ข้อคิดในวันพระขอเขียนเลยวันพระมาหนึ่งวัน  เพราะค่อนข้างยุ่ง  

  

          เมื่อวานวันที่ 19  ต.ค. 50   เป็นวันประชุมของคณะวิทยาการจัดการและมีงานเลี้ยงปิดกล่องช็อล์คที่ทำเป็นประจำทุกปีหลังเสร็จสิ้นการสอบปลายภาค

  

          ในสมองของเราก็รับรู้ว่าจะมีนัดประชุมตอน 10.00 น.  แต่เวลาส่วนใหญ่ก็คือ นั่งตรวจข้อสอบข้อเขียนจนดึก   คิดว่าในตอนเช้าก็คงจะตื่นสายๆแล้วไปประมาณเก้าโมงครึ่ง   แต่พอเวลาเก้าโมงเช้าเราเปิดโทรศัพท์ก็มีเสียงเรียกเข้าทันที...

  

           หว้า...ทำอย่างไรดีพี่ลืมไปว่าวันนี้ที่สาขาเราจะต้องซื้อขนมหวานไปร่วมงานเลี้ยงด้วย...มานึกได้ตอนตี 5” อาจารย์ที่สาขาวิชาฯโทรมาน้ำเสียงร้อนรน

  

            โห...แล้วโทรมาบอกตอนเก้าโมงกว่านี่นะ  จะไปซื้ออะไรทันกันหล่ะ    หว้าก็ไม่เคยซื้อด้วยพวกขนมหวาน   ทำไมไม่บอกกันล่วงหน้า  หงุดหงิดมากๆเพราะกำลังนั่งทำเกรดอยู่ที่บ้าน

  

           โทรไปหาอาจารย์...ให้ซื้อให้  เขาก็บอกว่า แค่นี้นะ พี่เขาบอกน้ำเสียงค่อนข้างกังวลมากเลยเพราะแจ้งกับคณะไปแล้วว่าจะซื้อขนมหวานมาร่วมงาน

  

             ขณะนั้นนึกในใจว่า...ธุระก็ไม่ใช่ทำไมเราจะต้องมารับผิดชอบด้วย  โมโหจริงๆ  งานก็ยุ่ง  เวลานั้นก็เก้าโมงกว่าแล้ว  น้ำก็ยังไม่ได้อาบ  จะประชุมตอนสิบโมงด้วย   จะทำอย่างไรดี   ปล่อยไปเลยดีมั้ยหล่ะ???

  

             แต่วูบหนึ่งเมื่อนึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาสที่ท่านให้ไว้เป็นมรดกว่า....

  

             เราควรดำรงชีวิตชนิดที่เป็นการขูดเกลากิเลส และบรรเทาความเคยชินที่จะเกิดกิเลส(อนุสัย) อยู่ตลอดเวลา   โดยมีสติสัมปชัญญะในขณะสัมผัสอารมณ์   ไม่ปล่อยให้ปรุงเป็นโลภะ   โทสะ   โมหะ ขึ้นมา  หรือถ้าปรุงแล้วก็มีสติปิดกั้นการปรุงนั้นเสีย

  

             เมื่อเริ่มเกิดสติขึ้นมาปิดกั้นความโมโหทั้งหมด    ก็เริ่มคิดได้ว่า....ช่วงนี้เราทุกคนเครียดเรื่องข้อสอบกัน  อาจจะทำให้หลงลืมกันไปได้    ดูเวลาคือ เก้าโมงครึ่งแล้ว  เลยโทรศัพท์หาคุณป้าให้โทรสั่ง ขนมจีบ  ซาละเปาร้านอร่อยแถวนั้นให้แทน    แล้วรีบไปอาบน้ำ  แต่งตัว  อีกสิบห้านาทีสิบโมงเช้า     คุณป้าที่แสนดีบอกว่า ไม่ทันใจ...นำมาส่งให้ที่บ้านเลย  พร้อมมีขนมสอดไส้  ขนมกล้วย  ขนมแตง แถมมาด้วย

          

            

          ใช้เวลาขับรถไปถึงที่ทำงานสิบโมงเช้าพอดี  ขนของไปเตรียมจัดแล้วขึ้นไปประชุม  "เฮ้อ ! ทันเวลาพอดี..."

 

                        

          คิดถูกจริงๆ ที่ไม่ปล่อยให้อารมณ์โกรธมาบดบังสติซะก่อน....เพราะทุกสาขาก็เตรียมอาหารน่าทานมาทั้งนั้น      ข้าวเหนียวหมูปิ้ง  เรามีขนมจีบ  (แบ่งมาบางส่วนก่อน)  ขนมสอดไส้  น้องที่สาขาเราซื้อขนมทองหยิบ   ทองหยอดมาเพิ่ม 

 น่าทานมั้ยคะ ??? 

 ปอเปี๊ยะทอด   ขนมครกญวน  

   

  หมูย่างน้ำตก   

     

โรตีกับแกงเขียวหวานเลิศรส 

                            

             ปรากฏว่าอาหารเราหมดทุกอย่าง  ซาละเปาฮ่องเต้ร้านอร่อย   ขนมจีบแป้งหมัก    ขนมสอดไส้ก็ไม่เหลือ    มองไปยังมีขนมจีน น้ำยา       ส้มตำให้ตำกันเอง     ปอเปี๊ยะญวน   ผลไม้หลายชนิด.....โอย ไม่รู้จะทานอะไรดี             

             คิดถูกจริงๆที่เรามีสติในวันปิดกล่องช็อล์ค    งานเลี้ยงเล็กๆแต่มิตรภาพระหว่างคณาจารย์แต่ละสาขาวิชาเกิดขึ้นในวันสบายๆ เพราะโอกาสที่แต่ละสาขาวิชาจะเจอะเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาก็ในวันนี้เอง.....เป็นวันก่อนปิดเทอมที่มีความสุขจริงๆค่ะ 

            ขอเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า....ถ้าหากเรารู้จักมีธรรมะอยู่ในจิตใจอยู่ตลอดเวลา....   ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตามให้เราน้อมนำธรรมะเข้ามาปิดกั้นกิเลส  อย่าให้ใจฝ่ายต่ำเข้ามาทำลายใจของเราอีกเลย....