สวัสดีน้อง ๆ ชาวเขียวเหลืองที่รัก
พี่จีระมีโอกาสได้ไปเชียร์ฟุตบอลจตุรมิตร ครั้งที่ 24 ที่ผ่านมา ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้จัดการทีมฯ และเป็นรุ่นพี่ พี่จีระรู้สึกภูมิใจมากที่เทพศิรินทร์ของเราชนะสวนกุหลาบ 1-0 ถึง 2 ครั้ง ไม่ทราบว่าพวกเราชาว Knowledge Camping รุ่นที่ 9 มีใครได้ไปดูบ้าง พี่จีระอยากพวกเรามาเล่าบรรยากาศและความรู้สึกกันที่นี่ด้วย
พี่จีระมีโอกาสได้เขียนบทความเรื่องจตุรมิตรด้วยก็เลยอยากจะฝากไว้ให้ทุกคนได้นำไปคิดกันต่อไป
จตุรมิตรถวายเพื่อพ่อ
ช่วงนี้บรรดาศิษย์ 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ต่างไปร่วมเชียร์การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคีกันอย่างสนุกสนาน ในวันเปิดมี ฯพณฯ พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี มาเป็นประธานในพิธีด้วย ในฐานะที่ผมเป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นผู้จัดการทีมโรงเรียนเทพศิรินทร์ด้วยจึงได้ไปร่วมงานโดยตลอด ได้เห็นความสามัคคีและความมีระเบียบวินัยของทั้ง 4 โรงเรียน ปีนี้เป็นปีสำคัญเพราะถ้าเยาวชนของทั้ง 4 โรงเรียนปลูกฝังเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกันอย่างจริงจังก็จะทำให้โรงเรียนทั้ง 4 แห่งช่วยสร้างให้สังคมไทยมีความพอเพียงและสมดุลได้ต่อไป ในพิธีเปิดการแข่งขันมีขบวนพาเหรดของนักเรียนปัจจุบันซึ่งนำเสนอปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวฯ ได้อย่างสมพระเกียรติ ผมยังคิดดัง ๆ ว่าการแข่งขันฟุตบอลจัดมาแล้วเป็นครั้งที่ 24 ถ้าจะนับก็กว่า 30 ปีแล้ว แต่ยุคนี้ควรจะมีจตุรมิตรวิชาการด้วยเพื่อช่วยเตือนสติสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย ประชาธิปไตย วิทยาศาสตร์ ธุรกิจ พลังงาน รวมทั้งการอยู่รอดในยุคโลกาภิวัตน์ บุคลากรของแต่ละโรงเรียนก็ทำหน้าที่ได้ดีและรับใช้ประเทศชาติมาโดยตลอด วันนี้อาจจะถึงเวลาที่จะช่วยกันสร้างความรู้ให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวโดยการผนึกกำลังกันระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันทางด้านวิชาการจตุรมิตร
ผมเขียนเรื่องน้ำมันครั้งที่แล้วว่าปี 2508 จะมีราคาเฉลี่ยที่ $105 ต่อบาเรล ก็น่าจะคาดการณ์ได้ว่าตลอดปี 2008 ราคาของน้ำมันเบนซิน 95 ก็คงจะไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร แต่หากมองไปถึงปี 2015 อาจจะขึ้นไปถึง $240 ต่อบาเรล ซึ่งแปลว่าอีก 7 ปีข้างหน้าคนไทยจะต้องใช้น้ำมันอย่างประหยัดเพราะราคาน้ำมันจะขึ้นถึงลิตรละ 70 บาท
ในช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ดีที่คนไทยจะต้องสนใจ
§ เรื่องการประหยัด
§ รถที่สามารถใช้แก๊สโซฮอลล์คงจะเร่งใช้
§ เรื่องการปรับเครื่องยนต์เป็น NGV หรือ LPG ก็น่าจะทำอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ ๆ ที่ทำออกมาใหม่ก็น่าจะเป็นเครื่องที่ใช้ NGV ได้
§ เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น ไม่น่าจะถกเถียงกันว่าจะดีหรือไม่ดี มีแต่ว่าจะสร้างได้เร็วแค่ไหน เพราะ EGAT ผลิตไฟฟ้าโดยใช้น้ำมันกว่า 60%
§ เรื่องนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นให้เอกชนใช้พลังงานทดแทน ผมได้คุยกับ อบต. อบจ. หลาย ๆ แห่งว่าจะต้องจับมือกัน ท่านอธิบดีฯ สมพร ใช้บางยางอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีโครงการร่วมมือกับ Africa เรื่องพลังงานทดแทนด้วย
§ มีโครงการหนึ่งในขณะนี้ทำอยู่ที่ประจวบฯ เป็นการปลูกไม้โตเร็ว เช่น กระถินเพทาซึ่งนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า สำหรับในภาคอีสานก็สามารถปลูกต้นกระถินเพทาได้เพราะปลูกขึ้นได้ในที่แห้งแล้ง และใช้เวลาแค่ 10 เดือนก็สามารถตัดมาทำเชื้อเพลิงได้
ผมมีเรื่องน่าสนใจ ฝากไว้ให้ผู้อ่านไปคิดต่ออีกสัก 3 – 4 เรื่อง
เรื่องแรก คือ เรื่องเกี่ยวกับองค์กรอาเซียนที่มีสมาชิก 10 ประเทศ คือบรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สิงคโปร์ พม่า ลาว กัมพูชา และไทย ซึ่งก่อตั้งมา 40 ปีแล้ว การทำงานของผมก็มีโอกาสได้ไปร่วมงานหลายครั้ง มีผลงานที่ผมได้ทิ้งไว้ก็คือ มีส่วนร่วมในการจัดตั้ง ASEAN – EU Management Center ที่ บรูไน ซึ่ง EU ได้ร่วมกับ ASEAN ทำงานทางด้านการพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการสำหรับข้าราชการ และนักธุรกิจใน ASEAN เพื่อพัฒนาศักยภาพให้ดีขึ้น แต่ตลอด 40 ปีที่ผ่านมาเป็นที่น่าสังเกตว่าความร่วมมือกันระหว่างประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศยังไม่ก้าวหน้า และยังหุ้นส่วนกันได้ไม่ดีนัก ในขณะที่โลกภายนอกมองว่า ASEAN ยังไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว การประชุม Summit ที่ Singapore อาทิตย์ที่แล้วมีการเพิ่มเรื่อง ASEAN Charter หรือกฎบัตรอาเซียน เป็นกติกาที่จะทำให้กลุ่มประเทศอาเซียนร่วมมือกันอย่างจริงจังมากขึ้นทั้งเรื่องคน เรื่องสังคม และเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีที่ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ซึ่งอดีตเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ของไทยจะเข้าดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการ ASEAN คนต่อไป และได้ให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าฟัง 2 เรื่อง คือ
§ ASEAN ต้องเร่งลดช่องว่างและความแตกต่างของรายได้ ระหว่าง 10 ประเทศให้น้อยลง
§ ASEAN ต้องให้ประชาชนของประเทศร่วมมือกันมากขึ้นผมจึงอยากจะขอร้องให้กระทรวงต่างประเทศของไทย สนใจที่จะกระจายข้อมูลเกี่ยวกับ ASEAN ให้ประชาชนได้รับทราบในมุมที่กว้างขึ้น เรื่องระหว่างประเทศมีประเด็นที่น่าสนใจ ที่จะให้ท่านผู้อ่านได้ทราบซึ่งอาจจะเชื่อมโยงกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้ก็คือ คนไทย อาจจะเบื่อการเมืองและนักการเมือง แต่พรรคการเมืองที่เก่าแก่ ไม่ใช้เงินมากมาย ไม่มีนักธุรกิจหนุนหลัง อยู่มากว่า 70 ปี ก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งปัจจุบันได้ผลิตอดีตนักการเมืองของพรรคไปเป็นผู้นำระดับโลก 2 คนแล้ว คือ
§ ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังก์ถัด (UNCTAD)
§ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการคนใหม่ของสมาคมอาเซียน
หากไม่มีพรรคการเมืองที่เก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ก็อาจจะไม่มีบุคลากรที่จะทำหน้าที่ได้เป็นผู้แทนของไทยในระดับนานาชาติ ท่าน ก็คงจะต้องคิดให้ดีว่าประชาธิปไตย ในเมืองไทยจะอยู่อย่างไร ถ้ามีแต่พรรคเฉพาะกิจหรือพรรคที่มีเป้าหมายเพื่อดูแลครอบครัวและ ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ที่ผมพูดเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าผมเชียร์พรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีทั้งจุดแข็งและมีจุดอ่อน แต่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนไทยทุกคน คือ พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันที่เก่าแก่และได้สร้างทรัพยากรมนุษย์ระดับโลกได้ดี
ผมยังมีอีก 2 เรื่องสำหรับท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนพันธุ์แท้หรือผู้ที่สนใจเรื่องทรัพยากรมนุษย์คงทราบว่า ปัจจุบันมีองค์กรหลายแห่งและหลายสาขาเริ่มให้ผมเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ให้ได้ผลอย่างจริงจัง
เรื่องแรก สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระของกระทรวงพาณิชย์ ได้เชิญผมไปร่วมงานประกาศผลตัดสินโครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ “Rhythm & Colors” ซึ่งผมภูมิใจมาก ไทยจะเก่งได้ ต้องเน้นเรื่องการพึ่ง Brand ของตัวเอง อย่างเช่น เรื่องอัญมณีและเครื่องประดับจะเด่นขึ้นได้ ถ้ามีการออกแบบที่ดีก็จะช่วยให้มูลค่าเพิ่มเป็น 2- 3 แสนล้าน ทุกวันนี้สถาบันฯ มีหลักสูตรการออกแบบซึ่งผมคิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผมมีโอกาสได้รู้จักนักออกแบบหลายคนที่แม้จะเป็นเด็กต่างจังหวัดแต่ก็มีพรสวรรค์ในการออกแบบมาก และหากได้เรียนรู้จากหลักสูตรที่ดีก็จะมีโอกาสไปไกล
สุดท้าย รายการคิดเป็น...ก้าวเป็น กับ “ดร.จีระ” ซึ่งจะออกอากาศทาง True Visions 28 ในวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา 22.00 – 22.50 น. ผมได้สัมภาษณ์ Mr. Collin McDowell ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวแฟชั่นอาวุโสของหนังสือพิมพ์ระดับโลก อาทิ ซันเดย์ ไทมส์ของอังกฤษ และยังได้เชิญคุณศิริลักษณ์ ไม้ไทย รองกรรมการผู้จัดการ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ มาร่วมด้วย ผมชอบที่คุณ Collin พูดว่า การจะเป็นนักออกแบบที่สำเร็จระดับโลก จะต้องเน้นวิชาการมาก ๆ ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์มีสถาบันอัญมณีแล้ว ทำไมจึงไม่มีสถาบันทำนองเดียวกันที่นอกจากจะเน้นการออกแบบ Fashion แล้วควรจะเน้นในเรื่อง
§ Finance
§ International Trade
§ Branding
§ HR and Strategy
ซึ่งจะทำให้ ความสำเร็จของ Fashion เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ความฝันของคนไม่กี่คน
จีระ หงส์ลดารมภ์