ที่จริงไม่ควรจะใช้คอมพิวเตอร์ตอนนี้ แม้อยู่ในบ้าน เพราะฝนกำลังกระหน่ำ ฟ้าก็เปรี้ยงๆเป็นระยะๆ แต่อยากเขียนเสียตอนกำลังอยากเล่า
เลกีมาและอื่นๆเป็นเหตุปัจจัยให้น้ำไหลหลากมาจากทางเหนือ เห็นระดับน้ำที่ค่อยๆขึ้นจากการที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบายน้ำมา ก็นึกสงสารต้นไม้ที่ท่าน้ำ ที่ต้องมาจมน้ำในขณะที่กำลังงอกงามสะพรั่ง นี่ล่ะ ความไม่แน่นอน ทุกสิ่งเกิดขึ้นมา ก็ต้องแตกดับไปด้วยเหตุต่างๆ ดังนั้นจึงคิดว่าคนเราควรไม่ประมาท เพราะอาจไม่ได้แก่ตาย
น้องหมาช่วยกันรุมเห่าอะไรสักอย่างในน้ำ เลยออกไปดู ที่แท้"พี่สม" คนหาหอยทรายนั่นเอง

น้ำท่วมแปลงผักชั้นล่างสุดไปแล้ว ปกติต้นไผ่ไม่ได้อยู่ในน้ำ พี่สมลอยคอแล้วใช้สวิงกวาดๆที่ท้องน้ำ ได้หอยทรายไปขายเรื่อยๆ น้องหมาเขาจะเห่าทุกครั้ง ไม่รู้ว่าหวงท่าน้ำหรือเปล่า พี่สมคนเดียวเลี้ยงลูกสามคน แต่แกสู้ชีวิตมาก แกเห็นเราเลยเอ่ยปากขอ"ซื้อ"ถั่วพูที่กำลังออกทั้งดอกและฝักกันสลอน เราบอกว่า โอ๊ย เยอะแยะ น้ำก็ท่วมค้างถั่วพูแล้วมีคนมาช่วยเก็บไปทานนะดีแล้ว ไม่ต้องซื้อกันหรอก ของบ้านนี้ไม่เคยขาย มีแต่ไล่แจก

ดอกถั่วพูมีทั้งสีขาวและสีม่วงสวยมาก มีความเริงร่าแบบยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง
ถามพี่สมว่าต้องการผักอื่นอีกมั้ย ฟักก็กำลังมีลูกเกือบสิบลูก มะละกอก็ดก มีต้นที่ยืนในน้ำแล้วยังไงก็ไม่รอด หากชอบทานจะได้แบ่งให้ แกบอกว่าไม่เอาหรอกเกรงใจ เราบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ เพราะเต็มใจ แกคงไม่กล้ารับฟรีๆเพราะเราเป็นเจ้าของลงมาเอง ปกติป้านวลก็จะแบ่งโน่นแบ่งนี่ให้แกอยู่แล้ว โดยเฉพาะตะไคร้มีตั้งห้าหกกอ แกเอาไปต้มกับหอยทรายได้

ที่เห็นแผงใบสะพรั่งนี่คือถั่วพู ได้เก็บทานทุกวัน พี่น้อยทำยำถั่วพูได้อร่อยมากๆ แต่วันนี้ให้ถั่วพูพี่สม ตัวเองจะทานถั่วฝักยาวผัดเป็นอาหารเย็น พี่สมแกบอกว่าปลูกถั่วฝักยาวกินเองดีจังแกก็ไม่กล้าซื้อกินกลัวยาฆ่าแมลง อย่านึกว่าชาวบ้านไม่มีความรู้ บางทีเขาเลือกไม่ได้ ป้านวลเก็บมะละกอและฟักให้พีสมอย่างละลูก แกขอบใจ อวยพรซะยิ่งใหญ่

เป็นคนชอบต้นกล้วย และชอบเห็นกล้วยเป็นหวีๆ เครือๆ ไปชมงานนิทรรศการกล้วย ซื้อมาหลายชนิดคิดว่ามีซักห้าหกชนิด ป้านวลบอกว่าทั้งหมดสิบชนิด ตายไปหนึ่งชนิด ที่เหลือก็เลี้ยงเป็นดงที่เห็น โถ ยังไม่ทันดอกลูกออกเครือให้เห็นก็จะจมน้ำตายเสียหรือเปล่าหนอ เลยให้ป้านวลขุดหน่อเล็กๆที่แทงออกมา เก็บไว้เผื่อต้นแม่จมน้ำตาย ปีหน้าก็ปลูกกันใหม่


จากเก้าชนิดแปลกๆที่เหลืออยู่(ไม่นับกล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทองธรรมดาที่ปลูกอยู่แล้ว) มีอยู่ชนิดหนึ่งเพิ่งออกหวีออกเครือได้ลิ้มรส ชื่อ "ตำนวล" ก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ รสชาติเหมือนกล้วยหอมบวกกล้วยน้ำว้า แต่กลิ่นไปทางกล้วยหอมมากกว่า ออกมาซักหกหวีได้มั้ง แจกกันไปทั่ว ตัวเองทานไปแค่สามลูก คนขับรถเราบอกว่าที่อีสานเขาเรียกกล้วยหอม แปลว่า ที่เราเห็นอะไรแปลกๆอีสานมีอยู่ก่อนแล้วทั้งนั้น
ให้ดูเปรียบเทียบระดับน้ำจากเมื่อวานซืน กับวันนี้


ดูจากผักอีกชนิดก็ได้


แม้น้ำจะขึ้นสูงทุกทีๆ แต่ก็ไม่ได้มีทุกข์เพิ่มขึ้นตามระดับน้ำ ด้วยเหตุผลหลายประการ
- เคยผ่านน้ำท่วมใหญ่ที่บ้านหลังนี้มาสองครั้ง ซึ่งท่วมชั้นล่างในบ้านเกือบมิดศีรษะ
- อยู่บ้านริมน้ำต้องเข้าใจภูมิประเทศ ระบบนิเวศน์ว่าอยุธยาป็นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมเป็นเรื่องที่มีมาแต่อดีต
- น้ำท่วมไม่ได้ท่วมยาวนาน เดี๋ยวก็ลด ความเสียหายที่เกิดกับเรายังน้อยเมื่อเทียบกับชาวบ้านที่อยู่เหนือเขื่อน ต้นน้ำ
- คงทำบุญมาดีที่สามารถมองเห็นความงามในน้ำท่วม ไม่เกิดความกลุ้มใจ เสียดายทรัพย์สิน ด้วยมีการเตรียมการ ทำดีที่สุดแล้วเท่าที่จะทำได้ อะไรจะเกิดย่อมยอมรับได้
- ประการสุดท้ายสำคัญมาก คือคนข้างกายมีคนงานเยอะที่จะนำมาซ่อมแซมฟื้นฟูบ้าน แม้ต้องรอนาน แต่ก็ไม่ต้องเหนื่อยทำเอง
อย่างนี้แล้วจะไปทุกข์ทำไม
สวัสดีค่ะอาจารย์
อ่านบันทึกของอาจารย์ทีไรมีชีวิตชีวาทุกครั้งเลยค่ะหนูเป็นคนนึงที่ชอบธรรมชาติค่ะพออ่านมาเรื่อย ๆ เห็นกล้วยน่าทานจังเลยค่ะรู้สึกหิวขึ้นมาทันทีแต่ก็บอกตัวเองว่าไม่ได้ค่ะไม่ได้เดี๋ยวอ้วน
พออ่านช่วงบรรทัดสุดท้ายอ่านแล้วรู้สึกโล่งใจค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะ
จำได้ว่า พี่พูดถึงการซ่อมเรือไว้เผื่อน้ำท่วม ไม่นานเลยนะคะ น้ำก็ท่วมจริงๆ โชคดี ที่มาเร็ว ไปเร็ว ขอให้บุญรักษาพี่ค่ะ
ฝันของผม คือ มีบ้านริมน้ำ
เห็นกล้วย น้ำว้า + หอม = ตำนวล
ชอบครับ
สวัสดีค่ะคุณพี่นุช..คุณนายดอกเตอร์
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ่านตามเหตุผลทั้งหมดแล้ว ก็ไม่ทุกข์ค่ะ และได้เตรียมพร้อมไว้แล้วด้วย แม่นซะจริงๆค่ะ มาเร็วกว่าที่คิดอีกค่ะ
อยู่บ้านริมน้ำต้องแบบนี้ละค่ะ สนุกดีจะตาย
สวัสดีค่ะพี่นุช
แอมแปร์อ่านเรื่องบันทึกนี้เสียจนเพลินไป เพราะพี่นุชเล่าเรื่องน้ำท่วมด้วยภาพและคำได้อย่างมีชีวิตชีวา ทำเอาคุณเลกีมาด้อยความสำคัญไปถนัด
เพราะชีวิตอันหลากหลายที่เนื่องด้วยสายน้ำที่พี่นุชเล่าให้ฟัง น่าสนใจกว่าตั้งเยอะ
ต้นกล้วยนี้สวยนักนะคะพี่นุช โดยเฉพาะเมื่อเป็น(นางแบบ)ภาพลายเส้น เห็นต้นกล้วยก็จะเห็นวิถีไทยไหลมาเป็นสาย ไล่มาตั้งแต่ต้นกล้วย หยวกกล้วย ทางกล้วย และใบตองต้องลม
และเรื่องพี่สมคนนั้น.....
ชีวิตชนบทที่อยู่กันแบบเอื้อเฟื้อแบ่งปันนี้น่ารักจริงๆ
ขอบพระคุณมากนะคะสำหรับเรื่องเล่าชีวิตที่ให้ข้อคิดด้านบวกเช่นนี้ ขอให้ภาวะน้ำท่วมผ่านไปโดยเร็วที่สุดนะคะพี่นุช
ภาวะโลกร้อนที่เราต้องช่วยกันตั้งแต่วันนี้จริงๆนะคะ
สวัสดีค่ะพี่นุช
คิดถึงจังค่ะ ตอนที่คุณเลกีมาท่านมาเยือน ชร.ก็ทำเอาไฟดับไปถ้วนทั่ว และยังเหลือร่องรอยให้ได้พบเห็นในเรื่องความชุ่มฉ่ำที่ท่านนำมาด้วย
เบิร์ดชอบการมองเห็นแง่ดีจากสิ่งที่เกิดขึ้นของพี่นุชมากเลยค่ะ และความงามของน้ำใจ ความเื้อื้ออาทรต่อสรรพชีวิต..ล้วนก่อเป็นความอบอุ่น ซึ้งในใจอย่างทีทุกๆท่านสัมผัสได้
ในอดีตเราก็เกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลมาโดยตลอดนะคะ และมีข้อดีคือการกระจายพันธุ์พืช สัตว์และปุ๋ยที่มาตามน้ำและเกิดการตกตะกอนเมื่อน้ำลด ทำให้ผืื้นดินภาคกลางมีความอุดมสมบูรณ์ตลอดมา..ธรรมชาติมหัศจรรย์จังเลยนะคะ
ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับบันทึกดีๆที่ทำให้เช้าวันนี้ของเบิร์ดสดใสอีกวัน ^ ^
สวัสดีค่ะพี่นุช
ฟังคำบรรยายเย็นๆ ประกอบภาพไปด้วย ทำให้ไม่ได้คิดถึงเลยว่านี่คือน้ำท่วม ซึ่งจัดเป็นอุทกภัย.. แต่อย่างที่พี่นุชบอกไว้ว่าต้องเข้าใจธรรมชาิติ แล้วก็จะเห็นความงามในชีวิตได้ ดีจังเลยค่ะ
แต่เห็นใจเกษตรกรที่ไร่นาถูกท่วมมากเลยนะคะ ถ้าปรับตัว/เตรียมตัวไม่ทัน ก็คงแย่เหมือนกัน
ขอบคุณที่เล่าประสบการณ์ริมน้ำให้ฟังเสมอนะคะ น้อยคนค่ะที่จะมีโอกาสได้อยู่ริมน้ำ ^ ^
อ่านบันทึกของพี่นุชแล้วได้แต่อมยิ้มค่ะ ^_^ ชอบมาก ต้อมรู้สึกว่า.. พี่นุชสวยทั้งข้างนอกและข้างในจริง ๆ ค่ะ เขาว่ากันว่าบุคคลใดมองโลกในด้านบวก บุคคลนั้นเป็นผู้ที่มีทักษะทางความคิดที่ฉลาดล้ำ คนที่มองโลกด้านบวกย่อมมีจิตใจผ่องใส สดชื่น มีสติปัญญาในการแก้ปัญหา มีความหวัง มีกำลังใจ
พี่นุชเป็นคนของธรรมชาติจริง ๆ .. ที่ดูราวจะรู้จัก รู้ใจ ตลอดจนเข้าใจในธรรมชาติของสรรพชีวิต นี่ต้อมนับถือความคิดพี่นุชมากเลยนะเนี่ย ^_^
สวัสดีค่ะทุกท่าน รอบนี้ขอตอบแบบต่อเนื่องนะคะ
อาจารย์เขียนนิดเดียว ตอบซะยาวเลย รู้สึกเป็นปลื้มค่ะที่อาจารย์กรุณาแวะมาที่บันทึกนี้
ผักบุ้งดองชอบทานค่ะ อร่อยกรอบทานกับน้ำพริกกะปินะ เยี่ยมๆ ไม่ได้ทานนานแล้ว วันหลังมาสอนพี่บ้างนะคะ พวกผักดองไม่ค่อยกล้าซื้อทานค่ะ อยากทำไว้ทานเอง เวลามีผักบุ้งเยอะๆจะได้ทำไว้แจกด้วย
ทุกท่านในบล็อกนี่น่ารักมากที่บอกว่าพี่คิดด้านบวกได้ดี มีหลายคนทั้งเพื่อนๆและญาติบอกว่าไม่เข้าใจที่คิดอย่างนี้ได้อย่างไร เขาก็บอกว่าก็ดีที่คิดได้ แต่ยังไงเขาก็ไม่สามารถจะทนสภาพกับการอยู่บ้านแล้วต้องวิตกเรื่องน้ำท่วม เฮ้อ ต้องปล่อยไป
ในอดีตเราก็เกิดน้ำท่วมตามฤดูกาลมาโดยตลอดนะคะ และมีข้อดีคือการกระจายพันธุ์พืช สัตว์และปุ๋ยที่มาตามน้ำและเกิดการตกตะกอนเมื่อน้ำลด ทำให้ผืื้นดินภาคกลางมีความอุดมสมบูรณ์ตลอดมา..ธรรมชาติมหัศจรรย์จังเลยนะคะ...
คนสมัยก่อนยังมองว่าหน้าน้ำนั้นยงเป็นการชำระสะสางสิ่งสกปรกหมักหมมในบริเวณบ้านด้วยค่ะ
สำหรับเกษตรกรและชาวบ้านที่ไม่ได้มีเงินทองซ่อมหรือบางที่ถึงกับต้องปลูกบ้านใหม่นั้นน่าเห็นใจมาก การพัฒนาที่ไม่ได้มองถึงความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่ความจริงเกิดประจำทุกปี พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันค่ะว่าทำไมจึงยังคงเป็นเช่นนี้อยู่
จะบอกความไม่ลับให้ว่าบ้านที่ปลูกอยู่บนผืนดินริมน้ำแปลงนี้ เป็นที่งอกจากการตกตะกอนมายาวนานกว่าห้าสิบปีมั้งคะ ไม่มีอยู่ในแผนที่ของกรมที่ดิน แปลว่าปลูกบนที่ไม่มีโฉนด หรือในแผนที่กรมที่ดิน ผืนดินนี้คือแม่น้ำนั่นเอง แต่เราแก้ปัญหาทางกฏหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิ์บ้านไว้เรียบร้อย ไม่มีปัญหาค่ะ ก็อยู่แค่ตายนะคะ ลูกก็ไม่มี ไม่รู้จะห่วงอะไร อยู่ให้สบายใจดีกว่า
ที่จริงช่วงนี้เมื่อปีก่อนๆจะไม่มีน้ำลงมาแล้วค่ะ เพราะใกล้หมดฝน ลมหนาวจะเริ่มมา แต่เดี๋ยวนี้ความวิปริตของดินฟ้าอากาศเหนือคำพยากรณ์ค่ะ คิดว่าน้ำคงมาอีกระลอก จากฝนที่ตกทางเหนือ แต่คงไม่มากถึงท่วมบ้าน อยู่แค่ท่าน้ำ
ขอมอบภาพให้อีกภาพนะคะ เป็นการขอบคุณทุกท่านที่มีไมตรีจิตรเป็นห่วงและแวะมาที่นี่ค่ะ
น้ำท่วม ไม่ดีเลยนะค่ะ ควรหันมาปลูกป่ากันไว้เจ้าค่ะ
สวัสดีค่ะคุณทิชา
นอกจากช่วยกันปลูกป่าแล้ว น่าจะช่วยเอื้ออำนาจให้ชาวบ้าน ชุมชนเขามีสิทธิ์ดูแลรักษาป่าด้วย เพราะเมื่อป่าถูกทำลาย นายทุนตัดไม้สบายไปแล้ว แต่คนรับกรรมคือชาวบ้านตาดำๆนะคะ