สวัสดีครับ
ครบหนึ่งปีกว่าๆแล้วกับการทำงนเป็นผู้ประสานงานพัฒนาคุณภาพ ที่แรกเริ่ม ยังไม่อยากเข้ามาสู่วงการนี้เลยทันทีนักหลังจากที่ย้ายมา เพราะอยากปรับตัวก่อน
แต่เมื่อ หกเดือนผ่านไปหลังจากย้าย จากการทำงานด้านทีมนำทางคลินิกชิมลางไปแล้ว ก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เข้ามาทำงานเป็นผู้ประสานงาน
แบบว่าตั้งแต่ได้เรียนรู้และเข้าใจแนวคิดการพัฒนาคุณภาพ ก็คิดว่า เป็นแนวทางหนึ่ง แนวทางที่ดี ที่จะทำให้องค์กรดีขึ้น การทำงานดีขึ้น และตัวเราก็จะดีขึ้น และได้เรียนรู้มากมายหลายๆอย่าง
อาจารย์ชำนิท่าน บอกว่าเป็นพวกติดลมบน เรื่องคุณภาพ.... เพราะว่าอาสาไปเรียนรู้กับท่านหลายหลักสูตรโดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว..(ซื้อความรู้??) แบบว่าอยากรู้อยากเข้าใจ อยากเรียนกับผู้รู้โดยตรงครับ เพราะว่าปัญญาคงจะน้อยเพราะว่าอ่านหลายสิบรอบก็ยังไม่เข้าใจ ยังคิดไม่ออกว่าจะนำไปปฏิบัติหรือต่อยอดอย่างไร
ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้และลองถูกลองผิด ได้เข้าใจอะไรมากมายจากที่ทำงานเดิม พร้อมๆกับการเรียนรู้และเข้าใจตนเองมากขึ้น
การเริ่มต้นจึงได้แนวคิดหลักดังนี้
- ต้องอดทน ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใจร้อน
- หาแนวร่วม คนที่มุ่งมั่น และต้องคุยทำความเข้าใจกันเรื่องแนวคิด และทิศทาง
- สร้างความรู้ ทั้งกับตนเอง ทีม กลุ่ม หน่วยงานและองค์กร ให้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ให้ลึกซึ้ง ถ่องแท้
- เข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น เข้าใจบริบท เข้าใจองค์กร
- วาดภาพความฝัน อนาคต ทิศทางที่เราอยากไปให้ชัดเจน เป็นภาพใหญ่ ภาพกว้าง แล้วค่อยๆต่อจิ๊กซอไปเรื่อยๆ
- องค์กรแห่งการเรียนรู้ องค์กรแห่งความสุข องค์กรที่รักของประชาชน องค์กรแห่งวิถีพุทธ....(ฝันเรื่อยเปื่อยครับ)
ทำไปเรียนรู้ไป ทำสิ่งที่สำคัญและทำสิ่งที่ทำได้ก่อน ชอบมองว่าเหมือนผู้แผ้วถางทาง ถ้าระหว่างการทำงานพบเจอหินก้อนใหญ่ขวางเราก็จะเลี่ยงไปทำอันอื่นก่อน แล้วค่อยกลับมาทำถ้ามีคนที่มาช่วยมากขึ้น เข้าใจมากขึ้น
สำคัญที่สุดคือ มองที่คนหรือเพื่อนร่วมงานของเราเป็นศูนย์กลาง เป็นหลัก ให้เกียรติ เฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของผู้คน ทั้งตัวเราเอง(โดยเฉพาะภายในจิตใจ) ทั้งทีม หน่วยงานและองค์กร
ถ้าทุกคนสามารถเรียนรู้ เข้าใจ เข้าถึง ถ้าทุกคนเป็นมืออาชีพ เป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งความรู้และทักษะ ในงานของตน ในงานของหน่วยงาน องค์กร และทุกๆคนเป็นผู้เปี่ยมด้วยพุทธิภาวะ ถึงตอนนั้น ก็คงจะสามารถไปถึงฝันได้ โดยไม่น่าจะลำบากมากนัก
ทั้งหมดนั้นต้องอาศัยเวลา อาศัยความอดทน(อิทธิบาท4) อาศัยซึ่งสติปัญญา(ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีพอหรือไม่??)
ครับตอนที่หนึ่ง....
ของการเรียนรู้เล็ก..ของคนทำงาน กับเรื่องราวอีกมากมายที่รอการเรียนรู้ รอที่เราจะเข้าใจ ซึ่งเราก็ต้องเลือกให้ดีเช่นกัน เพราะว่าบางสิ่งที่เรารู้อาจจะไม่ได้ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายหรือความหมายที่แท้จริงของชีวิตก็ได้
kmsabai....29 กย 2550 20.25 น ณ ER..
กลับมาแล้วครับจากดอยเกิ้ง
ได้เรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการเป็น กระบวนกร
ช่วงเดือนต่อไปนี้คงเป็นเดือนแห่งการทบทวนสิ่งที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะว่าช่วงเวลาของการขึ้นงบประมาณใหม่ปี2551 ก็อาจจะพลอยให้ผมก็ขบคิดในเรื่องของเรื่องราวที่ผ่านมาและที่ผ่านไป แล้วค่อยเล่าเรื่องราวอีกทีนะครับ พบกันกลางเดือนตุลาคม ที่ปายนะครับ
สุนทรียสนทนาที่ปาย ตุลาคม คราวนี้น่าจะเนียนกว่าทุกครั้ง