไรมาบ้าง ผลงานการทดลองก็ยังน้อยนิด แต่ที่แน่ ๆ เราได้ความรู้ในงานที่ทำ ได้พัฒนาความคิดให้เป็นระบบ มีความกล้าที่จะวิจารณ์งานวิจัย และสำคัญที่สุดคือมีความมั่นใจในงานของตัวเอง ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาเราคนนี้ล่ะค่ะ ^___^