เมื่อวานนี้ ผู้เขียนเข้าร่วมประชุม สรุปและประเมินผลงานประจำปีของ Cupปางมะผ้า ค่ะ มีเรื่องชวนตื่นตะลึงที่ได้รับรู้จากน้อง ๆ สถานีอามัยมาเล่าสู่กันฟัง ..เผื่อจะได้มีความคิด ความเห็น ค้นหาต้นตอ อาจมีผู้รู้ มาพบและร่วมให้ความเห็นไปพร้อมกันด้วย ..
เมื่อมาถึงการนำเสนอผลงานด้านสุขภาพจิต ของบ้านกึ้ดสามสิบ บ้านลีซูที่ใหญ่ และเก่าแก่ ที่สุดของอำเภอปางมะผ้า เฉพาะบ้านนี้มี 236 หลังคาเรือน ประชากร ถึง 1,025 คน ... น้องมานำเสนอในที่ประชุมว่า ในงานสุขภาพจิต มีคนทำร้ายตัวเองโดยการใช้ยาสมุนไพร 1 คน และเสียชีวิต ไม่ได้นำส่งโรงพยาบาลค่ะ .. แต่ความน่าตื่นตกใจไม่ได้อยู่ที่ ที่วิธีการฆ่าตัวตาย หรือ ว่าการตายสมใจ นะคะ ...แต่เป็นที่วิธีการช่วยเหลือ ..
น้องเล่าให้ฟังว่า ... เหตุเกิดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เมื่อมีชาวบ้านไปรายงานว่ามีคนกินยาสมุนไพรฆ่าตัวตาย ตอนดีห้าของวันหนึ่ง พี่พิชัยและน้องตะวันเจ้าหน้าที่ สอ. ก็เลยต้องตามไปจนถึงบ้านของ คนป่วย เมื่อไปถึง ก็พบว่า คนไข้นอนหมดสติอยู่ หายใจปกติ หัวใจเต้นปกติ ความดันโลหิตก็ปกติ
หลังจากนั้นญาติผู้ป่วยที่เป็นผู้ชายที่ไปตัดต้นกล้วยกลับมาพร้อมกับต้นกล้วย เส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 5-6 นิ้ว จำนวน นับ 10 ต้น จากนั้นน้องเจ้าหน้าที่ สอ. ก็ถูกกันตัวออกมา ญาติไม่ยอมให้เข้าไปช่วยหรือทำอะไร ผู้ป่วยถูกจับถอดเสื้อออกใช้ มีผู้ชายสองคนซึ่งเป็นญาติของผู้ป่วยนั่นแหละ ยืนเหนือผู้ป่วย ซึ่งนอนคว่ำอยู่กับพื้นห้อง ใช้ต้นกล้วย ทุบสลับข้างกัน และมีผู้หญิงใช้ไม้ขนาดไม้หน้าสาม ยาวประมาณศอก ตีที่หน้าผากด้วยแรงพอสมควร
ทุบตีด้วยต้นกล้วย ...จะทุบจนต้นกล้วยน่วมไปหมด ก็จะเปลี่ยนต้น โดยคนที่ทุบจะสลับสับเปลี่ยนกันไป โดยมีคนที่ชาวบ้านยกให้เป็นผู้รู้ หรือ “หมอยา”ตามความเชื่อของชาวบ้าน ดูจากสภาพการณ์เจ้าหน้าที่ ของเราก็กระอักกระอ่วนใจ และคิดว่าเหตุการณ์เริ่มไม่ดี ...แต่ก็เข้าไปทำอะไรไม่ได้ ...ชาวบ้านเชื่อว่า ไม่ทำแบบนี้ก็ตาย .. แม้แต่เจ้าหน้าที่ทหาร ที่อยู่ในหมู่บ้าน ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ... ได้แต่ปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรกันดี ...
เห็นบอกว่าพอคนไข้เริ่มครางหรือขยับตัว ..ก็จะใช้ผ้าห่มพันตัว และทุบ สลับกับใช้ผ้าชุบน้ำมันก๊าด จุดไฟแล้วนำไปถูหลังคนไข้ จนไฟดับลง ก็นำไปจุ่มน้ำมันจุดไฟแล้วเอาไฟไปถูหลังอีก ทำซ้ำ ๆ สลับไปกับการทุบด้วยต้นกล้วย .ไป ...เป็นภาพของความทารุณกรรม ที่ต้องถูกบังคับให้ร่วมไปเป็นสักขีพยานด้วย ตลอดระยะเวลานั้น.... คนไข้ถูกทุบสลับไฟลนหลัง ตั้งแต่ ตี 5 ถึง 10 โมง คนไข้ก็ เสียชีวิตลง ...ก็นึกสภาพศพของผู้ป่วยนะคะ ว่าจะบอบช้ำขนาดไหน ...ทั้งรอยทุบ รอบใหม้ และ รอยช้ำที่หน้าผาก ..พี่พิชัยและน้องตะวันเจ้าหน้าที่ของเราเล่าว่า สมุนไพรตัวนี้ชาวบ้านเรียกว่า “กือหนื่อขว่า” ไม่ทราบชื่อในภาษาอื่น สมุนไพรตัวนี้ไม่พบในพื้นที่ ตัวอย่างที่พบเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก นาจะเป็นพืชป่า ล้มลุก ใบเล็กเรียวแหลม ตัวลำต้นจะมีขนเล็ก ๆ ด้วย ไม่มีกลิ่น พบที่อำเภอเชียงดาว และ แถวห้วยน้ำดัง สรรพคุณทางยา ใช้ส่วนรากดองกับเหล้าแล้วทาถูปริเวณ ข้อและกล้ามเนื้อบรรเทาอาการปวด กระดูกและกล้ามเนื้อ ถ้ากิน(เหล้าที่ดองด้วยราก) เข้าไปแล้วจะทำให้มีพิษเบื่อเมา หมดสติ และ เสียชีวิตในที่สุด “ ชาวบ้านเชื่อว่า วิธีจะแก้พิษ คือต้องทำให้คนไข้เหงื่อออกให้เยอะที่สุด “ เลยต้องสร้างความเจ็บปวดด้วยการทุบ และ นำไฟมาลน
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 2-3 ปีก่อน เคยมี case กรณีคล้ายกัน ที่คงเป็นส่วนสำคัญ ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ด้วย
Case ที่ 1 เมื่อ 10 ปีกว่าก่อน มีผู้ป่วยพยายามฆ่าตัวตายโดยการดื่มเหล้าดองสมุนไพรมรณะนี้ แล้ว หมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาล (ไม่ได้รักษาตามความเชื่อ ) ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล … <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> Case ที่ 2 เมื่อ 5 ปี ก่อน มีผู้ป่วยเพศชาย จากบ้านหนองตอง ฆ่าตัวตายโดยวิธีเดียวกัน แต่ยังไม่ทันหมดสติ ชาวบ้านพาวิ่งจนเหงื่อออกท่วมตัว และห้ามไม่ให้หลับ (ได้รักษาตามความเชื่อ สติดีอยู่ จึงไม่โดนทุบด้วยต้นกล้วยค่ะ) ...คนนี้รอดชีวิต ... </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เรื่องเล่าติดตลกปิดท้าย ของเจ้าหน้าที่เราด้วย ...ว่าเคยมีวัยรุ่นชาย ...มาหาที่สถานีอนามัย ไปบอกว่าตัวเองกินสมุนไพรนี้เพื่อฆ่าตัวตาย ประชดชีวิต ...ญาติได้ยินก็ตกใจ ...วิ่งไปตัดต้นกล้วยมาจะช่วย .... พอเด็กคนนั้นเห็น ต้นกล้วย ....ก็ละล่ำละลัก สารภาพ ว่าไม่ได้กิน .... ตายไม่กลัว กลัวโดนทุบ ....เอิ้ก ๆๆ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> นำเรื่องนี้ มาเล่าสู่กันฟัง …อยากชวนคิดน่ะค่ะ …. ใครเคยได้ยินอะไรอย่างนี้ไหมคะ ….รู้จักไหมว่าสมุนไพรมรณะ ชนิดนี้คืออะไร … มันออกฤทธิ์อย่างไรกันแน่ แล้วจริง ๆ ควรจะช่วยอย่าง ไร ตรงนี้สำคัญมาก ในการจะช่วยคน ..ค่ะ ตราบใดยังไม่มีการศึกษาอย่างชัดเจนว่าช่วย คนไข้ได้โดยวีธีอื่น คงมีวิธีการช่วยเหลือที่ทารุณอย่างนี้ไม่รู้จบแน่ …. </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ค่ะ ใครก็ได้ที่รู้จัก หมอสมุนไพร ชาวลีซอ(โดยเฉพาะชาวเชียงดาว หรือ ทางแถบดอยสามหมื่น ) กับสมุนไพรชื่อ “กือหนื่อขว่า” อยากรู้ว่าเอาไปเทียบกับตำราสมุนไพรหรือพืชมีพิษ สากลว่าเป็นตัวไหน ..จะได้นำองค์ความรู้มาช่วยกัน ป้องกันไม่ให้เกิด การทารุณกรรม อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ...</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> จบการรายงานและขอบคุณ ค่ะ
เป็นการราบงานที่สยองมากนะครับ
ผมอ่านไม่ผิดใช่ไหม ที่บอกว่าใช้ต้นกล้วยมาทุบ ไม่ใช่ก้านใบตอง
ไอ้หยา
คงไม่ได้ตายเพราะยาหรอกครับงานนี้ ผ่าตัดพิสูจน์ อาจจะพบว่าเลือดออกในช่องท้องและสมองก็ได้นา
แต่เราก็ได้แต่ยืนดูครับ เพราะหากเราไปยุ่ง พาไปโรงพยาบาล แล้วเขาตาย ชาวบ้านก็จะว่าเรานั่นเองที่ทำญาติเขาตาย
พวกเขาทำให้ตายกันเอง ก็จะบอกว่า กินยามากเกินไป
กึ๋ยส์
สวัสดีค่ะ
อยู่อนามัยชอบมีเรื่องแปลกๆ ไม่รู้จักนะสมุนไพรนี้ แถวบ้านพี่เขาใช้วิธี โดดตึกตายกันค่ะ และไม่เห็นใช้วิธีช่วยชีวิตแบบไหนเลยค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณหมอ
. ธนพันธ์ ชูบุญ
สวัสดีค่ะ
. pa_daeng
แน่นอนที่สุดล่ะค่ะ ... เป็นหนู ต้องตายตั้งแต่ ต้นกล้วย 2 ต้นแรกแน่ ..เอิ้ก ๆๆๆ ..
สวัสดีค่ะ พี่
. ตันติราพันธ์
ก็แถวบ้านหนู มันมีตึกที่ไหนละคะ พี่ขา..อิอิ.. มีก็แต่เหวค่ะ ..แต่ถ้าใครไปโดดเหวจริง ....ก็ไม่มีใครตามไปเก็บศพหรอกค่ะ ..
พูดถึง ถ้ามีคนไข้โดดตึก คงไม่ค่อยเหลือรอด มาให้คำปรึกษา..นะคะ ..เนี่ย ..
สวัสดีค่ะ คุณ
. บัวชูฝัก
ฟังดูเป็นวิธี ที่ประณีประนอมดี นะคะ .. การต่อสู้กับ ระบบความคิดความเชื่อ .. คงไม่ได้อยู่ที่การพยายามเปลี่ยน ..แต่เป็นการเพิ่มทางเลือก ..ให้แก่เขา..
ขอบคุณที่ร่วมแลกเปลี่ยนค่ะ
สวัสดีค่ะ น้อง
. ยอดดอย
การที่เจ้าหน้าที่ สอ. ต้องมานั่งตัดสินใจลำบากอยู่ ก็เพราะยังขาดองค์ความรู้อยู่ นั่นแหล่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ แ วะเข้ามาเยี่ยม แล้วก็เลยได้อ่านประสบการณ์ของคุณหมอ
ความเชื่อนี่แก้ยากนะคะ
บางอย่างก็ดีในแง่จิตวิทยา แต่บางอย่างก็น่ากลัว
เป็นพี่นะ คงไม่ยอมตายด้วยวิธีนี้แน่ๆ
เอะ....แต่เขาก็ตายสมใจนะคะ แต่ไม่ได้ตายตามแบบที่เขาต้องการ
สวัสดีค่ะคุณ
. ณัฐยา
ใช่ค่ะ ..ตามสมปรารถนา .. แต่อาจไม่ได้ตายดั่งใจ..