ถ้าเราสามารถผสมผสานแนวคิดแบบทำสมาธิ ใช้หลักของ Pareto และพรมวิหาร ๔ ก็จะทำให้เราทำงานที่ได้ประโยชน์มากขึ้น

 สืบเนื่องจากที่ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณทวีสิน แห่งบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ในห้องพักของครูบาสุทธินันท์ ที่โรงแรมรามาการ์เดน กรุงเทพมหานคร (วันที่ ๑๔ ตค ๕๐) นั้น

ทำให้ผมต้องมาต้องมาคิดต่ออีกในเรื่องของ

การขยายพื้นที่ของชีวิตเพื่อการจัดการความรู้

ว่ามีแนวทางอย่างไรบ้าง  

คุณทวีสิน เสนอว่าการขยายพื้นที่ที่ทำอยู่นั้นเริ่มจาก

การทำสมาธิ

ที่ทำให้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เวลาทำงานได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม หรือ 

ทำงานเท่าเดิมในเวลาน้อยลงหรือทำงานเสียหายน้อยลง ใช้ทรัพยากรน้อยลง ประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่ในอีกมุมหนึ่ง เป็นแนวคิดแบบตะวันตกของ 

Pareto

ที่ทำให้เราได้คิด และอาจคิดได้ว่า งานและเวลาที่เราทำ และเป็นประโยชน์จริงๆ โดยทั่วไปเพียง ๓% ของเวลาและทรัพยากร ที่เราใช้ในการทำงานจริงๆ

หรืออย่างมากก็ไม่เกิน ๘% นอกนั้นจะเริ่มไม่มีประสิทธิภาพแล้ว เราควรจะลดการทำงานแบบนั้นลง หันไปทำงานแบบอื่นที่มีประโยชน์กว่า

การทำเช่นนี้จะทำให้เรามีเวลาในการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มากขึ้น

และ

ทรัพยากรว่างทันที

โดยไม่ต้องไปกังวลกับงานที่ทำแล้วได้ประโยชน์น้อย  

การคิดแบบนี้จะทำให้เราทำจิตแบบอุเบกขาได้ง่ายขึ้นไปอีก

ดังนั้นถ้าเราสามารถผสมผสานแนวคิดแบบ

·        ทำสมาธิ

·        ใช้หลักของ Pareto และ

·        พรมวิหาร ๔ ได้

ก็จะทำให้เราทำงานที่ได้ประโยชน์มากขึ้น

มีเวลาว่างมากขึ้น มีทรัพยากรมากขึ้น  

และนำไปสู่การจัดการความรู้ได้ครับ 

แต่ ทุกอย่างต้องฝึกครับ ยากมากครับที่ของดีๆจะได้มาแบบไม่พยายามครับ