บ้านสวนชายน้ำ

 ขณะที่เริ่มบันทึกสุดท้ายในการท่องเที่ยวนี้ บรรยากาศรอบตัว เหมือนวันนั้นที่ราชบุรีมาก มีความสว่างแต่ไม่เห็นดวงตะวัน อากาศกำลังสบายๆ หรือว่าแท้จริง เรากำลังจะได้รำลึกถึงความสุขสบาย ในวันนั้นเสียมากกว่า เลยทำให้มองโลก มีสภาวะดังเดิมอีกครั้ง เมื่อเรามีสุข โลกก็สุขไปด้วย

  ผู้เขียนได้ที่พักเป็นแบบโฮมสเตย์ ตามต้องการ บ้านสวนชายน้ำ อ.ดำเนินสะดวก ติดต่อได้ทาง ชายน้ำ ดอท คอม เป็นกระท่อมนะ หรือจะเรียกว่าอะไรถึงจะถูก คล้ายเรือนเล็กๆ ยกพื้น มุงด้วยหญ้าคา ฝาบ้านเป็นไม้ไผ่สาน แต่พื้นไม้ขัดมัน หน้าต่างเปิดแล้วใช้ ไม้เท้าไว้ได้ ปูที่นอนกับพื้น มีมุ้งกางได้เหมือนกรดพระ ห้องน้ำสะอาด มีเครื่องทำน้ำอุ่น เจ้าของบ้านคือคุณลุงรณชัยอัธยาศัยดีมาก ผู้เขียนเข้าพักแบบไม่ได้จอง แต่การต้อนรับ เป็นไปตามลงเน็ตทุกประการ มีการเฉาะมะพร้าวอ่อน น้ำหอมมาต้อนรับแขก และว่าคืนนี้ จะพาไปชมหิ่งห้อยที่ แม่น้ำแม่กลอง ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นทันที เคยแต่คนเล่าให้ฟัง ว่าหิ่งห้อยนี้ สวยงามสว่างไสวไปทั้งต้นลำพู ยังไม่มืดเท่าไหร่ แต่เจ้าของบ้าน ก็พาแขก ออกเดินทาง โดยนั่งรถผ่านถนนในหมู่บ้านสายหนึ่งซึ่งคดเคี้ยวมาก แต่สภาพลาดยางดี ต่อมาคุณลุงก็เฉลยว่า ที่ถนนคดเคี้ยว เพราะเป็นถนนอุทิศ ไม่ใช้ถนนเวรคืน คือชาวบ้านอุทิศพื้นที่ตามรอยต่อของเรือกสวนนี้ ตามแต่สภาพพื้นที่ ทำให้ถนนเป็นเช่นนี้ ส่วนงบก่อสร้างเป็นของเทศบาล น่าชื่นชม ที่ชาวบ้านตลอดระยะทาง ไม่ต่ำกว่า 5 กม.นี้ มีความพร้อมเพรียง เสียสละต่อส่วนรวมดีมาก

  เมื่อมาถึงริมแม่น้ำที่มีท่าเรือสำหรับจัดให้นักท่องเที่ยว ได้ซื้อบัตร เพื่อชมหิ่งห้อย ในราคา คนละ 60 บาท ผู้เขียนใช้บริการของท่าเรือคุณย่า รอบ สองทุ่ม ระหว่างรอ ก็สามารถเดินซื้ออาหารกินได้ตามอัธยาศัย อาหารจะมีใส่กระทงใบตองบ้าง กล่องโฟมบ้าง หรือถ้ามีที่ว่าง ก็นั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือและอื่นๆ ตามริมฝั่งได้ คนหนาแน่นมาก เดินกันตลอดเวลา เมื่อจัดการกับอาหารเสร็จก็มานั่งรอท่า ที่จะลงเรือ ท่านี้พิเศษ มีคาราโอเกะ พร้อมนักร้องประจำ และสมัครเล่น ร้องเพลงกันสนุกสนาน เรียกว่าเสียงลั่นคลอง กำลังเพลินก็ถูกเรียกให้ลงเรือ แล้วเรือลำน้อยที่นั่งได้ไม่เกิน 14 คน ก็พาผู้เขียนออกสู่บรรยากาศที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

   คนขับเรือหางยาวนี้ จะรู้ดีว่า ควรผ่อนเครื่องตรงไหน เร่งตรงไหน หรือจะปล่อยให้เรือลอยล่องกลางน้ำ เพื่อชมฝูงหิ่งหอย ด้วยความสงบ หิ่งห้อย มีความเป็นมาอย่างไรผู้เขียนไม่ทราบ ทำไมต้องเกาะแต่ต้นลำพู ทั้งๆที่ไม้ชายน้ำมีมากมายหลายชนิด ก็ไม่มีหิ่งห้อย ไปเกาะให้เห็นสักตัว หรือหิ่งห้อย จะเป็นจริงตามเรื่องราวที่เล่าต่อกันมา ว่าชายคนหนึ่งตามหาคนรักของตนที่จมหายไปกับสายน้ำ  โดยการจุดโคมไฟ รออยู่ใต้ต้นลำพู จนสิ้นใจ แม้เหลือเพียงดวงวิญญาณ ก็ยังจุดโคม รอให้คนรักกลับมาตราบนานเท่านาน ใต้ต้นลำพู จริงเท็จประการใด อย่าว่ากันนะ

    คืนนี้พระจันทร์ครึ่งดวง แสงจันทร์ทำให้หิ่งห้อย อาจแลดูไม่แจ่มสว่างเท่าที่ควร อันนี้ผู้นำท่องเที่ยวเป็นผู้บอก แต่ผู้เขียนก็รู้สึกพอใจ เห็นแสงหิ่งห้อยได้ชัดเจนดี และน่าแปลก เหมือนหิ่งห้อย จะมีความพร้อมเพรียงกระพริบแสง วูบวาบ พร้อมกัน เวลามองดูเพลินๆ กับสายลมกลางน้ำเย็นฉ่ำ ทำให้เหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง ที่มีเราพอใจจะอยู่กับความมืดด้วยความสุข

    คืนนั้นกลับมาถึงบ้านพัก ใกล้สี่ทุ่ม คุณลุงบอกว่า ตื่นเช้าๆนะ อาหารเช้าเจ็ดโมงครึ่ง แล้วจะพาไปล่องเรือชมตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวก ถ้าไปสาย เรือจะติดเดินทางไม่สะดวก และร้อนด้วย ก่อนกลับไปนอนคุณลุงยังเตือนว่า ห่มผ้านอนนะครับ เช้ามืดอากาศจะเย็น เดี๋ยวจะไม่สบาย ผู้เขียนนอนมองหลังคามุ้ง เป็นวงกลมคล้ายกรดพระ แล้วหลับสนิทจนรุ่งเช้า

       เช้านั้นผู้เขียนตื่นแต่ตีห้า สวดมนต์แผ่เมตตา ตามปกติ แล้วออกมาเดินสูดอากาศแต่เช้า มีคลองผ่านบ้านพัก มีสระบัวเล็กๆ อยู่ข้างบ้าน ในสวนของคุณลุงมีกล้วยออกปลีมากมาย สลับกับมะพร้าว และไม้ผลอื่นๆ ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะม่วง สวนสะอาด ไม่มีวัชพืชเลย คุณลุงออกมาสนทนาด้วย หลังจากนั้น ไปกินข้าวต้มเครื่องก่อนออก ไปตลาดน้ำ แต่เช้านี้ คุณลุงบอกว่า มีแขกเข้าพักเมื่อคืนอีกหนึ่งครอบครัว มาจากชลบุรี ผู้เขียนเลยได้เพื่อนล่องเรือเพิ่มอีก 3 คน  และเป็นคนบ้านเดียวกันอีก

      เมื่อใกล้ตลาดน้ำ การจราจรคับคั่งจริงๆ มีกระทบกันตลอด แต่ขอบเรือเขาใช้เหล็กแผ่นประกบไว้ ให้คนนั่งระวัง อย่าเอามือไปจับขอบเรือก็แล้วกัน คงนึกออกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น เวลาเรือเสียดสีกัน ของที่ขายนั้นเหมือนในภาพยนต์ที่เราเคยดู เป็นผัก ผลไม้ ส่วนมาก และที่ขาดเสียไม่ได้คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวเกรียบปากหม้อ พบมากที่สุด มีนักท่องเที่ยว ทั้งไทย และฝรั่ง นั่งเรือสวนกันไปมาขวักไขว่ ไม่มีใครในเรืออยากแวะตลาดบก ซื้ออะไร ไม่นานคุณลุงก็เก็บพาย แล้วติดเครื่องพาเรือ ล่องเข้าไปตามคลอง มีอยู่คลองหนึ่งชื่อว่า คลองใหญ่ ที่สมัยนั้น ร.5 ท่านได้เสด็จประพาสต้น และแวะพักบ้านคนจีนคนหนึ่ง เพื่อพักพระอิริยาบถ บ้านนั้นชื่อบ้าน"เจ็กฮวดมหาดเล็ก" คุณลุงเล่าว่า เมื่อพระองค์เสด็จกลับคราวนั้น ได้เรียกตัวเจ็กฮวด เข้าวังและแต่งตั้งให้เป็นมหาดเล็ก ซึ่งเป็นมหาดเล็กคนแรกของราชบุรี

    งานเลี้ยงย่อมมีการเลิกลา ผู้เขียนเองก็ได้เวลากลับบ้านเสียที เราต่างอำลากันอย่างมีไมตรี รวมถึงแขกที่จับพลัดจับผลู มาพบกัน เที่ยวด้วยกัน และอาจจะไปเจอกันที่ชลบุรีอีก ก็เป็นไปได้ เพราะอยู่ที่ศรีราชาเหมือนกัน ระหว่างทางผู้เขียนยังแวะชม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผี้งท่าแพ ซึ่งจัดได้ดีมาก เป็นเรือนๆ มีเสียงบรรยายเรื่องราว ประวัติบุคคลสำคัญ และพระอริยสงฆ์ ผู้เขียนรู้สึกคุ้มค่ากับกาลเวลาที่เสียไปจริง ยิ่งกับงบประมาณก็ยิ่งสุดคุ้ม เสียค่าน้ำมันประมาณ 1,200 บาท ค่าที่พัก ค่าเรือนำเที่ยว ค่าเรือชมหิ่งห้อย 840 บาท ( 2 คน )นอกนั้นก็เป็นค่าอาหาร ของกินระหว่างทาง ไม่ถึง 500 บาท เมื่อบวก ลบ คูณ หาร แล้ว คงทำให้หลายๆคน ตัดสินใจ และวางแผน ออกท่องเที่ยวกันได้อย่างไม่กังวล

     ระหว่างทางกลับบ้านผู้เขียนรู้สึกสดชื่นดี ขับรถรวดเดียวถึงบ้าน กับระยะทางประมาณ 200 กม.เมื่อถึงชลบุรี ก็พบว่า มีนักท่องเที่ยว เข้ามาเที่ยวที่บ้านเมืองของผู้เขียนมากเช่นกัน ทำให้รถติดเป็นระยะยาว แสดงว่า ชลบุรีก็เป็นUnseenthailand กับเขาเหมือนกันนะ

     วันนี้เลยถือโอกาส นั่งเล่าเรื่องให้ชาวG2K ฟังกันทั้งวัน ขอได้รับความสุขเช่นเดียวกับผู้บันทึกทุกประการทุกท่านค่ะ