ประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุไปเสียแล้ว ในปี 2549 มีผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปถึง 10.64% หรือประมาณ 6.5 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 13.4% . ในปี 2568 คิดเป็น ประชากร 10 ล้านคน และพร้อมๆกันนี้ จากการวิเคราะห์ทางการตลาด ประชากรกลุ่มนี้ บางส่วนก็จะมี พฤติกรรม และความต้องการ ที่เปลี่ยนไปด้วย
เมื่อถึงวันที่ 30 กันยายน ของทุกปี หลายๆหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนบางแห่ง จะมีการจัดงาน อำลาอาลัย ผู้ใหญ่ที่ถึงกำหนดต้องเกษียณอายุไป โอกาสนี้ ผู้สูงอายุก็จะได้พักผ่อนหลังจากตรากตรำทำงานมาจนถึงอายุ 60 ปี และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงได้มาทำหน้าที่แทน
สำหรับผู้สูงอายุจำนวนมาก ที่ต้องเกษียณอายุไปในปีนี้ มีความรู้สึกว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข อายุไม่ได้เป็นอุปสรรคในด้านการใช้ชีวิตปกติหรือการทำงานเลย โดยเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์สูงและมีความสามารถหลายด้าน ยังสามารถที่จะทำงานที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้อีกมากมาย
ผลการศึกษาวิจัยกลุ่มคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปของ บริษัทโอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ประเทศไทย บริษัททางด้านการตลาด ที่วิจัยครอบคลุมเกี่ยวกับทัศนคติ วิถีชีวิต ความคาดหวัง และพฤติกรรมการซื้อสินค้า (ข้อมูลจากการเผยแพร่ของบริษัทโอกิลวี่ช่วงต้นปี 2550) โดยเก็บข้อมูลแบบ face to face กับกลุ่มคนอายุ 50-65 มีรายได้70,0000-200,0000 บาท/ เดือนซึ่งมีประมาณ ร้อยละ 10 ของประชากรในวัย 50 ปี ทั้งหมด
ดร.อัญชลี พิชญางกูร ผู้อำนววยการฝ่ายวิจัย ของบริษัทดังกล่าว กล่าวว่า......ประเทศต่างๆทั่วโลกกำลังจะก้าวเป็นสังคมผู้สูงอายุ เช่น ในประเทศอังกฤษ ครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด อายุ50 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น สำหรับในประเทศไทย มีคนกลุ่มนี้ 14 ล้านคน หรือคือ 20% ของประชากรทั้งประเทศ และกำลังจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และคนเหล่านี้ บางส่วน มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แทนที่จะมีชีวิตอยู่นิ่งๆ ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆด้วยความประหยัด แต่ปรากฏว่า พวกเขายังมีความสุขกับชีวิตดี กระตือรือร้นในการจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ชอบการท่องเที่ยว และชอบใช้เทคโนโลยี่ใหม่ๆพร้อมๆกับจะดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น หวังว่า อยากจะมีอายุยืนกว่า 80 ปี ดังนั้น สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จึงมีศักยภาพสูงในด้านการตลาด
ผลสรุปการวิจัยที่น่าสนใจ::
· ส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีกับการมีอายุมากขึ้น
· 80% เห็นว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข และ 61% เห็นว่า ชีวิตเริ่มต้นที่อายุ 50 ปี แถมส่วนใหญ่รู้สึกว่าตัวเอง มีอายุน้อยกว่าอายุจริง 10-15 ปีและยังอยากอายุยืนมากกว่า 80 ปีขึ้นไป
· สิ่งที่อยากทำหลังเกษียณ คือ ต้องการดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น อยากไปเที่ยวในที่ๆยังไม่เคยไป และ 70% อยากอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น มีเพียง 22% ที่อยากทำงานประจำต่อไป
· สิ่งที่กังวลคือ การเจ็บป่วย การช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งลูกหลาน ความไม่มั่นคงทางการเงิน และความเหงา แต่มีแค่ 12%ที่กังวลเกี่ยวกับความตาย
· ส่วนใหญ่คนอายุ 50 ปี มักจะมีการวางแผนชีวิตมาแล้วอย่างดี ประมาณ 40%อยากเกษียณก่อนอายุ 60ปี มีแค่ 30% อยากเกษียณตอนอายุ 60 และ มักเป็นเจ้าของธุรกิจเอง
· ส่วนใหญ่ออมเงินโดยฝากธนาคาร 90% ซื้อประกันชีวิต 58%
· การลงทุนมักซื้ออสังหาริมทรัพย์ 49.5% ซื้อทอง 29% ซื้อหุ้น 16% และไม่ลงทุนเลย 30%
· กิจกรรมยามว่าง...พบว่า ผู้ชายดูทีวีและออกกำลังมากกว่า แต่ผู้หญิง ไปวัด ทานอาหารนอกบ้าน เสริมสวยและช้อปปิ้งมากว่า
· อายุขัยเฉลี่ย ชาย 68 หญิง 75 เฉลี่ย 71 ต่ำกว่าที่ยุโรป ซึ่งเฉลี่ย 80 ปี
· คนกลุ่มนี้มักวางแผนอนาคตให้ลูกหลานในด้านการศึกษา บ้านที่ดิน และเงินฝาก และ 60% คาดหวังว่าลูกๆจะดูแลตอนแก่
· ผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน 691,547 คน ที่จนและถูกทอดทิ้งอีก 27,413 คน ขณะที่สถานสงเคราะห์ผู้สูงวัย มี 20 แห่ง รองรับผู้ชราได้ 2,285 คน.....(ตั้งมา52ปี)
(ข้อมูลนี้จากการประกวดบ้านน่าอยู่ ผู้สูงวัย-สานสองวัย 16 มี.ค.2550 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างงาน สมาร์ทแอนด์แฮปปี้ 50+)
สำหรับดิฉันเอง มีข้อสังเกตว่า คนวัย 50-60ปี สนใจการเมืองยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเคยเป็นเด็กสมัย 14 ตุลา 2516 และ เกิดจากการรวมกลุ่มกับคนใกล้ชิดสนิทสนม บางกลุ่มมีทรัพยากรพอที่จะนำมาใช้ในการนี้ด้วย ไม่นานนี้ เราก็ได้เห็นแล้ว ว่าคนอายุ 60ปี ไปชุมนุมประท้วงกัน เพราะมีความไม่ชอบในตัวคนๆเดียวกัน
อันนี้ เป็นมิติใหม่ของผู้อาวุโสไทยเลยค่ะ
เมื่อผลการศึกษาวิจัยออกมาอย่างนี้แล้ว(จริงๆมีมากกว่านี้ แต่ดิฉันสรุปมาให้ย่อๆ) เทรนด์ธุรกิจยอดนิยม น่าจะเป็นดังตัวอย่างต่อไปนี้....
· ธุรกิจที่ให้บริการความสะดวกสบายต่างๆถึงบ้าน เช่น การทำความสะอาดบ้าน อาหารส่งถึงบ้าน งานสวน ผู้ช่วยพยาบาล มาช่วยดูแลเล็กๆน้อยๆ หรืออยู่เป็นเพื่อน เพราะผู้สูงอายุไม่น้อย มีโรคประจำตัว แต่เป็นโรคที่ควบคุมได้ เป็นต้น
· เครดิตการ์ดต่าง ๆ สำหรับคนอายุ 50 ขึ้น เช่นบัตร เคทีซี-ซีเนียร์ วีซ่าของธนาคารกรุงไทย
· ค่าเข้าชมหรือค่าธรรมนียม ลดพิเศษ เช่น ที่พิพิทธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เป็นต้น หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ
· อุปกรณ์สื่อสาร เช่นโทรศัพท์มือถือ ที่ญี่ปุ่น ลูกค้ากลุ่มใหญ่ คือวัยรุ่น กับผู้สูงอายุ
· ธุรกิจประกันสุขภาพ โดยกระตุ้นให้ลูกกตัญญูมาทำให้ ซึ่งธุรกิจนี้ไปได้ เพราะคงจะมีลูกกตัญญูในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย
- ธุรกิจออมเงินระยะยาวควบกับประกันสุขภาพ ซึ่งเสมือนเป็นการวางแผนมรดกอย่างหนึ่งให้ลูกหลาน ไม่เสียภาษีและไม่ต้องมีการฟ้องร้องแย่งชิงมรดกแต่อย่างใด เนื่องจากระบุชื่อผู้ได้รับผลประโยชน์ชัดเจน
ที่กล่าว มาทั้งหมด เป็นแค่ภาพรวมทั่วๆไปจากการศึกษาวิจัย สำหรับแนวโน้มใหม่ๆในด้านธุรกิจ
แต่ในความเป็นจริง เพื่อความไม่ประมาท
คนสูงอายุต้องกลับมาทบทวน แนวคิดเก่าๆตามประเพณีวัฒนธรรมของเรา ว่า ถ้าจะให้ลูกหลานเลี้ยงเมื่อแก่ตัวลง
ต่อไปอาจจะไม่ได้อย่างหวัง เพราะด้วยขนาดครอบครัวที่เล็กลง สายสัมพันธ์ครอบครัวที่เบาบางลง การเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่ของลูกๆหลานๆ
ซึ่งต่อไป จะเข้าลักษณะ ที่ผู้สูงอายุต้องดูแลตัวเอง โดยใช้เงินออมของตัวเองนั่นเอง ถ้าเงินออมไม่พอ ก็ต้องหาทางหารายได้ให้ตัวเอง ดังนั้น บางที เกษียณแล้ว ก็ยังหยุดทำงานไม่ได้อย่างที่คิดไว้ค่ะ
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก รายงาน โครงการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ต่อเนื่องสำหรับผู้สูงวัย: ศาสตร์แห่งชีวิตเพื่อการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
จัดทำโดย:ศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2550





สวัสดีค่ะ
คุณพี่คะ ในชุมชนที่น้องดูแลอยู่ ก็มีแนวโน้ม เช่นนี้เหมือนกัน และได้จัดแผนเตรียมรับมือเหมือนกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ ถูกทอดทิ้ง หรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะมี อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้สูงอายุที่แข็งแรง และคนหนุ่มสาวที่มีใจเสียสละ เพิ่งจะเริ่มอบรมไปรุ่นเดียว และเริ่มเยี่ยมบ้านกันบ้างแล้ว ถ้าอย่างไร จะรายงานผลให้ทราบค่ะ
สวัสดีค่ะ
รายงานที่อ้างอิงนี้เสร็จหมาดๆเลยค่ะ
จะทะยอยนำมาลง เท่าที่เกี่ยวข้องค่ะ
ขออนุญาตคณะผู้จัดทำแล้วค่ะ จะเป็นปัญหาใหญ่ต่อไปในไม่ช้านี้ค่ะ เพราะอัตราส่วนของผู้สูงอายุของเรา ก้าวกระโดดมากค่ะ มากกว่าประเทศอีกหลายประเทศเลย และจะมีคนสูงอายุถูกทอดทิ้งเยอะด้วย คนวัยแรงงานก็จะหนักมากค่ะ
สวัสดีค่ะ ข้าราชการไทยมีบำนาญใช่ไหมคะ ก็สบายอยู่แล้วนะคะ คนที่ไม่ได้เป็นข้าราชการก็ลำบากหน่อย พวกรัฐวิสาหกิจ ก็มีบำเหน็จ ถ้าประหยัดก็น่าจะพอนะ พวกบริษัท แย่หน่อย แต่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่หักไว้ใช่ไหมคะ
ไม่ค่อยทราบ เพราะทำงานบริษัท มีประกันสังคมค่ะ
แต่ไม่มีบำเหน็จ บำนาญ
สวัสดีค่ะ
ดูอย่างนี้ ก็น่าหนักใจสำหรับรัฐบาลเลย เพราะประชากรนอกจากจะอายุเยอะแล้ว ยังอายุยืนด้วย
จะมีปัญหาตรงเรื่องการจัดการเรื่องสุขภาพด้วย
สวัสดีค่ะคุณกฤษณา
ค่ะ ทางราชการมีบำนาญให้ สำหรับผู้ที่เกษียณอายุ
ส่วนรัฐวิสาหกิจก็มีบำเหน็จ
พวกที่ทำงานบริษัท มีเงินสำรองเลี้ยงชีพ แต่จะได้เงินขนาดไหน ขึ้นกับผลประกอบการของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นๆค่ะ
รู้สึกว่า 90%ของกองทุนจะนำไปลงทุนในตราสารหนี้ อีก10%นำไปลงทุนในหุ้น
ปกติ น่าจะอยู่ในตราสารหนี้ 20%อยู่ในหุ้น 70 %และอื่นๆอีก 10 แต่พอดี ตลาดหลักทรัพย์เราผันผวนรุนแรง จึงไปลงในหุ้นน้อย
เรื่องประกันสังคม เป็นการประกันสุขภาพค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับเงินที่จะได้หลังเกษียณ
ต่อไปนี้ เราจะเห็นโปรแกรมการตลาด ของหลายๆผลิตภัณฑ์ทะยอยเปิดคัวมาเรื่อยๆค่ะ เพื่อรับกลุ่มลูกค้าใหม่วัยทอง หรือวัยทวงฝัน อาทิเช่น....
เคทีซีจับมือการบินไทยมอบสิทธิพิเศษผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% สำหรับโปรแกรม“บินทวงฝันกับการบินไทย” ชวนผู้สูงวัยเที่ยวยุโรป และเอเชีย
เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนชีวิตหลังวัยทำงาน ด้วยสีสันประสบการณ์ท่องเที่ยวในดินแดนทวงฝัน
กลุ่มลูกค้าทวงฝัน
ซึ่งได้แก่ นักเดินทางที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป และเป็นกลุ่มที่เติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี มีจำนวนสูงถึง 14 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด 66 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่มีศักยภาพในการเดินทาง และมีความพร้อมที่จะให้รางวัลกับชีวิต
ในโปรแกรม ล้วนเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและมีกิจกรรมที่น่าสนใจ
ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวชมทัศนียภาพที่สวยงาม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวตามเส้นทางศาสนสถานที่สำคัญของโลก หรือกิจกรรมที่เข้ากับยุคสมัยและความชื่นชอบของกลุ่มทวงฝัน
จึงเหมาะอย่างยิ่งแก่การเก็บเกี่ยวความสุขในชีวิตกับเพื่อนๆ หรือสมาชิกครอบครัว”
สังเกตว่า จะเน้น คำว่า ทวงฝัน บ่อยมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณดาราวรรณ
ค่ะ ปัญหานี้ น่าหนักใจสำหรับรัฐบาลแน่
ซึ่งดิฉันเองก็คิดเหมือนหลายๆคนว่า น่าจะเลื่อนกำหนดการเกษียณอายุออกไปอีก 5 ปีค่ะ
เพราะคนอายุ 60 ปี เดี๋ยวนี้ สุขภาพยังดีป็นส่วนใหญ่ ความคิด ความอ่านก็ยังแจ่มแจ๋วอยู่ค่ะ และยังกระตือรือล้นที่จะทำงานต่อไปด้วย ไม่ค่อยมีใครอยากจะออกจากราชการมากนักค่ะ
ข้างบนนี้เป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่มาเสนองานบริการให้ลูกค้าถึงบ้าน
บริษัทนี้ ตั้งอยู่ที่มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่มีคนสูงอายุเป็นจำนวนมาก และอยู่ที่บ้านของตนเอง ไม่ได้ไปอยู่บ้านพักคนสูงวัย
ปัญหาสำหรับบริษัทนี้ คือ ปัญหา ทำงานกับผู้สูงวัย เพราะผู้สูงวัย มักไม่คิดว่า ตัวเองกำลังต้องการความช่วยเหลือ คิดว่า ตัวเอง ยังทำทุกอย่างได้เอง
จึงต้องมีการอบรมพิเศษให้พนักงาน ก่อนออกไปบริการ
ต่อไป ประเทศไทย ก็คงจะมี การบริการลักษณะนี้ เพิ่มมากขึ้นแน่นอน
สวัสดีค่ะ
เข้ามาเยี่ยมตอนดึกค่ะ
คุณพ่อกำลังจะเกษียณปีหน้า คงได้บำนาญ แต่ยังไม่ทราบจะทำอะไรหลังเกษียณเลย ท่าทางคงเหงาน่าดู คงหาเรื่องปลูกสวนครัวกินกันเองในครอบครัวค่ะ
แต่เราอยู่อย่างพอเพียง คงอยู่ได้ แต่รายได้คงลดลงมากเลยละ
แค่มาเล่าให้ฟังค่ะ
สวัสดีครับ
เรื่องค่าเข้าชมฟรี ที่โบราณสถาน มีรายละเอียดหน่อยไหม จะให้คุณแม่ไปชมฮะ
สวัสดีค่ะคุณดาวเรือง
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ ยังไม่นอนนะคะ
ปีหน้า ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้ากันมากยิ่งขึ้น และมีความสุขค่ะ
ความสุข เป็นคำที่ วัดปริมาณไม่ได้ แต่เรารู้ได้ด้วยใจค่ะ
รู้สึกคุณดาวเรืองจะอยู่ที่พิจิตร ใช่ไหมคะ ที่นั่น ไม่ค่อยมีมลภาวะ ไม่ค่อยมีธุรกิจข้ามชาติที่รุกเข้าไป คุกคามวิถีชีวิตดั้งเดิม มีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง มีเงินใช้สอย ไม่ฟุ่มเฟือย แต่ก็ ไม่ลำบาก เป็นความสุขที่เราน่าจะพอใจแล้วค่ะ
สวัสดีค่ะคุณดอน
เท่าที่ทราบ พวกพิพิธภัณฑ์แห่งชาติและสถานที่ๆมีโบราณสถานต่างๆที่ขึ้นบัญชีไว้กับกระทรวงวัฒนธรรม ผู้สูงอายุจะได้รับการยกเว้นค่าเข้าชมค่ะ
น่าสนใจนะคะ กับธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุ
ถ้าใครจับธุรกิจ การดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้ น่าจะได้บุญและได้เงินด้วยค่ะ
ในหัวข้อดังกล่าวข้างล่างนี้ ในประเทศเรา ก็มีอยู่แล้ว แต่เป็นการให้บริการทั่วๆไป ไม่ได้เน้นที่ผู้สูงอายุค่ะ
การบริการผู้สูงอายุ ผู้ให้บริการอาจต้องผ่านการอบรมพิเศษ ให้ใจเย็น และอธิบายงานได้อย่างดี เรียกว่า รู้งานจริง
เพราะผู้สูงอายุ จะมีประสบการณ์มาก บางที จะมีความถามเจาะลึก หรือ ซักไซ้ไล่เรียงในประเด็นต่างๆ มากกว่า คนอายุน้อยกว่า
• Maid Service
• Cleaning Services
• Residential Cleaning Service
• Home Cleaning
• Carpet Cleaning
• Maid Service Houston
• Cleaning Company
• Office Cleaning
• Housekeeping Services
• Janitorial Services
• Window Cleaning
• Carpet Cleaning Services
in trend มากเลยครับ
2 เดือนที่ผ่านมานี้ ที่สิงคโปร์ที talk of the town ก็คือเรื่องขยายอายุการทำงานของคนที่นี่เป็น 65 ปี มีทั้งตอบรับและขัดแย้ง
เหตุผลหลักก็คือ ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้นมาก เทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถยืดอายุคนได้อย่างน่าประทับใจ
ส่วนตัวผมตั้งใจจะมีอายุให้ถึง 90 ปีครับ เพราะอยากดูดาวหางฮัลเล่ย์ ตอนที่มันผ่านมาเมื่อ 10 กว่าปีก่อนนั้น ขี้เกียจตื่นขึ้นไปดู มานั่งเสียใจจนถึงทุกวันนี้
มีคนบอกว่าตอนนั้นตาอาจจะฟางจนมองอะไรไม่เห็นแล้ว หรือว่าเดินไม่ไหว ก้แก้ตัวไปว่า นอนฟังข่าวก็ยังดีครับ
สังขารเอ่ยไม่เคยเที่ยง ก็ไม่เถียงเป็นอย่างนั้น
เกิดแก่มีเห็นทุกวัน ว่ามีวันต้องร่วงโรย
มีชีวิตที่เป็นสุข ไม่มีทุกข์ไม่หิวโหย
กาลเวลาเหมือนลมโชย พัดโบกโบยล่วงผ่านไป
พ่อสอนให้แบ่งปัน แม่แข็งขันร่วมฝันใฝ่
ลูกเติบโตขึ้นด้วยใจ ช่วยกันให้สังคมงาม
สังขารเอยไม่เคยเที่ยง หมดสิ้นเสียงคนก็หาม
เคยรวยและเคยงาม ยามสิ้นลมก็เท่ากัน
สวัสดีครับ
ในสังคมเรา ตอนนี้ คุณศศินันท์ว่า ยังจะมี ลูกกตัญญูเหลืออยู่มากไหมครับ ผมว่า สังคม เปลี่ยนไปนะ ตอนนี้ ผมก็อยู่กัน 2 คน ตายาย เพิ่งเกษียณปีนี้
ลูกคนโต ทำงานต่างจังหวัด เป็นอาจารย์สอนหนังสือ ไม่ค่อยได้กลับมาบ่อย กลับมา 2 เดือน/ครั้ง
ตอนนี้ ออกเหงาๆ ยังไม่มีหลานเลยครับ บางที คิดว่า อยากไปเยี่ยมลูกเสียเองดีกว่า
ลูกอีกคนหนึ่ง ก็ไปเรียนที่เชียงใหม่ ผมอยู่กรุงเทพฯครับ
สวัสดีอีกทีค่ะ
ขอบคุณ ในคำตอบของคุณศศินันท์ค่ะ
ถูกใจมากค่ะ ที่บ้านอบอุ่น และลูกๆก็เป็นลูกกตัญญูกันทุกคน ผลัดๆกันมาเยี่ยมพ่อแม่ กันทุกอาทิตย์ ทำให้ท่านไม่เหงา และมาช่วยมาดูแลคุณตาด้วย คณตา เป็นโรคชรา+อัลไซเมอร์ แต่เราดุแลกันเอง ไม่เคยพาไปค้างโรงพยาบาลค่ะ
ยังดีใจ ที่ๆบ้านยังยึดติดกับประเพณีวัฒนธรรมเก่าๆของคนไทยดั้งเดิมอยู่ค่ะ
สวัสดีครับพี่ sasinanda
ข้อมูลเยอะดีครับ ขออนุญาตนำไปอ้างอิงด้วยครับ
ในวงการสุขภาพที่ผมทำงานอยู่ในปัจจุบัน ก็ตื่นตัวกับสังคมผู้สูงอายุครับ แล้วปัญหาก็คือการขาดผู้ดูแล จึงต้องตั้งกลุ่มหรือชมรมผู้สูงอายุมาดูแลกันเองด้วย ให้ผู้สูงอายุมีความรู้ในเรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลเรื่องสิทธิของผู้สูงอายุตามกฎหมาย และก็ให้มีบทบาทในสังคมที่อยู่
การดูแลผู้สูงอายุ ส่วนสำคัญอีกประการน่าจะเป็นเรื่องของจิตใจน่ะครับ ในทางสุขภาพเองก็ยังไม่มีการเตรียมพร้อมกันนักสำหรับจิตวิทยาผู้สูงอายุ
ในทางธุรกิจ หากเป็นธุรกิจท่องเที่ยวธรรมมะ หรือธรรมชาติ น่าจะดีนะครับ แล้วเรื่องการจัดหาอุปกรณ์หรือพาหนะเดินทางที่เหมาะสมและปลอดภัยก็คงจะมีการพัฒนา
เรื่องสถานออกกำลังกายหรือการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุก็น่าจะดีนะครับ