.....ไม่อยากเอ่ยคำลา
กลัวสูญเสียน้ำตาหยดรินไหล
กลัวว่าหากไม่มีเธอจะอยู่อย่างไร
กลัวหัวใจเจ็บปวดร้าว.....
.....แต่ต้องเอ่ยคำลา
ดีกว่าอยู่อย่างไร้ค่าและว่างเปล่า
ก็เพราะเธอมีฉันเพียงบางคราว
ในวันที่เจ็บร้าวเศร้าเพราะรัก.....
.....จึงต้องเอ่ยคำลา
แม้น้ำตารินร่วงอย่างหน่วงหนัก
จากเธอไปทั้งที่ใจมั่นในรัก
เหลือเพียงเศษซากพังหักจากรักลวง.....
.............ลาก่อน....................
ทั้งที่ใจยังอาวรณ์และหวงห่วง
แต่ในเมื่อไม่ได้ใจเธอทั้งดวง
จึงยอมเจ็บช้ำทรวงเพียงลำพัง....
...นับจากนี้เป็นต้นไป
ระหว่างเรา-ไม่มีเยื่อใย-ไม่มีหวัง
เหลือเพียงใจเปลี่ยวเหงาเศร้าเพพัง
ที่จะอยู่เพื่อสร้างหวังครั้งต่อไป....
...ฝากให้ผองมิ่งมิตรทุกท่านด้วยความระลึกถึงนะครับ ที่ผ่านมาต้องขอโทษเป็นอย่างสูง ที่ไม่มีงานกวีขึ้นบล็อกให้ทุกท่านได้เสพ เนื่องจากภารกิจของชีวิต ฝากงานกวีชุดนี้ไว้แทนกาย แทนใจ และแทนความคิดถึงนะครับ
ด้วยจิตคารวะ
สวัสดีค่ะ
หายไปไหนมา ชาวบล็อกเขาคิดถึงกัน ค่ะ
หลังจากนี้ไปจะพยายามเขียนกวีให้บ่อยขึ้นนะครับ
สวัสดีค่ะ ....หายไปนานจริงอย่างว่านะคะ แต่กลับมาเขียนบทกวีให้อ่านก็ชื่นใจแล้วค่ะ
สวัสดีคะ
สวัสดีค่ะ
บทกวีของคุณ อ่านแล้วรู้สึกเศร้าใจจัง....คุณเขียนให้คนอื่นรับรู้ความรู้สึกนี้ได้ แสดงว่าคุณมีสุนทรียรสมากๆนะคะ
หวังว่าพี่คงจะสบายดีและไร้ทุกข์เหมือนคืนวันที่ผ่านมานะครับ
ระลึกถึงเสมอครับ
ไม่รู้ว่าคุณMOO กำลังถามผมอยู่หรือเปล่า แต่ผมคิดว่า คุณMOO ลองชั่งใจดูนะครับว่า ระหว่างอยู่หรือจากอันไหนเจ็บปวดน้อยกว่ากัน อันไหนทรมานน้อยกว่ากัน เมื่อต้องเลือกสิ่งที่ต้องเป็นทุกข์ ก็ควรเลือกที่ทุกข์น้อยกว่านะครับ
หากเป็นทุกข์เพราะคนที่รัก ผมก็อยากบอกว่า การที่เรารักใครสักคน ต้องอยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจและเห็นใจกันนะครับ ไม่ใช่อยู่ด้วยความอดทน เพราะความอดทนมีขีดจำกัด และแต่ละคนก็มีไม่เท่ากัน ที่สำคัญ เรื่องของความรักไม่เกี่ยวกับความอดทน เพราะไม่ใช่การทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ความรักคือการเอาใจของคนอีกคนมาดูแลรักษาด้วยใจของเรา เพราะฉะนั้นต้องอยู่ด้วยความเข้าใจ ใส่ใจ และเห็นใจกันจึงจะถูกนะครับ
คุณMOO ลองหยั่งใจดูนะครับ (ผมไม่รู้ว่าคุณMOO ถามผมหรือเปล่านะ)
ขอบคุณคะ
ห้วงน้ำลึกนัก ห้วงรักลึกกว่าหลายเท่า แม้รักมิจริงกับเราอายกว๊านพะเยาหลายเท่าเอย .. ท่อนหนึ่งของเนื้อเพลงกว๊านพะเยา