วันนี้ผมเดินทางไปเป็นประธาน ส่งมอบค่ายที่โรงเรียนบ้านหารฮี ต.เม็กดำ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม โดยค่ายนี้คือโครงการ “อาสาพัฒนาสู่ชนบทไทย” ของชมรมอาสาพัฒนา ที่ปักหลักทำค่ายสืบมาตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2550
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ค่ายครั้งนี้, คนค่ายทั้งหลายได้ร่วมแรงสร้างสนามกีฬาเอนกประสงค์ขนาด 12 x 21 เมตร ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ดูเหมือนว่าค่ายนี้จะประสบปัญหาเรื่องงบประมาณอยู่มากเหมือนกัน และผมก็ทราบมาบ้างว่า ชาวค่ายกินอยู่กันอย่างลำบาก นิสิตต้องออกทุ่งเก็บผักบุ้งมาทำอาหารกันแทบทุกวันเลยก็ว่าได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p></p><p>ภายหลังพิธีส่งมอบสนามกีฬาเสร็จสิ้นลง ผมถือโอกาสพบปะกับประธานชมรมอาสาพัฒนา รวมถึงการเชิญนิสิตที่ไม่ใช่คณะกรรมการชมรมอีก 6 คนมาร่วมนั่งแลกเปลี่ยนกันอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเอง โดยไม่ลืมเชิญผู้แทนองค์การนิสิต, สภานิสิต หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของผมมาร่วมล้อมวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน </p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะนี่คือกระบวนการหนึ่งที่ผมได้วางระบบไว้อย่างชัดเจนแล้ว และเรียกกระบวนการนี้ว่า“มาเบิ่งมาแนม” หรือเรียกให้เป็นทางการหน่อยก็คือการ “ดูแลติดตาม”(Monitoring) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p></p><p>ผมเริ่มต้นเสวนา (ลปรร.) จากประเด็นที่เกี่ยวกับ “มูลเหตุของการมาค่าย” ซึ่งอันที่จริง, ก่อนหน้านี้ผมได้สร้างแบบประเมินชุดใหญ่แจกจ่ายล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่คราวนี้ผมต้องการแลกเปลี่ยนในแบบ F2F กับคนค่ายอย่างใกล้ชิด จึงถือโอกาสสุ่มเลือกเอาคนค่ายมาพูดคุยกันท่ามกลางแสงแดดและสายลมหนาว – </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คำตอบที่ผมได้รับนั้น ประกอบด้วย “การมาเพื่อเรียนรู้วิถีค่ายโดยไม่เจาะจงเรื่องใดเป็นพิเศษ บางคนมาค่ายเพราะต้องการพักร้อนจากตำราและห้องเรียนอันเคร่งเครียด บางคนมาเพราะศรัทธาต่อรุ่นพี่ชมรมที่มุ่งมั่นต่อการสร้างงานค่าย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">รวมถึงบางคนมาเพราะต้องการสัมผัสวัฒนธรรมค่ายที่เกี่ยวกับ พ่อฮักและแม่ฮักที่โจษขานกันอย่างอบอุ่นมาแสนนาน….”</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และทุกคนที่ผมสุ่มเลือกมานั้น มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยสัมผัสงานค่าย ที่เหลือล้วนเป็น “มือใหม่” สำหรับค่ายอาสากันทั้งนั้น และต่อมาผมก็ไม่ลังเลที่จะยิงคำถามต่อเนื่องไปยังน้องนิสิตว่าได้เรียนรู้อะไรบ้างจากงานค่ายครั้งนี้ ? </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าได้พบเจอ “มิติชีวิตในแง่มุมใหม่” ซึ่งหมายถึงระบบการทำงานกับคนหมู่มาก และคนหมู่มากก็หลากหลายไปด้วยด้านกายภาพและชีวภาพ พบเห็นกลไกของการปรับตัวให้สอดรับกับคนค่ายและชาวบ้าน พบเจอวิถีวัฒนธรรมของชาวบ้านที่แตกต่างไปจากบ้านเกิดของตนเอง ฯลฯ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ที่ผมประทับใจมากก็คือการที่น้องนิสิตหญิงท่านหนึ่งพูดว่า “เธอได้ค้นพบความสุขในอีกมุมหนึ่งของชีวิตนอกห้องเรียน” และความสุขนั้น ก็เกิดจากการได้ทำหน้าที่ฝ่ายสวัสดิการของงานค่าย ซึ่งงานเล็ก ๆ นั้นก็ช่วยทำให้ เธอได้เห็นคุณค่าของตนเองที่มีต่อคนรอบข้าง….</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นอกจากนั้น เราต่างก็แลกเปลี่ยนกันอย่างไหลลื่นในหลาย ๆ เรื่อง เช่น รูปแบบค่าย ระบบการบริหารค่าย วิถีการเรียนรู้ชุมชน รวมถึงการวกกลับไปประเมินวัฒนธรรมในค่ายผ่านเครื่องมือ KM ที่ผมเคยฝากฝังให้พกพามาเป็น “ตัวช่วย” ในการเรียนรู้ เช่น การเล่าเรื่อง (Storytelling) การเสวนาอย่างมีสุนทรียะ (Dialogue) การฟังอย่างปราศจากมายาคติ (Deep Listening) การวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคม (Social Network Analysis) ฯลฯ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> 
</p><p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อย่างไรก็ตามผมก็ไม่ลืมที่จะขยับถามพวกเขาว่า “ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับงานค่ายครั้งนี้มากแค่ไหน” โดยคำตอบที่ได้รับก็คือ เยาวชนในหมู่บ้านเสนอตัวมาร่วมกิจกรรมกับชาวค่าย ทั้งสร้างสนามและแข่งกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ รวมถึงการโชว์ศิลปะป้องกันตัว (มวย) ให้ได้ดูชมกันอย่างถ้วนทั่ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขณะที่ชาวบ้านก็มีส่วนร่วมกับงานค่ายหลายอย่าง เป็นต้นว่า การแจกจ่ายงานโดยนำนิสิตไปรื้อผักตบชวาในหนองน้ำทางเข้าหมู่บ้าน โดยอธิบายว่าในอนาคตอันใกล้นี้ หนองน้ำดังกล่าว จะกลายเป็นบ่อเลี้ยงปลาของชุมชน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>ก่อนแยกย้ายออกจากวงเสวนาเล็ก ๆ นี้ ผมให้นิสิตสะท้อนปัญหาที่แต่ละคนอยากบอกกล่าวกับผม และทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันแบบขำ ๆ แต่เข้มด้วยความหมายว่า “ค่ายนี้กินอยู่อย่างอด ๆ อยาก ๆ ไม่มีงบประมาณเพียงพอในเรื่องข้าวปลาอาหาร ขณะที่ชุมชนก็ยากจนเกินกว่าที่จะช่วยเหลือ แต่ก็ภูมิใจเพราะไม่อยากให้เป็นภาระของชาวบ้าน” …. </p><p></p><p>จากนั้นผมก็ปิดประเด็นสั้น ๆ ว่า หากมีค่ายครั้งต่อไป ใครจะไปค่ายอีกครั้งบ้าง ? ผมยิ้มอย่างมีความสุข เพราะทุกคนชูมือหราอย่างไม่ลังเล … </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">KM คือความสุข … ผมมีความสุข คนค่ายเหล่านี้ก็มีความสุข </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>
</p><p></p>
สวัสดีครับ อาจารย์แผ่นดิน
สวัสดีค่ะอาจารย์
อาจารย์ทำประโยชน์ให้แก่สังคมโดยไม่ย่อท้อเลยค่ะขอให้อาจารย์และครอบครัวของอาจารย์รวมทั้งนิสิตด้วยค่ะ จงมีแต่ความสุขนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ
มาเยี่ยม คุณแผ่นดิน
เห็นภาพสองหญิงใบหน้าหยาบเหี่ยวย่นในตามีร่องรอยอดีตตำนานหลากหลายบ่งบอกถึงการทำงานบนผืนดินที่แห้งแล้งมาเนินนาน...แล้วคิดถึงบ้าน...
ยินดีกับความสำเร็จครับ
...ขอกล่าวในกลุ่มคนที่ผมเคยทำกิจกรรมตรงนี้ ว่าได้เห็นรอยยิ้มจากเด็กในหมู่บ้านความห่วงใยของพ่อฮักแม่ฮัก มันเปรียบเสมือนสิ่งที่ยึดเหนี่ยวในก่อเกิดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นตลอด ทั้งนิสิตที่เป็นผู้หยิบยื่น และชาวบ้านที่เป็นผู้รับ
อีกอย่างผู้ใหญ่ใจดีที่เคยผ่านกิจกรรมแบบนี้มาที่เป็นคนคอยสนับสนุบให้นิสิตได้ทำกิจกรรม
และขอบคุณพี่พนัส(และทีมงาน)ที่ไม่ละทิ้งพวกน้องๆชาวอาสาทุกคน
ขอขอบคุณอาจารย์แผ่นดิน...
การมีส่วนทำให้คนได้เมตตา หรือกรุณากันอย่างที่อาจารย์ทำอยู่นี่... มีคุณค่ามาก สาธุ สาธุ สาธุ
ซึ่งงานเล็ก ๆ นั้นก็ช่วยทำให้ เธอได้เห็นคุณค่าของตนเองที่มีต่อคนรอบข้าง....
เรื่องนี้สำคัญจริงๆ เลยนะครับ เพราะว่าปัญหาของเด็กๆสมัยนี้ก็คือ การที่มองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง
สวัสดีค่ะ..คุณแผ่นดิน
ไม่ได้เจอกันนาน..สบายดีไหมคะ..หายเหนื่อยจากการออกค่ายหรือยังคะเนี่ย..ถ้าหายแล้วมีความคิดถึงมาฝากค่ะ...คุณแผ่นดินช่วยส่งต่อความคิดถึงอีก3ท่านนะคะ..เนื่องจากตอนนี้คุณแผ่นดินได้ TAG ความคิดถึงในมือแล้วค่ะ..อิอิ
หายเหนื่อยแล้ว..อย่าลืม..เขียนกลอนหวานๆให้อ่านอีกนะคะ..
ขอบคุณค่ะ..
ต้องขอโทษด้วยครับพี่ที่ไม่ได้บอกพี่ว่าไปค่ายนี้กับน้องด้วยเหมือนกัน(มีรักชาติ ไปด้วย 1 วัน) เมื่อไปแล้วก็พยายามหาที่อยู่ให้ตัวเองให้เหมาะสมแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจุดสมดุลที่เหมาะสมของความเป็นพี่ที่ห่าง ๆ ต้องอยู่ตรงไหน อีกใจก็กลัวจะเป็นการก้าวก่ายชี้นำ จึงจำต้องอยู่เพื่อสร้างบรรยากาศเก่าให้น้องเห็น ผมไปอยู่ 3 คืน 2 วัน แต่ต้องเข้าๆ ออกๆ เพราะต้องทำงานไปด้วย ได้นอนไม่ถึง 10 ชม. ไม่รู้น้องเขาทนกันได้อย่างไร
ยากมากที่จะหาโอกาสได้ให้และรับประสบการณ์ต่าง ๆ จากน้อง กลางวันทำงาน กลางคืนประชุม แล้วก็นอน เวลาในแต่ละวันผ่านไปเร็วมากและน้องส่วนใหญ่ที่มาก็อย่างที่พี่ได้เห็น เขามาเพื่อหาความหมายของเรื่องเล่าชาวค่าย แค่เพียงความอยากรู้ อยากเห็น
ผมได้แต่หวังว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับไปจากสังคมนี้คงมีประโยชน์กับเขาเหล่านั้นบ้างและคงจะส่งผลต่อไปในวันข้างหน้าว่าสังคมจะได้รับประโยชน์จากเขาเหล่านี้บ้างเช่นกัน
น้องสายลมครับ
สวัสดีครับ....
ผมชอบวาทกรรมนี้มาก เพราะเป็นบทนิยามความหมายของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเวทีนี้ได้ดีเยี่ยม และเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า เราต่างมีจุดหมายปลายทางอันเดียวกัน และจุดหมายปลายทางนั้นก็ตอบสนองต่อสังคมบ้างเหมือนกัน
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ...
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจนะครับ...
กิจกรรมในครั้งนี้ ช่วยให้ผมได้มองลึกลงไปสู่กระบวนการของคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยไปออกค่าย และเห็นถึงเจตนารมณ์ของเขาที่มาค่าย ซึ่งมีทั้งเหมือนและแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายก็หลอมรวมความเป็นทีมงานและสังคมด้วยกันอย่างสนิทแน่น
นี่กระมังครับ คืออานุภาพของค่ายที่ไม่เคยสิ้นมนต์ขลัง
สวัสดีครับ....
ภาพของยายทั้งสองนั้น ยืนยันได้ว่าท่านผ่านการต่อสู้และเคี่ยวกรำกับโลกและชีวิตมาอย่างยาวนาน ยิ่งหมู่บ้านแห่งนี้มักประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า ชีวิตของผู้คนในหมู่บ้านต่อสู้กับภัยธรรมชาติมาอย่างสาหัสเลยทีเดียว
ผมดีใจมากที่มีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสกับชีวิต ความฝัน และความหวังของคนที่นั่น
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ....ลุงวอ
ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ต้องยกให้กับหัวใจของนิสิต และชาวบ้าน หรือแม้แต่เด็กนักเรียนที่เป็นแรงบันดาลใจให้งานได้ขับเคลื่อนไปอย่างไม่สิ้นหวัง...
ค่ายที่นี่กินอยู่อย่างยากลำบาก ... แต่นิสิตก็สู้ได้ ...แต่ได้เรียนรู้รสชาติชีวิตที่เข้มข้นมาก
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ...
ดีใจมากครับที่ได้รู้จักน้องชายคนนี้... และดีใจที่หอบหิ้วไปเยี่ยมค่ายด้วย
ประสบการณ์กิจกรรมควรค่าต่อการบอกกล่าวและแลกเปลี่ยนกันอย่างไม่รู้จบ เพราะสิ่งเหล่านี้คือต้นทุนอันดีของการพัฒนาตนและพัฒนาองค์กร
สวัสดีครับ อ.หมอวัลลภ
ผมไม่เคยสูญเสียศรัทธาต่ออานุภาพของการเรียนรู้ผ่านกระบวนการด้านกิจกรรมนิสิต ด้วยเหตุนี้จึงให้ความสำคัญกับทุกคนที่แวะเวียนเข้าสู่กระบวนการของกิจกรรมนิสิต และพยายามที่จะติดตามให้กำลังใจต่อการปฏิบัติงานนอกสถานที่ของนิสิตอย่างสม่ำเสมอ
รวมถึงการพยายามที่จะสร้างกลไกของการเชิดชูเกียรตินิสิตที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมด้วยเช่นกัน
.....
ขอบคุณครับ