อริยะ อารยะ

สองศัพท์นี้มีใช้ทั่วไปในคำไทย... โดบ อริยะ เป็นคำบาลี ส่วน อารยะ เป็นคำสันสกฤต.... ความแตกต่างกันในการใช้ตามหลักภาษาไทย ผู้เขียนสังเกตว่า อริยะ มักจะใช้เฉพาะที่เกี่ยวกับพระศาสนา เช่น พระอริยเจ้า อริยธรรม .... ส่วน อารยะ มักจะใช้ในความหมายอื่นนอกขอบเขตพระศาสนา เช่น อารยธรรม อารยชน ... ประมาณนี้

ตามคัมภีร์อภิธานบอกว่า คำนี้มีใช้อยู่ี ๓ ความหมาย กล่าวคือ

  • พระอริยบุคลมีพระโสดาบันเป็นต้น
  • อัคคะ คือ ประเสริฐ เจริญ ล้ำเลิศ
  • ผู้เกิดในตระกูลอริยะ ได้แก่ พราหมณ์ กษัตริย์ และแพทย์

......

เมื่อเพ่งตามรูปศัพท์ ก็มีผู้วิเคราะห์ไว้หลายนัย เช่น

อริโต วิย กิเลสโต อิโตติ อริโย ผู้ใดไปแล้วจากกิเลสเพียงดังข้าศึก ดังนั้น ผู้นั้น ชื่อว่า อริยะ (ผู้ไปแล้วจากกิเลสเพียงดังข้าศึก)

ตามนัยนี้ แยกศัพท์ได้ว่า อริ + ยะ  = อริยะ ...

อริ แปลว่า ข้าศึก (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับกิเลส)

ยะ มาจาก ิ รากศัพท์ (แปลง อิ เป็น ยะ) แปลว่า ไป

อธิบายได้ว่า ประเทศเมื่อข้าศึกรุกรานทำให้ไม่สามารถเป็นอยู่ได้อย่างอิสระฉันใด จิตใจเมื่อถูกกิเลสครอบงำก็ย่อมเศร้าหมองฉันนั้น... 

...........

ตามนัยพระพุทธศาสนา ได้แบ่งคนออกเป็น ๒ จำพวก กล่าวคือ อริยสาวก หมายถึงผู้บรรลุธรรม ตั้งแต่โสดาบันขึ้นไป (ซึ่งสูงกว่านั้นก็ได้แก่ สกทาคา อนาคามี และพระอรหันต์)... และ ปุถุชน คือ คนทั่วไป ที่ยังไม่ได้บรรลุธรรมเบื้องต้น....

อริยะ เมื่อเป็นศัพท์นามทั่วไป ก็แปลว่า ประเสริฐ เจริญ หรือล้ำเลิศ เป็นต้น... ประเด็นนี้ชัดเจนไม่จำเป็นต้องขยายความ

ส่วนตามศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ได้แบ่งกลุ่มคนออกเป็น ๔ วรรณะ กล่าวคือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ และศูตร... โดยสามวรรณะแรกนั้นสามารถศึกษาคัมภีร์และเข้าร่วมพิธีกรรมอื่นๆ ได้ จึงเรียกกันว่า อริยะ .... ส่วน ศูตร ไม่มีสิทธิอย่างเช่นสามวรรณะแรก... จึงอาจกล่าวได้ว่า สามวรรณะแรกเท่านั้นที่จัดเป็นผู้ประเสริฐ ส่วนวรรณะสุดท้ายไม่จัดเป็นผู้ประเสริฐ... ประมาณนี้