เรื่องเล่าจากสกลนคร

ผมไปสกลนครมาเมื่อเดือนที่แล้ว ไปคราวนั้นไปดูครามไปศึกษาคราม งานที่ผมไปก่อนที่อื่นใดคือ กลุ่มทอผ้าบ้านวาใหญ่และที่นั้นทำให้ผมคิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนไป

การย้อมครามนั้น ช่างย้อมเชื่อว่าครามมีวิญญาณมีชีวิต ครามอาจจะหนีได้หากไม่พอใจ ครามจะย้อมไม่ติดเมื่อเราทำผิดกฎเกณฑ์บางอย่าง และอีกสารพัดที่เป็นความเชื่อดั่งเดิมของชาวบ้านวาใหญ่

แต่เมื่อลองสำรวจอีกสองสามชุมชนพบว่าความเชื่อเรื่องวิญญาณเหล่านี้หายไป เพราะมีความรู้ใหม่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มาอธิบายเรื่องคราม

 วิทยาศาสตร์สมัยใหม่อธิบายเรื่องครามด้วยหลักเกณฑ์ความเป็นกรด- เบส อุณภูมิและออกซิเจน(ไม่ขออธิบายเพราะไม่ได้ศึกษา) หลักการเหล่านั้นบางเรื่องกำลังทำลายความเชื่อและกฎเกณฑ์ดีดีบางอย่าง

เมื่อช่างย้อมบางชุมชนทราบถึงภาวะย้อมติดและภาวะย้อมไม่ติด ในเชิงวิทยาศาสตร์  ความเชื่อที่เคยมีหายไป ผมออกจะไปทางเสียดายอยู่มากเนื่องจากความเชื่อเหล่านี้เป็นความเชื่อที่ส่งเสริมคุรธรรมจริยธรรมและความสุขของครอบครัว ชุมชน

ท่านลองคิดดูว่าความเชื่อเดิมที่ว่านี้หากช่างย้อมเมินเฉยอะไรจะเกิดขึ้น

ชื่อว่า  หากวันไหนจะย้อมครามจะต้องพูดจาไพเราะ ไม่ด่าสามี ไม่ด่าลูกหลาน ไม่เช่นนั้นครามจะหนี

เชื่อว่า หากจะเข้าไปหม้อครามต้องอาบน้ำ ล้างมือให้สะอาด

เชื่อว่า  วันพระวันศีล มีคนตายในชุมชน ห้ามย้อมครามให้ไปทำบุญ

เชื่อว่า เป็นประจำเดือนไม่ให้ย้อมคราม ให้หยุดย้อม

 ฯลฯ

เสียดายจัง หากความเชื่อเหล่านี้จะหายไป