พ่อจ๋า..
จดหมายนี้เป็นจดหมายฉบับแรกที่มีถึงพ่อ พ่อคงจะอมยิ้มแล้วก็หัวเราะหุหุ ถ้าหนูจะบอกพ่อว่า.. จริง ๆ แล้วก็จำไม่ได้หรอกว่าพ่อได้จากพวกเราไปกี่ปีแล้ว ก็ไม่ได้อยากจะจำนี่นา รักพ่อมากจนไม่อยากจะจำวันที่ต้องเสียพ่อไป คลับคล้ายคลับคลาว่าพ่อจากไปในตอนเช้าวันหนึ่งของปลายเดือนตุลาคมหลังจากที่พ่อ early retired มาครบรอบ 1 เดือนพอดี ตอนนั้นเราอยู่บ้านพักครูใช่ไหม? หนูกลับมาช่วยพ่อกับแม่เก็บลำไยที่สวนได้สักสามวันแล้ว เช้าวันนั้น..จำได้ว่า ขณะที่กำลังทำมื้อเช้าอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงแม่ร้องกรี๊ด ร้องทำไมเนี่ย? ได้ยินเสียงคนงานที่มารอจะเข้าสวนพร้อมเราวิ่งขึ้นบันได และใครคนหนึ่งก็เข้ามาบอกว่า "น้องต้อม..พ่อครูเสียแล้ว" เท่านั้นล่ะ พ่อรู้ไหม? หนูวิ่งขึ้นบันไดไปยังห้องพ่ออย่างรวดเร็ว และภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็คือ ร่างของพ่อที่นอนทอดยาวอยู่บนเตียง แม่กับน้องทรุดตัวนั่งร้องไห้อยู่ตรงนอกห้อง ชาวบ้านอีกเป็นสิบที่ยืนอยู่ในห้องนอนของพ่อทั้งผู้ชายและผู้หญิงพากันร้องไห้ แต่..หนูซึ่งเป็นลูกสาวพ่อกลับมองแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นสักครู่โดยปราศจากน้ำตา ก่อนจะได้ยินเสียงใครบางคนให้ไปกราบลาพ่อเป็นครั้งสุดท้าย หัวใจสลายคงเป็นอะไรที่แทนความรู้สึกในวันนั้นของหนูได้ หนูรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจจ๊ะ พ่อ

แปลกนะจ๊ะ ที่หนูก็รักพ่อมากมายและก็รู้ว่าพ่อเองก็รักหนูมากเช่นกัน แต่ทำไมเราถึงไม่เคยบอกรักกันนะ ทำไมเราไม่เคยแสดงออกว่ารักกัน หลาย ๆ ครั้งที่เราเดินผ่านกันเราก็แค่เลี่ยงหลบให้อีกคนเดินผ่านไปโดยไม่ชนกัน หรือการสนทนาของเราก็จะสั้น ๆ อันนี้หนูสันนิษฐานว่าเพราะเรื่องคราวนั้นไง ตอนนั้นหนูยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ และก็เป็นเด็กที่ติดพ่อเสียด้วย พ่อไปไหนก็มักจะหอบพาหนูไปด้วย และค่ำนั้นพอพ่อกลับจากโรงเรียนก็พาหนูไปด้วยนี่ จนกระทั่งพลบค่ำ..จู่ ๆ ภาพที่หนูจำได้ก็คือ พ่อตีหนูด้วยไม้กวาดชนิดหนึ่ง ที่เอาหญ้าแข็ง ๆ ชนิดหนึ่งมามัดรวมกัน แถวบ้านเราเรียก "หญ้าขัด" พ่อตีหนูจนหลังแตกยับ พ่อซึ่งเป็นผู้ชายที่ใจดีที่สุดในโลกเนี่ยนะตีหนู ภาพต่อมา..หนูก็มองเห็นตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นโดยมีแม่ทายาที่หลังให้พร้อมกับน้ำตาไหลไปพร้อม ๆ กับหนู จากเหตุการณ์นั้นทำให้เราคุยกันน้อยลง และหนูก็เลี่ยงที่จะไปไหนกับพ่ออีก แต่เวลาที่หนูไม่เข้าใจอะไรอย่างเรื่องการเมืองหรือความเป็นไปของโลก เราถึงจะกลับมานั่งคุยกันได้อย่างออกรสชาติอีกครั้ง ก็หนูคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องนี่นา เนอะ พ่อเนอะ หนูเก็บความสงสัยในเหตุการณ์ครั้งนั้นมานานนับสิบ ๆ ปี จนวันหนึ่งถึงกล้าเอ่ยปากถามแม่ แม่เล่าว่าค่ำนั้นหนูก็กลับบ้านมาพร้อมกับพ่อ แล้วพ่อให้หนูล้างจาน แต่หนูดื้อเลยงอแง แล้วคงหลุดปากว่าให้แม่ พ่อก็เลยตีหนู แหมพ่อ..หนูน่ะเด็กมากนะ ในตอนนั้น
พ่อชอบว่าหนูเป็นเด็กสาวที่แสนจะเย่อหยิ่งและจองหอง อ่าววว ก็หนูลูกพ่อนี่ พ่อไม่รู้ตัวหรอกหรือว่า..พ่อเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันในบางครั้งภายใต้ใบหน้าของผู้ชายที่แสนจะอ่อนโยนและใจดี และพ่อก็ว่าหนูบ่อยมาก หนูก็น้อยใจเหมือนกันนะพ่อ
พ่อรักการเดินทางและการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ และงานอดิเรกของพ่อนี่ล่ะ กลายมาเป็นอาชีพรองที่ทำให้พ่อมีความสุข พ่อถ่ายรูปสวยนะ และใคร ๆ ก็ชื่นชมพ่อทั้งนั้น เอ..หรือว่าเพราะชาวบ้านเขาไม่มีกล้องเหมือนพ่อกันนะ แหม..หนูล้อเล่น พ่อเป็นช่างภาพฝีมือดี หนูรู้ หนูรู้ แปลกเนอะ..ทั้งที่มีพ่อเป็นช่างภาพแต่หนูกลับขี้อาย หนูไม่เคยชอบให้พ่อถ่ายรูปหนูเลย แต่พ่อน่ะชอบให้หนูเป็นนางแบบจำเป็นอยู่เรื่อย และ..พอพ่อไม่อยู่ หนูเลือกที่จะทำลายงานของพ่อทั้งหมดทิ้งไป หนูทำผิดใช่ไหมที่ทำแบบนี้ ก็หนูไม่อยากคิดถึงพ่อนี่ เออ..หนูทำลายรูปที่พ่อมักจะอัดมาเกินน่ะทิ้งไป ก็แหม..ใครใช้ให้พ่ออัดมาเกินล่ะ พ่อน่ะชอบอัดรูปมาเกินจำนวนที่มีคนสั่งอัดอยู่เรื่อย บ้านเราไม่ใช่ถังขยะนะพ่อ แต่ก่อนทำลายทิ้งหนูก็พยายามเรียกชาวบ้านเขามาคัดเลือกเอารูปเขาไปแล้วน่ะ พ่อไม่ต้องห่วงหรอกหน่า ส่วนที่เหลือนั้น..น้ำท่วมบ้านเราหลังจากพ่อเสียไม่กี่ปีและมันก็ทำลายรูปดี ๆ ที่หนูอุตส่าห์เก็บไว้ไปจนหมด แย่จัง! การเป็นช่างภาพมืออาชีพของพ่อนี่ก็ดีนะ ทำให้หนูได้ติดสอยห้อยตามพ่อเข้าเมืองทุกอาทิตย์ ร้านจักรวาลคัลเลอร์แลปใช่ไหมพ่อ..ร้านประจำของพ่อ ระหว่างที่เรารอรูปที่สั่งอัด พ่อมักพาหนูไปเที่ยวสวนสัตว์ ไนท์บาร์ซาร์ ดูหนัง เป็นประจำ ชีวิตดูไฮโซจังเนอะ haha ทั้ง ๆ ที่หนูก็ไม่ชอบไปในสถานที่มีผู้คนเยอะ ๆ สักหน่อย แต่การได้ไปไหนกับพ่อมันทำให้หนูรู้สึกดี หนูถึงไม่เคยปฎิเสธพ่อเลยสักครั้ง ถึงแม้ว่าหนูจะต้องเดินท่อม ๆ ตากแดดร้อน ๆ ดูพ่อถ่ายรูปหมี จระเข้ สิงโต นกยูง นกแก้ว ชะนี ลิง ค่าง จนเบื่อก็เถอะ หรือเดินไปดูพวกศิลปินวาดรูปเหมือนในย่านไนท์บาร์ซาร์ ไม่ก็นั่งร้องไห้ในโรงหนังเพราะดูหนังสงคราม หนังชีวิต อะไรทำนองนี้ อ๋อ หนังที่พ่อให้ดูต้องเป็น sound-track เท่านั้น เพราะพ่ออยากให้หนูเก่งภาษาอังกฤษ
พ่อคงเสียใจที่หนูเลือกเรียนช่างเทคนิค หนูละทิ้งโอกาสดี ๆ ในการเรียนด้านภาษาอย่างที่ตัวเองถนัดหรือเป็นพยาบาล เป็นตำรวจ อย่างที่พ่ออยากให้เป็น หนูอยากจะสารภาพกับพ่อว่า..หนูตกสัมภาษณ์หมดทุกที่ล่ะ ก็หนูขี้อายและไม่ยอมคุยกับคนแปลกหน้าน่ะสิ หนูลืมไปแล้วว่าในตอนนั้นหนูบอกกับพ่อว่าอย่างไร เอ..จะใช่ " หน่า เรียนเทคนิคฯ สิดี 2 ปีก็ต่อวิศวะ จบออกมาเงินเดือนก็สูงนะ " หรือเปล่านะ ทั้ง ๆ ที่หนูเกลียดการพูดคุยกับคนแปลกหน้า และในเมื่อหนูเป็นอย่างนี้ หนูจะผ่านการสอบสัมภาษณ์ได้ไงล่ะพ่อ แต่พ่อก็ให้หนูได้มีเสรีภาพในการเลือกที่จะทำหรือจะเป็นอะไรอย่างที่หนูต้องการ แถมยังปลอบหนูในวันที่หนูรู้สึกเศร้าอีกแน่ะ ว่า " หน่า..รู้ไหม ตอนเราเรียนประถมน่ะ ครูใหญ่เขาทำธีซิสเรื่องเรานะ " เออ..เสียดายนะ หนูมีเรื่องอยากจะถามพ่อว่า ทำไมพ่อไม่ยอมให้หนูพาสชั้นขึ้นไปอย่างที่หนูต้องได้ พ่ออยากจะให้หนูเรียนซ้ำชั้นทำไมล่ะ ดีนะ ครูในโรงเรียนหนูไม่มีใครคิดเหมือนพ่อ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนพ่อ แต่ให้หนูเดาเอาเอง หนูก็คิดว่าพ่อคงอยากให้หนูเก่งมากกว่าใคร และเป็นการลดอีโก้ของหนูด้วยใช่ไหม? เพราะพ่อไม่อยากให้หนูลำพองในการที่สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน
พ่อรู้ไหม ใคร ๆ ก็พูดถึงพ่อ ทุกคนมักพูดถึงพ่อเมื่อมีโอกาสเสมอ พูดเรื่องเดิม ๆ เรื่องขำ ๆ อย่างเช่น พ่อมักจะซื้อกุ้ง หอย ปู ปลา ที่ชาวบ้านเอามาขายให้เพื่อนำไปปล่อย พ่อมักจะมีน้ำใจกับคนอื่นเสมอ หากเห็นคนแก่หอบไม้กวาดมาขายที่โรงเรียนแล้วล่ะก็ พ่อต้องเหมาซื้อหมดไง พ่อให้เหตุผลว่าสงสารคนแก่ไง พ่อจ๋า..พ่อจำได้ป่ะ แม่มักจะบ่นพ่ออยู่เรื่อยเรื่องซื้อกับข้าวในตอนเย็น โธ่เอ๊ย! หนูก็เห็นด้วยนะที่แม่บ่น ก็แม่ค้าเขารวยอยู่แล้วนะพ่อ แต่พ่อก็กลัวเขาจะขายเหลือไง เรื่องอะไรอีกน๊า อ๋อ..จำได้แล้วล่ะ วันหนึ่งที่พ่อกลับจากโรงเรียนเร็วกว่าปกติ พ่อก็เข้าสวน เอ๊ะ ใครหว่า อ่าววว เจ้าเบิร์ดเด็กที่มีบ้านอยู่แถวนั้นนี่นา เขากำลังเมามันกับการขโมยเก็บลูกหว้าและผลไม้ของเราอยู่ พ่อก็เดินเข้าไปเงียบ ๆ แล้วบอกเขาว่า " เฮ้ย! ลูกนั้น มันสุกที่ไหนล่ะ เลือกเอาลูกที่มันสุก ๆ สิ " เจ้าเบิร์ดตกใจแทบแย่แน่ะ พ่อรู้หรือเปล่า.. ขำเนอะ แม้กระทั่งก่อนวันที่พ่อจะจากไป คนงานเราเก็บนกที่บินมาติดตาข่ายได้ตั้งหลายตัว พ่อก็สั่งให้ปล่อยไปให้หมด ขนาดคนงานเอาไปซ่อน พ่อก็ยังหาเจออีกแน่ะ หาเจอแล้วก็ปล่อยไป ในงานศพพ่อ พ่อเชื่อไหม มีคนมาเยอะแยะ ทุกคนเขามาเพราะเขารักพ่อนะ หนูยังไม่เคยเห็นคนที่มาร่วมในงานศพใครเยอะมากเท่านี้มาก่อนเลย และเพื่อนพ่อหลาย ๆ คนเดินเข้ามาหาหนู พวกเขาล้วนแต่บอกหนูว่าพ่อเป็นผู้ชายที่น่ารักและแสนดีมากขนาดไหน หลวงปู่ของหนูหรือตุ๊น้าของพ่อก็รับเป็นเจ้าภาพในงานของพ่อ ท่านอโหสิกรรมให้พ่อแล้ว พ่อคงจะดีใจ และหลังจากที่เสร็จงานพ่อ..หนูไปส่งพวกอาที่วัดเพื่อจะไปลาท่านกลับกรุงเทพ พอไปถึงวัดในพลบค่ำ หนูเดินหาตั้งนานแน่ะ ไปเจอท่านนั่งอยู่ใต้ต้นลำไยหน้ากุฏิ ท่านนั่งท่ามกลางความมืด หนูสงสารท่านเหลือเกิน และเชื่อว่าท่านก็อยากจะย้อนวันเวลากลับไปเพื่อแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างท่านกับพ่อ และหนูก็รู้ล่ะ ว่าเลือดถือดี หยิ่งยะโส จองหองนี่ หนูได้มาจากหลวงปู่และพ่อนั่นแหล่ะ จริงไหม? เลือดเราแรงเนอะ พ่อเนอะ
ตอนนี้นะ จากผู้หญิงที่ชอบเอาเสื้อผ้าของพ่อมากอดทุกครั้งในวันฝนตกแล้วร้องไห้ แม่เข้มแข็งขึ้นมาก แม่ทำงานสวนได้ด้วยล่ะ haha พ่ออย่าขำนะ ใช่ล่ะ..แม่ที่ไม่ยอมเข้าสวนเลยนอกจากเวลาขายลำไยน่ะ แม่เก่งนะ เก่งกว่าที่เราคิด เวลาเห็นแม่ปีนต้นลำไยทีไร แม่เขาปีนได้ด้วยล่ะพ่อ หนูอดยิ้มไม่ได้สักที ยิ้มทั้ง ๆ ที่ห่วงนี่ล่ะ แต่จะให้ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อคนงานไม่เคยทำได้ทันใจแม่นี่ และขอแอบกระซิบบอกพ่อว่าแม่เนื้อหอมนะ แต่แม่รักพ่อมากนะจ๊ะ พ่อคงรู้ พ่อจ๋า.. น้องตัวเล็ก ๆ กลายเป็นน้องตัวโต ๆ แล้วนะ เขาตัวสูงกว่าหนูอีกแน่ะ และสอบโควต้าได้ในสาขาออกแบบบรรจุภัณฑ์ เวลาออนเอมหนูจะขำมาก เพราะน้องตั้งท้อปปิคเอมตลกน่ะสิ ตั้งไว้ว่า " ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ม๊ะช่ายยยพับถุงกระดาษขายนะเฟ้ย " ดูสิพ่อ คิดได้ไงเนี่ย เขาก็เหมือนเรานะพ่อ ดื้อเงียบไง แต่เขาก็เป็นเด็กดีล่ะ ถึงจะงอแงบ้างก็ช่างเถอะเนอะ
พ่อจ๋า.. ถ้าเราย้อนวันเวลากลับไปได้ก็คงดีนะ หนูอยากย้อนวันเวลากลับไปกอดพ่อให้แน่น ๆ กลับไปแก้ไขเรื่องอะไร ๆ อีกเยอะที่เกิดขึ้นระหว่างเรา แต่หนูย้อนวันเวลากลับไปเพื่อแก้ไขบริบทใด ๆ ไม่ได้ แต่พ่อรู้ใช่ไหม ว่า หนูรักพ่อ หนูภูมิใจเวลาที่ใคร ๆ พูดว่าหนูเหมือนพ่อทุกกระเบียดนิ้ว หนูภูมิใจจริง ๆ นะจ๊ะ ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกสาวของพ่อ ภูมิใจที่พ่อสอนให้หนูเป็นคนดีมากกว่าที่จะให้เป็นคนเก่ง ขอบคุณนะจ๊ะพ่อ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อหล่อหลอมให้ได้เป็นหนูในวันนี้ กับบางสิ่งบางอย่างพ่อก็ไม่ได้สอนหนูออกมาเป็นคำพูดหรอก แต่เพราะหนูเห็นพ่อคิดและปฏิบัติแต่เรื่องดีงามไงล่ะ ทำให้หนูค่อย ๆ ซึมซับวิถีคิดและวิถีปฏิบัติของพ่อโดยไม่รู้ตัว หนูรักพ่อจ๊ะ



สวัสดีครับ..
ผมเชื่อว่า ความรักที่คุณต้อมมีต่อพ่อนั้น ... พ่อประจักษ์และรู้ซึ้งเป็นอย่างดี
....
หนูก็รักพ่อมากมายและก็รู้ว่าพ่อเองก็รักหนูมากเช่นกัน แต่ทำไมเราถึงไม่เคยบอกรักกันนะ ทำไมเราไม่เคยแสดงออกว่ารักกัน
ผมเองเป็นอีกคนที่แสดงความรักต่อพ่อและไม่ไม่เป็นเอาเสียเลย ตอนนี้ก็พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอยู่ทุกวันเลยนะครับ
สวัสดีค่ะคุณต้อม
>> ซาบซึ้งไปกับเืรื่องราว
>> เห็นภาพค่ะ...
>> ขอบคุณนะคะที่เล่าแบ่งปัน
คุณน้องต้อมขา...
ความรักที่มีต่อพ่อแม่ แต่ไม่บอกกันนั้น....จริงๆท่านรู้เราก็รู้ ต่างรู้ว่ารักกัน.........
น้องต้อมก็..เนื้อหอม..มากทีเดียว...ได้จากใครน่า....
สวัสดีครับคุณต้อม
แวะมาเยี่ยม และแชร์ความรู้สึกครับ
ผมนึกว่าถ้าพ่อของคุณมาอ่านท่านก็คงน้ำตาซึม
คุณต้อมค่ะ พี่มีความสุขและดีใจมากที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แม้ขณะอ่านน้ำตาซึมจนคลอเบ้าตาแล้วรินไหลออกมาก็ตาม ก็ยังรู้สึกมีความสุข มีความสุขเพราะความซาบซึ้งใจ บางช่วงคล้ายว่าคนเขียนกำลังร้องไห้เงียบๆ แต่ก็เห็นความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวลึกๆที่แฝงอยู่ รักคุณต้อมนะค่ะ
อ่านบันทึกของคุณเนปาลีที่เขียนถึงพ่อแล้ว ทำให้เราเองก็อดคิดถึงพ่อบ้างไม่ได้ พ่อของเราก็เสียไปนานแล้วล่ะ ประมาณซัก 8 ปี….. คิดถึงวันวานสมัยเด็กๆ จัง
<ul><li><div class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">คุณแผ่นดิน คะ..</div></li></ul> ต้อมค่อนข้างจะเป็นเด็กบ้านนอกที่ขี้อายระดับเว่อร์ ๆ อยากกอดพ่อแต่กลัวชาวบ้านมองแปลก ๆ น่ะค่ะ เพราะต้อมเองก็ ปกติ..ค่อนข้างจะถูกมองว่าทำตัวไม่เหมือนใครอยู่แล้ว แต่พ่อก็เข้าใจต้อมนะคะ ว่าต้อมมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง พอมาถึงตอนนี้..ต้อมก็คิดแต่อยากจะย้อนเวลากลับไป อย่างน้อยที่สุด ต้อมอยากจะแสดงความรักต่อพ่อให้มากกว่านี้ค่ะ เวลาเห็นใครกอดพ่อแม่ ต้อมต้องน้ำตาไหลทุกครั้งเลย คิดแต่ว่า..เอ ทำไมเราไม่ยอมกอดพ่อมั่งนะ ตอนนี้เหลือเพียงแม่ ก็พยายามดูแลแม่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถได้น่ะค่ะ
แล้วเห็นภาพต้อมกำลังนั่งร้องไห้หน้าจอคอมพิวเตอร์ไหมคะ?
เขียนบันทึกอย่างที่อยากบอกกับพ่อไปน่ะค่ะ และ.. คิดถึงพ่อเหลือเกิน ยิ่งเวลาฝนตกโปรยปรายแบบนี้
ขอบคุณค่ะ ^_^
"ตามองตา ก็เข้าใจ" ใช่ไหมคะ?
แม่ต้อมน่ะ จะ 55 แล้วน๊า เนื้อหอมชะมัด น่าริษยา อิอิ
คิดถึงครูค่ะ อยากก๊อดดดดดดด อิอิ เพราะที่เชียงใหม่หนาวแล้วอ่ะ
สวัสดีค่ะ ^_^
ขอบคุณนะคะที่มาเยือนกันอีกครั้ง และขอขอบคุณสำหรับความเข้าใจในความรู้สึกค่ะ ขอบคุณจริง ๆ
ต้อมก็อยากให้พ่อรับรู้ได้อยู่เหมือนกันค่ะ นึกภาพออกเลยว่าพ่อต้องยิ้มมมมมมม พ่อต้อมยิ้มสวยล่ะ เป็นผู้ชายที่ยิ้มสวย ^_^
คนใจร้ายร้องไห้ไปหลายยกแร่ะล่ะค่ะ TT_TT หนูร้องไห้ไป พิมพ์บันทึกไปนะเนี่ย ฟุด ๆ ฟิด ๆ หมดทิชชู่ไปหลายกองแล้ว haha
เดือนตุลาคมทำต้อมร้องไห้ พ่อเสียไป 30 ตุลาคม น่ะค่ะ แต่กี่ปีก็ไม่รู้ ไม่อยากจะจำ น่าจะราวเกือบ 10 ปีได้ ฮือ ๆ ๆ เอาชายเสื้อมาให้ต้อมป้ายน้ำมูกหน่อย เค้าร้องไห้จนน้ำมูกไหล แฮ่ะ ๆ ๆ อ๊าววว..อย่าเพิ่งวิ่งหนีสิ