เราจะมีเลือดสำรองไม่น้อยกว่า ๗๐๐ ร้อยขวด ที่ฝากไว้ในกายคน ไม่ต้องสร้างตึกรามไว้เก็บคลังเลือด ให้เปลืองงบประมาณ

   อยากจะให้ หมู่บ้านในตำบลเขาคันทรง อยู่ในความดูแลของทุกท่าน ที่เข้ามาในกระทู้นี้ เป็นกรณีศึกษา ที่จะได้นำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพ่อหลวงของเรา มาดำเนินการ ช่วยกันดู ช่วยกันแนะ ผ่านผู้เขียน ซึ่งมีประสบการณ์น้อย จะทำให้ เกิดนวตกรรมใหม่ แห่งG2K ที่ก่อเกิด การพัฒนารูปแบบใหม่ ทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นภาระ หรือสร้างความอึดอัดต่อกัน ไม่นาน เราก็จะเห็นว่า เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำได้ ใครที่ฝันจะมีหมู่บ้านสักแห่ง เพื่อดูแลนำวิชาความรู้มาใช้ หรือใครมีพื้นที่ ที่ประสบความสำเร็จแล้ว อยากขยายเครือข่าย ก็เชิญได้เลย ที่นี่ค่ะ

  เวทีชาวบ้านเมื่อคืนนี้ จบลงด้วยบรรยากาศ ที่โรแมนติก เพราะขณะประชุมกันอยุท่ามกลางสายฝน ไฟฟ้าชนบท ก็ดับตามปกติ ต้องจุดเทียนคุยกัน แต่เนื้อหาสาระก็ไม่ได้มืดมิด เหมือนราตรีกาลนะคะ

 ๑๑ ทหารเสือ บวก ๒ เจ้าหน้าที่ ทำหน้าที่เป็นต้นคิด ของหมู่ที่ ๕ ต.เขาคันทรง บ้านสุรศักดิ์ ได้เป็นอย่างดี เมื่อมาทบทวน ถึงการร่วมเฉลิมเฉลอง ในปีมหามงคลในหลวง ๘๐ ปี ก็ตกลงกันว่า สิ่งที่จะทำต้องเป็นความดี มีส่วนร่วมและเกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก ที่สำคัญควรมีความยั่งยืน สมาชิก ที่ประกอบด้วย ผู้นำที่เอาใจใส่ คือ กำนัน รองนายก อบต.เขาคันทรง สมาชิก อบต.หมู่๕ อสม. ต่างก็ตั้งใจ หารือกัน แม้บทสรุปออกมา ทำให้ผู้เขียนผิดความคาดหมาย

    กลุ่มได้นำเรื่องธนาคารเลือด ในหมู่บ้านขึ้นมา ที่จริงธนาคารเลือด คือการหาอาสาสมัครบริจาคเลือด ในหมู่บ้าน พร้อมที่จะเป็นคลังเลือดสำรองในกาย เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ก็จะได้เลือดมาใช้ทันที เป็นความคิด ที่ผู้เขียนเคย เสนอแนะ แต่เป็นภาพรวมของทั้งตำบล ฉะนั้น แต่ละหมู่บ้าน ก็จะมีอาสาสมัคร สัก สิบคน ก็จะทำให้มีเลือดสำรองเกือบร้อยขวด แต่ไม่นึกว่า ชาวสุรศักดิ์ จะคิดการใหญ่ไปกว่านั้น เขาสรุป ที่จะทำคลังเลือดในหมู่บ้านเขา อย่างน้อย ๑๐๐ คน ไม่ใข่แค่เพ้อฝัน เขาช่วยกันเสนอความคิดเห็นโดยถ้วนหน้า

" เพื่อให้มีเลือดพอใช้ในหมู่บ้านของตน".....พึ่งตนเองพอประมาณ

"เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง".......กตัญญู

"เพื่อฝึกการมีใจเสียสละ มีเมตตา" ...............คุณธรรม

"เพื่อส่งเสริมความสามัคคีในหมู่บ้าน" ..........สร้างพลัง

"เพื่อมีลือดไว้ใช้ยามจำเป็น". ........................มีเหตุผล

"เพื่อช่วยเหลือหมู่บ้านอื่นที่ต้องการเลือด" ....เครือข่ายและต้นแบบ

และกับป้าสวิงที่ขี้อายมาก ก็ยังเสนอว่า

"เพื่อให้ลูกหลาน รู้จักสร้างความดี" ................หัวใจแห่งการพัฒนา

   มืดก็มีด แต่เราก็ ยังค้นหาวิธีการหาอาสาสมัครกันต่อ ตกลงจะใช้แบบ ตัวต่อตัว ให้ข้อมูลได้ละเอียด ไม่เสียงิน วันนี้มา๑๑ คน ก็แค่หาคนละสิบ ที่ประชุมบอก สบายมาก เริ่มที่บ้านตัวเอง ญาติ และค่อยขยายไปในหมู่บ้าน มีคนเสนอว่า ครัวเรือนละหนึ่งคนได้ก็ดีนะ ส่วน อบต.เปี๊ยก บังเกิดความรู้สึกที่ดีมาก จึงว่า ผมขอรับเป้าหมาย ๒๐ คนครับ สร้างความฮือฮากันใหญ่ แต่สรุปว่า หมู่บ้านเราอย่างน้อยต้อง ๑๐๐ คน และช่วยกันตั้งชื่อสรรพเสร็จว่า"ธนาคารเลือดเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา บ้านสุรศักดิ์"

   ความมืดได้ปิดบัง ไม่ให้ใครเห็นดวงใจของผู้เขียนที่พองโต กับการเริ่มงานครั้งแรก พรุ่งนี้ มะรืนนี้ .....ยังเป็นช่วงที่ต้องเข้าไปในหมู่บ้านที่เหลือ พร้อมผู้บริหารท้องถิ่น ทีนึกสนุก จะไปร่วมด้วย ทำให้คิดเล่นๆว่า ถ้าเกิดพร้อมใจกัน สร้างธนาคารเลือดเฉพาะหมู่บ้านขึ้น เราจะมีเลือดสำรองไม่น้อยกว่า ๗๐๐ ร้อยขวด ที่ฝากไว้ในกายคน ไม่ต้องสร้างตึกรามไว้เก็บคลังเลือด ให้เปลืองงบประมาณไม่ต้องโยนเลือดที่หมดอายุทิ้ง เมื่อหมดอายุ ไม่ต้องร้องขอวิงวอน เมื่อต้องหาเลือดให้ผู้ป่วย เราจะมีคนหนุ่มสาวที่มีใจเสียสละ มีการดูแลสุขภาพตนอย่างดี เพราะ พร้อมที่จะให้เลือดที่บริสุทธิ์กับผู้อื่น และการจะพัฒนาบ้านเมือง ตัวชี้วัดอย่างธรรมชาติอันหนึ่งก็คือการมีจำนวนอาสาสมัครมากเท่าไร ศักยภาพในการพัฒนาก็มีมากและง่ายขึ้น เท่านั้น เพราะเราพัฒนาใจเขาก่อนนั่นเอง

   ต่อให้ผู้เขียน ต้องเดินทางเข้าหมู่บ้าน ทั้งไป-และกลับ จะฝ่าสายฝนเหมือนเมื่อคืนนี้ สักกี่ครั้ง ก็ไม่ได้สร้างความหวั่นไหวให้ผู้เขียนเลย จะขอตั้งใจทำความดีถวายพ่อหลวง อย่างเป็นรูปธรรม ให้สมกับความภูมิใจ ที่ได้เกิด เป็นข้าในพระองค์ และอยู่บนผืนแผ่นดินไทย  ขอพระองค์ทรงพระเจริญ