19 พฤศจิกายน 2550
สวัสดีครับชาว Blog และน้อง ๆ เทพศิรินทร์โดยเฉพาะชาว Knowledge Camping รุ่นที่ 9 เมื่อวันก่อนพี่จีระได้พบกับน้อง ๆ เทพนนท์หลายคนและถูกทวงถามเรื่องการบ้าน วันนี้พี่จีระก็เลยขอฝากการบ้านเอาไว้ 2 ข้อ ข้อแรกคือ "การเข้าร่วมเรียนรู้ในโครงการ Knowledge Camping รุ่นที่ 9 นี้ได้ประโยชน์อะไรบ้าง?" และข้อที่ 2 คือ "หลังจากจบโครงการไปแล้วแต่ละคนจะนำความรู้ที่ได้ไปทำอะไรต่อไปที่เป็นรูปธรรม?"
ก็ขอฝากการบ้านให้น้อง ๆ ทุกคนไปคิดต่อและส่งคำตอบมาแลกเปลี่ยนความรู้กันที่นี่นะครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
.......................................................................................................
22 ตุลาคม 2550
สวัสดีครับชาว Blog และน้อง ๆ เทพศิรินทร์ ทุกคน ผมขอแสดงความยินดีสำหรับนักเรียนเทพศิรินทร์รุ่น 9 ที่มีโอกาสมาร่วม กิจกรรมค่ายเยาวชนเทพศิรินทร์ หรือ Knowledge Camping ครับ สำหรับการจัด Knowledge Camping นั้น จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และสำหรับครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 จัดขึ้นในวันที่ 22-25 ตุลาคม 2550 นี้ ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ กรุงเทพฯ และ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ ครับ
ผมอยากให้น้อง ๆ นึกให้ดีว่า KC คืออะไร เกิดมาได้อย่างไร มีประโยชน์อย่างไรส่วนประเด็นสำคัญที่ผมอยากฝากไว้สำหรับ Knowledge Camping คือ การเรียนแบบ Informal แต่จะช่วยให้การเรียนแบบ Formal ง่ายขึ้น และจุดที่สำคัญที่สุด คือ
· จะเรียนเพื่ออะไร
· เรียนไปแล้วจะทำอะไรให้เป็นคนไม่รกโลก ในอนาคต
· เมื่ออายุ 50 จะมีความรู้อยู่รอดหรือไม่และเมื่อได้ความคิดครั้งนี้แล้ว
· ไปเล่าให้พ่อแม่ฟัง
· ไปเล่าให้พี่น้องฟัง
· ไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนว่าได้พบอะไร และปรับพฤติกรรมของตัวเองให้ดีกว่าเดิม
และเช่นทุกครั้งครับ เพื่อเป็นการเปิดชุมชนของการแลกเปลี่ยนความรู้ ผมจึงได้เปิด Blog นี้ขึ้น และเชิญชวนให้น้อง ๆ ทุกคน เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นใน Blog นี้ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
กราบเรียนพี่จิระที่เคารพ กระผมเป็นเด็กที่พึ่งผ่านค่าย knownledge camping ครั้งที่9 มานะครับ ในวันนี้กระผมได้มีโอกาสมาพบบลอกค่ายของเรา จึงอยากจะมาขอบคุณพี่สมาคมนักเรียนเก่าทุกท่านที่ได้ทำค่ายดีๆให้กับเรา กระผมมีความเห็นตรงกับพี่ที่ว่าการพัฒนาคนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ค่ายนี้ได้ทำให้ผมได้แง่คิดที่ตนไม่เคยคิดมาก่อนในหลายๆด้าน 1.อนาคตอีก10ปีข้างหน้าเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรและเราจะหาช่องทางในการหาโอกาสวิเคราห์จุดแข็งและจุดอ่อน 2.กิจกรรมวิเคราะห์หนัง และ หนังสือ ทำให้ผมได้คิดว่าในหนังมันมีมุมต่างๆให้เราศึกษา และมองไม่ ใช่เหมือนกับที่ในสังคมเรามองแต่การต่อสู้ ความรักฯลฯ ที่โฆสนาบอกเราแต่ในหนังสอนอะไรเรามากกว่านั้น ผมว่าผมคงดูหนังเป็นมากขึ้น 3.เรื่องสุดท้ายที่ผมชอบคือการวางแผนกิจกรรมต่างต่างๆที่พี่ๆได้วางขึ้นนั้นทำให้ผมรู้ว่าค่ายๆหนึ่งสามารถพัฒนาวิสัยทัสคนได้จริงๆถ้าเมื่อไหร่ผมทำค่ายได้ระดับนี้บ้างก็จะมาเล่าให้พี่ๆและเพื่อนๆชาวบลอกฟังนะครับ สุดท้ายนี้ขอให้พี่ยึดในอุดมการณ์ที่อยากจะพัฒนาคนให้ทั้งประเทศ โดยเฉพาะเทพศิรินทร์จนกว่าจะสำเร็จนะครับมีอะไรให้น้องคนนี้ได้มีโอกาสทำสิ่งดีๆเช่นพี่ๆบ้างผมจะทำโดยไม่รั้งรอเลยครับ
สวัสดีครับชาว Blog และน้อง ๆ เทพศิรินทร์โดยเฉพาะชาว Knowledge Camping รุ่นที่ 9 เมื่อวันก่อนพี่จีระได้พบกับน้อง ๆ เทพนนท์หลายคนและถูกทวงถามเรื่องการบ้าน วันนี้พี่จีระก็เลยขอฝากการบ้านเอาไว้ 2 ข้อ ข้อแรกคือ "การเข้าร่วมเรียนรู้ในโครงการ Knowledge Camping รุ่นที่ 9 นี้ได้ประโยชน์อะไรบ้าง?" และข้อที่ 2 คือ "หลังจากจบโครงการไปแล้วแต่ละคนจะนำความรู้ที่ได้ไปทำอะไรต่อไปที่เป็นรูปธรรม?"
ก็ขอฝากการบ้านให้น้อง ๆ ทุกคนไปคิดต่อและส่งคำตอบมาแลกเปลี่ยนความรู้กันที่นี่นะครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
สวัสดีค่ะพี่จีระ หนูขอตอบข้อแรกก่อนนะค่ะ สำหรับข้อที่สอง จะเข้ามาตอบอีกครั้งค่ะ จากการไปค่าย Knowledge ครั้งนี้ ช่วยปลูกฝังให้ตัวของหนูเองมีเลือดเขียวเหลืองที่มากขึ้นกว่าเดิม ในค่ายแห่งนี้ สอนให้หนูมองออกไปยังอนาคต ไม่ใช่มองเพียงวันพรุ่งนี้ สิ่งที่ได้รับมาจากค่ายนั้น มีค่ายิ่งกว่าการอ่านหนังสือหรือเรียนเพียงแค่ในตำราเรียนเพียงอย่างเดียว ค่ายแห่งนี้ได้มอบสิ่งที่หนูไม่เคยได้รับจากในโรงเรียน แม้ว่าจะเป็นการเรียนเหมือนกันก็ตาม ค่ายแห่งนี้ได้สร้างคนให้เป็นคนที่มีคุณค่าทางสังคมมีคุณค่าต่อส่วนรวม โดยที่ไม่เห็นแต่ตนเองเพียงอย่างเดียว การที่จะเป็นผู้นำได้นั้น ตัวเราควรจะนำตัวเราเองให้ได้ดีเสียก่อน และพึ่งระลึกไว้ว่า เราโง่อยู่เสมอ ต่อให้เราเรียนจนจบปริญญาเอกหรือดอกเตอร์แล้วก็ตาม เราก็ยังไม่ฉลาดอยู่ดี เพราะมันก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่เราไม่รู้ เราจึงควรจะศึกษาหาความรู้ตลอดไปจนกว่าจะหมดซึ่งลมหายใจของเรา
การไปเข้าค่ายครั้งนี้เป็นค่ายที่สร้างความประทับใจเป็นอย่างมาก และยังได้ประโยชน์มากมาย การได้รับประโยชน์นี้ที่เห็นว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นการที่ได้มีโอกาสได้พบกับท่านผู้ทรงวัยวุฒิและคุณวุฒิหลายท่านที่ได้นำประสบการณ์และแนวคิดในหลายๆด้านมาถ่ายทอดให้เราได้รับรู้และได้มีโอกาสคิดตามไปด้วย รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้สามารถซักถามได้โดยตรงทำให้แม้เป็นเรื่องยากก็สามารถเข้าใจได้ จึงสามารถนำแนวคิดและความรู้ต่างๆที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมาก เพราะความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงความรู้ที่เป็นวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นความรู้ที่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอีกด้วย ค่ายนี้สอนให้คนเป็นคนมากขึ้น ทำให้รู้สึกถึงคุณค่าของการใช้ชีวิต และเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย หลังจากการเข้าค่ายนี้แล้ว ทำให้มีความคิดหลายๆอย่างที่เปลี่ยนไป จากการที่ในแต่ละวันจะใช้ชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง ก็เริ่มคิดที่จะอยู่เพื่อสังคมและสถาบัน ได้เริ่มคิดที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคม สอนให้รู้ถึงบทบาทและหน้าที่ของตัวเอง และการใช้คุณธรรมในการดำเนินชีวิต <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> นอกจากนี้ยังสอนถึงวิธีการอยู่ร่วมกันในสังคม การทำงานร่วมกันและการอยู่เป็นหมู่คณะ ซึ่งก็นับเป็นประสบการณ์ที่มีค่าเช่นกัน ได้รู้ถึงปัญหาในการอยู่ร่วมกันของคนหมู่มาก ได้รู้จักการประนีประนอมเพื่อให้อยู่กันได้อย่างเป็นสุข และได้รู้จักการรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ยึดตัวเองเป็นหลัก ซึ้งก็เป็นพื้นฐานที่ดีในการออกไปสู่สังคมเช่นกัน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สุดท้ายนี้หนูขอขอบคุณรุ่นพี่ทุกๆท่านที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้มีโอกาสรับประสบการณ์ที่ล้ำค่าเช่นนี้ และหนูก็เชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนก็คงคิดอย่างที่หนูคิด พวกหนูจะไม่ทำให้สิ่งที่พี่ๆทุกคนมอบให้ต้องสูญเปล่า และจะทำอย่างเต็มที่ในการพัฒนาสังคมและสถาบันเท่าที่กำลังของพวกหนูจะทำได้ สำหรับในข้อที่ 2 เมื่อไหร่ที่เราทำสำเร็จพวกหนูจะตอบพี่อีกทีนะค่ะ….. ด้วยความเคารพ</p>
สวัสดีคะ พี่จีระ
หนูขอสรุปทุกอย่างของค่ายนี้เลยนะคะ
มันไม่ง่ายเลยที่จะบอกว่าได้รับสิ่งใดบ้างในค่ายนี้ ข้าพเจ้าไม่สามารถบอกได้ แต่ค่ายนี้ให้เราทุกอย่าง สอนเราทุกอย่าง ความรู้ทางวิชาการนั้นเป็นส่วนหนึ่งของค่ายเท่านั้น ค่ายสอนเราให้รู้จักโลกภายนอก เสมื่อนกับว่า เราได้เปิดกะลาของเราอออีกใบ สอนให้เราได้คิด ได้พูด กล้าที่จะมีความคิดที่แกต่าง กล้าที่จะออกนอกกรอบ แต่ในการออกนอกกรอบนั้นมันก็ต้องทำตามเงื่อนไข กฏระเบียบของสิ่งที่เราจะเผชิญกับมันด้วย เราสามารถทำตามเงื่อนไขได้โดยงานที่ออกมานั้นสามารถเป็นงานที่ออกมาแล้วมีประสิทธิภาพ สอนเราให้แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ รู้จักควบคุมอารมณ์ การวางแผน สอนให้เราสนใจเรื่องราวของโลกว่า โลกได้เดินปถึงไหนแล้ว ทำให้เราเป็นนักอ่านมากขึ้น สอนให้เรารู้จักคำว่าระเบียบ ความรับผิดชอบ สิ่งไหนผิดก็ยอมรับผิด สิ่งไหนที่ดีแล้วก็ต้องทำให้ดีว่าครวาแรก และทุกทำให้ดีกว่าครั้งต่อๆไป สอนให้เรารู้จักคำว่ามิตรภาพ ความรักที่มีต่อสถาบัน ต่อเพื่อน ต่อพี่ และทุกๆคน รู้จักคำว่าสมาคคี และค่ายสอนเรทุกอย่าง ถ้าข้านพเจ้าจะเล่าต่อไปเกรงว่า กระทู้นี้จะยาวเกินไป ทำให้พี่จีระเบื่อ ค่ายนี้อาจจะถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตของลูกผู้หญิงที่ได้รับเกียรติ เป็นลูกแม่รำเพย ที่มีโอกาสทำหลยๆสิ่งที่ถือว่าเป็นครั้งแรก ทำให้ผู้หญิงคนนี้ กำจัดคำว่า "ไม่เอาอะ ไม่กล้า กลัว ไม่ไป " ออกไปจากชีวิต
และสิ่งที่ข้าพเจ้าจะนำสิ่งที่ข้าพเจ้าได้มานี้ ข้าพเจ้าจะเปิดชมรม Knowledge เพื่อพัฒนาศักยภาพของรุ่นน้อ ก่อนที่จะเข้าค่าย เพราะข้าพเจ้าเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า สมาชิกบางคน ไม่สนใจที่จะออกความคิดเห็น หรือไม่กล้าออกความคิดเห็น หรือคิดอย่างใดก็อย่างนั้น สรุปว่า ข้าพเจ้าอยากให้รุ่นน้องที่จะเข้าค่ายนั้น ต้องเป็นคนที่คิดเป็น มีความคิดที่แตกต่าง ไม่ยึดติดกับอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง ข้าพเจ้าหวังว่าค่าย Knowledge Camping ครั้งที่ 10 ข้าพเจ้าจะได้ฟังรุ่นน้องเล่าถึงความสามารถ ของตนที่ได้กระทำในค่าย ข้าพเจ้าอยากให้พี่จีระช่วยประเมินศักนภาพของเด็กเทพศิรินทร์(ทุกเทพ) ในค่ายครั้งที่ 10 ว่า มีศักยภาพมากกขึ้นหรือไม่ เพราะข้าพเจ้าจะรอคำตอบนะคะ
ขอบคุณคะ