ไม่ใช่เหตุบังเอิญที่รู้จักกัน...
หลายวันก่อนได้ข่าวจากน้องซูซาน Little Jazz \(^o^)/ ว่าอ.พิชัย กรรณกุลสุนทร จะเดินทางมากรุงเทพฯ ก็เลยเป็นโอกาสดีที่จะได้ต้อนรับอาจารย์ที่กรุงเทพ เมื่อวาน (๘ ตุลาคม ๒๕๕๐) เย็นก็เลยนัดพบกันช่วงเย็นที่ร้านอาหาร ปัน ปัน ที่ สุขุมวิท ๓๓
น้องซูซานช่วยเลือกร้านให้เพราะดิฉันจะได้เดินทางไปร้านได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า (ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยจ้า..) ดิฉันไปถึงร้านหลังเวลานัดเล็กน้อย อาจารย์กับน้องซูซานไปถึงก่อนแล้ว กำลังสั่งอาหารกันอยู่พอดี ดิฉันเอากล้องไปด้วยก็เลยได้ภาพน่ารักมาให้ทายกันว่าบุคคลในรูปคือใคร ^ ^

หลังจากนั้นสักพักลูกสาวคนโตของอาจารย์ก็มาสมทบ โลกกลมจริงๆ เพราะอาจารย์เล่าให้ฟังว่าพอพูดชื่อดิฉันให้ลูกสาวฟัง ก็สามารถบอกได้ทั้งชื่อและนามสกุลดิฉันทันที ทำเอาเรางงไปเลยว่ารู้จักเราได้อย่างไร 5555
กลายเป็นว่าดิฉันเคยเขียน email ติดต่องานกันมาก่อน แต่ไม่เคยพบหน้ากัน แล้วพักหลังไม่ค่อยได้ติดต่อกันแล้ว เพราะตัวเองเพลาการทำงานด้านนี้ไปแล้วก็เลยไม่ได้ติดต่อกันอีก ทำใหู้้รู้สึกจริงๆ ว่าโลกกลมและ ทฤษฎี Six degrees of separation เห็นจะเป็นจริงในกรณีนี้ค่ะ
ลูกสาวอาจารย์น่ารักมากค่ะ ลองดูเสียก่อนนะคะ ว่าพ่อลูกคู่นี้น่ารักขนาดไหน ^ ^

ดิฉันไปถึงร้านอาหารตอนเกือบหนึ่งทุ่ม กิน+คุยกันจน ๓ทุ่มครึ่งได้ ส่วนใหญ่จะเป็นการคุยกันเสียมากกว่า ดิฉันคุยกับอ.พิชัยเรื่องธรรมะและการปฏิบัติ ส่วนน้องซูซานก็คุยกับน้องเรื่องงานโฆษณา งานทำหนังสือ กับคอมพิวเตอร์ เพลิดเพลินดีค่ะ
ตอนคุยกันดิฉันก็เล่าให้อ.พิชัย ถึงเรื่องที่กำลังจะไปรับทุนที่อเมริกาให้ฟังว่าไม่ได้เกิดความอยากในการไปเลย มันเฉยๆ เหมือนกับว่าเคยเห็นเคยทำมาแล้ว แต่ิคิดว่าการไปจะเป็นการฝึกและเป็นการยกระดับจิตของตัวเองอีกแบบหนึ่ง
อ.พิชัยบอกว่า การที่เราจะได้ไปไหนนั้นมีเหตุ บางทีก็ไปสร้างเหตุ บางทีก็ไป(ชด)ใช้ พอถึงเวลาตรงนั้น หากเกิดอะไรบางอย่างขึ้นมาก็จะเห็นได้เลยว่า ทำไมเราต้องมาอยู่ตรงนั้น ณ ที่เวลานั้น มานั่งนึกๆ ดูก็เห็นจะเป็นจริง ....
ดิฉันคิดต่อในใจเองว่าดิฉันโชคดีที่ได้รู้จักกัลยาณมิตรดีๆ แบบนี้ รู้สึกจริงๆ ว่า การเข้ามาใน gotoknow เป็นเหตุให้ตัวเองได้ปฏิบัติธรรมมากขึ้น ได้ทบทวน ได้คิด ได้วิเคราะห์ และเข้าใจธรรม(ชาติ)มากขึ้น ...
อาจารย์พิชัย ทำให้คิดได้ว่า การเข้ามาใน gotoknow กับ การรู้จักกัลยาณมิตรเหล่านี้ก็ไม่ใช่เหตุบังเอิญอีกต่อไป ...

สวัสดีครับอาจารย์
ตอนนี้ผมก็มาประชุมที่กรุงเทพครับ
เรื่องการพัฒนาคุณภาพรพ
ดีใจครับได้มาอ่านบันทึกและลปรรคนแรกครับ
เห็นด้วยอย่างมากครับมิตรภาพในนี้ เป็นสิ่งที่มีค่า
และช่ายเติมเติมส่วนที่เรายังพร่อง ยังขาด ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการเรียนรู้ แลกแปลี่ยนและการสัมผัสทั้งจากข้อความ แนวคิด เรื่องราว เรื่องเล่าต่างๆ รวมทั้งการพบกับตัวจริงเสียงจริงครับ
ผมชอบแนวคิดพี่เม้งเรื่องหินสองก้อนมากนะครับ
GTK เป็นเวที หรือพื้นที่ๆทำให้เราหามุม หาด้านของอีกคนที่เราจะสามารถเชื่อมโยงได้ครับ แม้ว่าทั้งหมดในความเป็นตัวตนของเราอาจจะไม่เหมือนกันหมด แต่เราก็เชื่อมในด้านที่เหมือนกัน การเชื่อโยงหลายๆด้านทำให้เกิดการพัฒนาแปลงและเรียนรู้ไปสู่จุดที่ดียิ่งๆขึ้นมากครับ
จริงๆแล้วผมมีแนวคิดจะเขียน หรือเล่าว่าเราได้อะไรจากในนี้บ้าง หรือเราเปลี่ยนแปลงและดีขึ้นอย่างไร เมื่อเข้ามาเรียนรู้แลกเปลี่ยนพบปะผู้คนมากมายครับ อาจารย์เขียนก่อนทำให้ได้ร่วมลปรรก่อนครับ
ขอบพระคุณมากๆครับ
สวัสดีครับ
ชอบคำของท่าน อ.พิชัย และเห็นด้วยว่าทุกอย่างไม่ใช่เหตุบังเอิญครับ "การที่เราจะได้ไปไหนนั้นมีเหตุ บางทีก็ไปสร้างเหตุ บางทีก็ไป(ชด)ใช้ พอถึงเวลาตรงนั้น หากเกิดอะไรบางอย่างขึ้นมาก็จะเห็นได้เลยว่า ทำไมเราต้องมาอยู่ตรงนั้น ณ ที่เวลานั้น"
555 พี่ตุ๋ยเชื่อมะว่านั่งอยู่ข้างๆ กันแท้ๆ แต่ไม่รู้เลยว่าพี่คุยเรื่องอะไรกัน แยกฟากแบ่งพวกคุยกันจริงจังมาก ขำอ่ะ ถ้าพี่ไม่เล่านี่ไม่รู้เรื่องเลยนะ จิตใจจดจ่ออยู่กับการคุยกับน้อง พี่เลยมีโอกาสได้สนทนาธรรมกันไง ^ ^ เมื่อวานก็สนุกดีเนอะ ไม่รู้คุณพ่อโดนคุณลูกพาไปช้อปปิ้งต่อจนถึงกี่โมง แต่ที่รู้ๆ ว่าอาจจะบัตรเครดิตกระจุยได้ นานๆ พ่อมาที เป็นหนูก็ต้องไถอ่ะ ^ ^
เรื่องทฤษฎี Six degrees of separation เคยได้ยินมานานแล้ว แต่ไม่เคยลองไล่ดูสักทีค่ะ เขาบอกว่าคนเราส่วนใหญ่จะรู้จักคนประมาณ 200-250 คน เพราะฉะนั้นเวลาจัดงานแต่งาน แขกสองฝ่ายจึงอยู่ราวๆ 400-500 คน อาจจะเพิ่มจากพ่อแม่สองฝ่ายอีกนิดหน่อย อันนี้เป็นทฤษฎีที่ใช้ในการทำงานเลยนะ เพราะการทำพวกการ์ดแต่งงานถ้ายังไม่รู้จำนวนแขกแต่ต้องทำเร่งด่วน เขาให้ทำไว้ที่ 500 ชุดไง รับรองว่าประมาณนี้ชัวร์ เหลือก็ไม่เป็นไร ถ้าพวกมีชื่อเสียงก็ให้ทำที่ 1,000 ชุดค่ะ
นี่ว่าเดี๋ยวจะลองเอางานให้น้องเขาดูว่าจะทำมั้ย เผื่อจะได้มีค่าขนม เงินดีกว่าที่น้องเขารับอยู่เยอะอ่ะ สงสารที่โดนกดราคา ถ้าทำหนุกๆ มันก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่เห็นว่าจะซื้อเครื่องก็น่าจะลองรับงานที่จริงจังและคุ้มค่ากว่าเดิมหน่อย
สวัสดีค่ะน้องหมอ
เมื่อครู่ก็เพิ่งไปเยี่ยมที่บันทึก FAPAI มาเหมือนกัน สวนกันพอดี ^ ^
ไม่รู้ว่ามากรุงเทพเลย มาประชุมหลายวันใช่ไหมคะ เย็นวันพฤหัสยังอยู่กรุงเทพหรือเปล่าไม่รู้ เผื่อจะได้พบกันน่ะค่ะ ^ ^
น้องเม้งเป็นคนที่มีความคิด ข้อคิดดีๆ เสมอค่ะ เป็นคนช่างคิด(สร้างสรรค์)ดีจริงๆ ค่ะ
น้องหมอก็เป็นคนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มมิตรภาพใน gotoknow ค่ะ และเรามีอย่างน้อยมุมหนึ่งที่เหมือนกันอย่างแน่นอน ^ ^
สวัสดีค่ะน้องกบ
พี่ก็เชื่อเช่นนั้นเหมือนกันค่ะ ว่าไม่ใช่เหตุบังเอิญ
การรู้จักน้องกบก็ไม่ใช่เหตุับังเอิญเช่นกันค่ะ ^ ^
ศิษย์น้อง
เืมื่อวานช่วงหลังๆ นับว่าแยกคู่คุยจริงๆ 5555 พี่ก็ได้ยินแว่วๆ ว่าคุยกันเรื่องงานอะไรนี่แหละ แต่ไม่รู้หรอกว่างานอะไร ^ ^
ตอนที่น้องขับรถออกไปแล้ว พี่เดินออกมาพร้อมกับคุณพ่อคุณลูก ได้ยินคุยกันว่าน้ำมันรถหมดพอดีอีกต่างหาก 55555 งานนี้คุณพ่อที่รักโดนอีกรายการแน่นอน ^ ^
เรื่อง six degrees น่ะ ถ้าไม่รู้จักน้องเขามาก่อน ก็เรียกว่าได้ว่าเป็นดีกรีที่ ๒ แต่ตอนนี้รู้จักมาก่อนเลยกลายเป็นดีกรีที่ ๑ ไปเลย เหมือนแต่ก่อนพี่คงไม่รู้จักเพื่อนน้องที่อยู่ในซอย ๓๓ หรอก คงเคยเห็นแต่ในทีวี แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นว่ารู้จักในดีกรีที่ ๒ ไปแล้ว รู้จักผ่านน้องไง อิ อิ
อย่างที่ว่านะ โลกมันแคบจริงๆ ไปๆ มาๆ รู้จักกันไปหมด ถ้าช่วยเหลือกันได้ ก็ช่วยเหลือกัน เอื้อเฟื้อกัน สังคมน่าอยู่และเป็นสุขไม่น้อยเลยทีเีดียว ^ ^
สวัสดีจ้าน้องลูกหว้า
เห็นด้วยค่ะว่าโลกใน gotoknow ไม่ใช่โลกเสมือน แต่เป็นผู้คนจริงๆ ที่มีจิตอาสา รู้จักที่จะให้ (เพราะการเขียนให้ความรู้ ก็เป็นการให้อย่างหนึ่ง) ทำให้เราได้หลุดจากการรู้จักคนในกรอบแคบๆ ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่และเวลาออกไป เปิดหู เปิดตา เปิดใจมากขึ้น ทำให้เรารู้ว่ามีคนที่ทั้งคิดเหมือนและคิดต่างจากเรา รู้จักรับรู้เหตุและผลมากขึ้น ดีจริงๆ ด้วยจ๊ะ
ไม่ว่าคนแถวนั้นจะพูดอย่างไรนะจ๊ะ พี่ว่าสิ่งที่น้องปฏิบัติอยู่เป็นสิ่งที่ดีที่หลายๆ คนควรดูเป็นตัวอย่างด้วยซ้ำไป....
คิดถึงเสมอค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ pa_daeng
ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมที่บันทึกเลยค่ะ แต่เห็นข้อคิดเห็นของ pa_daeng แล้ว รู้เลยค่ะว่าได้พบคนที่มีจิตอาสาอีกหนึ่งคนใน gotoknow แต่ไม่ได้ไป KM พิษณุโลก เลยไม่ได้พบตัวจริงกัน
สำหรับตัวเองแล้วคิดว่า เพื่อนในเนตจะรู้จักตัวตนเรามากกว่านอกเนตเสียอีก ^ ^ ตัวเองก็ใช้เวลาในเนตเยอะเหมือนกันค่ะ แต่ก็มีบางช่วงที่หายๆ ตอนทำงานหนักๆ น่ะค่ะ
ขอบคุณที่แวะมา ลปรร นะคะ
สวัสดีค่ะพี่
เกาะติดและตามสถานการณ์ความคืบหน้าค่ะ เห็นด้วยกับลูกหว้าค่ะ ของอย่างนี้ไม่ต้องซื้อหา แต่มาด้วยใจล้วน ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ฮ่า ฮ่า!
น้องรองกะน้องเล็กเดาถูกต้อง
งานนี้กระเป๋าเบาไปพอควร...ขนาดมาค่อนข้างบ่อยนะเนี่ย :)
กลายเป็นประเพณีของเธอไปแล้วว่า หากเจอดี้ต้องพาไปซูเปอร์มาร์ก เพราะดี้เคยบ่นว่ากินแต่มาม่าจะโทรมและมีโรคภัยตามมา เธอเลยพาไปช้อบเสียเต็มตู้เย็น แถมด้วยเติมน้ำมันเต็มถัง :(
คราวก่อน เล่นพาไปซื้อเตาไมโครเวฟ
คราวนี้ยังเบาะๆคร้าบ :)
ว่าแต่ขอบคุณมากที่หนูเลี้ยงอาหารอิตาเลี่ยน ร้านปันปัน ยังอร่อยเหมือนเดิม
หากมาเชียงใหม่จะพาไปกิน สเตฟาโน สุดยอดเลยล่ะ
พานพบไม่รู้จบ
พบพานอย่างรู้ใจ...
เนิ่นนาน ..ตลอดไป
ยิ่งใหญ่..และงดงาม
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
คิดตั้งนานว่าอะไรสำเนาถูกต้อง 5555 คิดออกแล้วแหละ อิอิ
มิตรภาพใน gotoknow มีพลังเสมอค่ะ
เฉพาะของอาจารย์ขจิตคนเดียวก็พลังล้นเหลือค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนนะคะ ^ ^
สวัสดีค่ะน้องราณี
ไม่ได้คุยกันนานเลยนะคะ ดีใจที่ได้พบอีกครั้งค่ะ แต่เห็นทำกิจกรรมกันใน KM พิษณุโลกกันสนุกทีเดียว นี่แหละค่ะพลังของมิตรภาพใน gotoknow ตอนนั้นยุ่งไปหน่อย เลยได้แต่ติดตามอ่านค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะอาจารย์
หนูจะอดอาหารรอค่ะ อิอิ แต่หนูสนใจน้ำพริกหนุ่มมากกว่านะค่ะ 5555 อะไรก็ได้ค่ะ กินได้เกือบหมด ^ ^
มีลูกสาวสวย น่ารัก แบบนี้ก็ต้องดูแล เอาใจแบบนี้แหละค่ะ 5555 อันนี้เป็นจุดอ่อนของคุณพ่อทั้งหลายอยู่แล้ว
เห็นบันทึกของอาจารย์ขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ได้แวะไปเยี่ยมเลย เดี๋ยวจะไปหาที่บันทึกค่ะ ^ ^
ดีมากน้อง
นับว่าเจ้าเป็นลูกกตัญญู อย่าลืมเป็นน้องผู้อุปถัมภ์กับพี่ด้วยนะจ๊ะ 55555
สวัสดีค่ะน้องแผ่นดิน
เขียนได้ดีจังเลยค่ะ อย่างที่น้องลูกหว้าบอกไว้ข้างบนว่า "
"
การรู้จักคนอื่น เหมือนได้ทำความเข้าใจตัวเองเพิ่มไปด้วย เพราะมิตรเราก็เหมือนกระจกของเราในทีอยู่เหมือนกัน และถ้าเป็นกัลยาณมิตร ก็จะยิ่งนำเราไปสู่สิ่งดีงาม สิ่งที่เป็นมงคลยิ่งขึ้นไปอีก
ขอบคุณที่แวะเข้ามา ลปรร ค่ะ ^ ^