การที่เราจะกระจายความรู้ใดๆ วิธีการนี้สำคัญนัก

   ก่อนอื่นขอเอ่ยถึงความรู้สึก ภายในใจของผู้เขียนสักหน่อย ว่ารู้สึกมีความภาคภูมิใจมาก เวลาเขียนบันทึก แล้วพบว่ามีคนเข้ามาอ่าน ในเวลา หนึ่งวันนั้น มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่เป็นนักบันทึก ที่โนเนม ก็อาจเพราะได้เขียนเรื่องราวที่เป็นมงคล แก่ตนเอง และบ้านเมือง เรื่อ่งแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง  อันเป็นการได้นำประสบการณ์จากเรื่องเล่าของท่านผู้ใหญ่ชาติชาย แห่งบ้านจำรุง ผู้เป็นต้นแบบที่ยอดเยี่ยม มาเสนอแก่ท่านผู้อ่าน ก็คงมีอานิสงส์บ้างไม่มาก ก็น้อยนั่นเอง

   วันนี้ขอนำวิถีการจัดการความรู้ของบ้านจำรุง ที่แสนง่ายดาย คือการทำปุ๋ยหมัก ที่ได้จากการนำเศษขยะ อาหารต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน มาแปลงเป็นประโยชน์ เพื่อเพิ่มธาตุอาหารแก่พีชผล

  แต่ละวันเศษจากผัก ผลไม้ อาหาร ต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ใช่น้อย กับคนจำนวน 600 คน ถ้าจะปล่อยทิ้งไว้ตามบ้านเรือน กลิ่นก็คงตลบอบอวน แมลงวัน ก็คงบินว่อนอย่างร่าเริง กับความอุดมสมบูรณ์ของมัน การทำปุ๋ยหมักจึงเป็นการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ ทั้งด้านรักษาสิ่งแวดล้อม ด้านควบคุมโรคของสาธารณสุข การใช้ปุ๋ยทดแทนสารเคมี การลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อปุ๋ย การเพิ่มมูลค่าให้ขยะ และอีกมากมายหลายประการ สูตรของบ้านจำรุงทำง่าย ไม่ต้องจดจำระยะเวลาให้วุ่นวาย ดังนี้

  • นำเศษขยะ เศษอาหาร เปลือกผลไม้ ฯลฯ ลงสู่บ่อหมัก

  • ระยะเวลา ไม่ต้องจำ ให้สังเกตุว่ารอจนมีหนอนขึ้น

  • จากนั้นให้ใส่ ปด.2 (ขอเปลี่ยนเป็น พค.2 ) (เข้าใจว่าเป็นหัวเชื้อ)ลงไป

  • เมื่อหมักต่อไปจนมีกลิ่นเหม็นก็เติมน้ำตาล

สูตรง่ายๆ จำง่าย ทำให้เขามีความชำนาญในการทำปุ๋ยหมัก แบบไม่ต้องกางตำรา หรือใช้เครื่องมือใดมาช่วยวัด ค่าต่างๆ ใช้แค่ ตาดู จมูกดมกลิ่น ก็เท่านั้น

    การที่เราจะกระจายความรู้ใดๆ วิธีการนี้สำคัญนัก การสื่อจากตำรา มาสู่การปฏิบัติ ที่ทำให้ผู้เรียน มีความมั่นใจ ในวิชานั้น ก็คือ การจดจำไว้ในสมอง จากการ รู้ เห็น ด้วยการลงมือทำ ประสบการรณ์ตรง ที่จะไม่มีวันลืม และนี่ก็เป็นไปตามพระราชดำรัส ที่ทรงพระราชทานไว้ว่า การกระทำทุกอย่าง จะเกิดผลดี ถ้าไม่ฝีนวิถึของเขา บางครั้งตำรับตำรา ถ้าเขียนตก หล่น ไปแค่บางคำ ก็อาจทำให้ผิดเพี้ยนได้ ดังนั้นเพื่อการนำความรู้สู่คนหมู่มาก ผู้ถ่ายทอด จึงควร นำมาแปลงให้เป็นบทเรียนธรรมชาติ ดังที่ผู้นำหมู่บ้านจำรุง ได้กระทำ

    อีกไม่นาน บทความนี้ก็จะถูกกลืนหาย ไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ผู้เขียนนำมาบอกเล่านี้ ได้บันทึก ใจความสำคัญไว้ในสมองเรียบร้อยแล้ว ชาวหมู่บ้านจำรุง ได้เดินตามพ่อ อย่างถูกต้องทุกย่างก้าวให้ผู้เขียนได้ดูเป็นแบบอย่าง และจะได้นำสิ่งที่ได้รับนี้ ไปปรับปรุงการใช้ชีวิต การทำงาน ทั้งส่วนตัว และอาจบันดาลใจ ให้แก่ชุมชนที่ดูแลอยู่ด้วย ก็ขอยกคุณงามความดี ให้ต้นแบบนี้ตลอดไป

 พรุ่งนี้ ชาวบ้านจำรุง จะมีสิ่งหนึ่งที่จะมาอวดแก่ท่านทั้งหลาย และสิ่งนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และถ้าใครคิดอยากจะทำ ขอบอก ง่ายมาก พบกันพรุ่งนี้ค่ะ