<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>

  

เรามีโอกาสแวะไปยังสำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลกในช่วงสั้นๆ เห็นแล้วก็อึ้งกิมกี่ในลักษณะเฉพาะในสถานที่ทำการ ซึ่งผมคิดว่ามีแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ผสมผสานเอาส่วนดีของ3หน่วยงานมารวมเป็นหนึ่งเดียว

 

   <ol style="margin-top: 0cm">

  • มีกลิ่นอายโรงพยาบาล สะอาด เรียบร้อย มีป้ายตัวเลขบัตรคิวสีแดงจัดระเบียบ
  • มีกลิ่นอายของสำนักงานสมัยใหม่ ทุกคนมาติดต่อที่จุดรับเรื่องแห่งเดียวจบทุกกรณี ไม่ต้องเดินเพ่นพ่านกันให้ขวักเหมือนที่อื่น  หน่วยงานต่างๆนั่งทำงานเป็นสัดส่วน มีตู้โชว์ผลงาน ถ้วยรางวัลสำคัญๆเช่นของสถาบันพระปกเกล้า เทศบาลแห่งนี้ไปกวาดมาบ่อยจนถูกขอร้องให้รับรางวัลพิเศษ แล้วไม่ต้องมาแข่งขันอีก
  • มีกลิ่นอายของบริษัทห้างร้านที่ทันสมัย ใช้ระบบไอทีจัดการงานสารสนเทศ สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารองค์กรการเมืองท้องถิ่น
  • </ol> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">   </p>

    หลังจากเราเข้าที่พัก จะชักช้าใดๆไม่ได้เสียแล้ว เพราะโอกาสทองรออยู่ข้างหน้า ท่านรองเจ้าเมืองนัดให้ไปพบคนดีคนเก่งระดับโลก ที่พิพิธภัณฑ์จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ ท่านได้รับการยกย่องทั้งในไทยและต่างประเทศ มีผู้มอบรางวัลให้จนไม่มีตู้จะใส่ แต่ที่ภูมิใจมาก ท่านเล่าว่าสมเด็จพระเทพฯเสด็จมา2ครั้ง ท่านยังเก็บที่ประทับไว้อย่างดี แล้วก็ชี้ให้ดูว่าทุกคืนผมก็นอนกลิ้งอยู่กับพื้นห้องแถวๆนี้ ท่านเปิดบ้านพักส่วนตัวให้เราได้ชมร่องรอยที่ยากนักที่จะหาใครเทียบได้ 

    การได้พบคนดีทำดีมีแบบแผนชีวิตเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยม ถือเป็นวาสนาของชีวิตผมเชียวแหละ ที่ได้เห็นพิพิทธภัณฑ์ชีวิตที่น่าสนใจมาก ผมคิดว่าสถานที่อย่างนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นมาได้ง่ายๆ คุณพรศิริ บูรณเขตต์ ลูกสาวท่านมาช่วยบรรยายให้เราฟังอย่างสนุก คุณพรศิริถือเป็นมือชั้นครูที่เล่าเรื่องได้อย่างน่าฟัง ถอดรหัสวัฒนธรรมไทยโบราณออกมาได้อย่างถึงกึ๋น มีเด็กๆนักเรียนมาชมหลายคณะในแต่ละวัน ฝ่ายราชการยกย่องให้เป็นสถานที่เรียนรู้ตลอดชีวิต  

    นับเป็นความโชคดีของชาวเมืองนี้ ที่มีผู้รวบรวมประวัติศาสตร์ไว้สร้างประโยชน์สืบเนื่อง ท่านคุณลุงจ่าทวีลงมือบรรยายด้วตัวท่านเอง แล้วยังพาเราเดินชมสวนนกหายากและโรงหล่อพระพุทธรูป ซึ่งเป็นกิจกรรมเชื่อมโยงกันกับพิพิธภัณฑ์ ท่านเล่าด้วยความภูมิใจว่าสมเด็จพระสังฆราชก็เคยเสด็จมาที่นี่ โรงหล่อพระที่ว่านี้สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ให้กับวัดต่างๆทั่วประเทศ สถานที่แห่งนี้จึงอธิบายเรื่องการสืบเนื่องสืบทอดอย่างมีคุณค่าทั้งทางตรงและทางอ้อม 

         

    (ครูสุกับอาจารย์แสวงกินก้วยเตี๋ยวห้อยขา แล้วพากันนั่งรถรางเที่ยว)

    ช่วงกลางวันเราไปกินก้วยเตี๋ยวหย่อนขาที่ร้านป้ากฐิน ได้บรรยากาศอร่อยแบบแปลกๆ อย่างน้อยก็เก็บไว้คุยว่า..ไปมาแล้ว อิอิ ที่ร้านนี้ครูสุและกับอาจารย์แสวง มาร่วมด้วยช่วยอิ่ม อิ่มแล้วก็นั่งรถรางทัวร์รอบเมืองนี่สิ ธรรมดาที่ไหนละ เจ้า2หนุ่มมัคคุเทศก์บรรยายกันอย่างเข้าขากัน ตาเรามองสถานที่ หูเราก็ฟังเรื่องราว สมองก็จินตนาการ เพราะชื่อถนนต่างๆล้วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น ถนนเอกาทศรถยังงี้ ถนนธรรมราชายังงี้ ถนนพระยาไชยยานุภาพยังงี้ เป็นเมืองประวัติศาสตร์จริงๆ ยังเสียดายแทนมิตรสหายทั้งหลายที่มาไม่ทันซึมซับบรรยากาศของบ้านเมืองนี้ 

    • ช่วงเช้าเราชมเมืองทางอากาศจากเครื่องบิน
    • กลางวันนั่งรถรางชมเมืองทางบก
    • กลางคืนจะชมชีวิตแม่น้ำน่าน รับประทานอาหารบนเพ

     คืนนี้ พระจันทร์เต็มดวง ท้องฟ้าเหนือแม่น้ำน่านคงจะสวยงาม ทั้งหมดทั้งปวงนี้ต้องถือว่าเป็นอภินันทนาการของคุณหมอชอบวิ่ง และลูกสาวแสนดีอาจารย์ราณี ที่กรุณาเป็นไกด์บรรดาศักดิ์ ชักนำให้ชาวเฮฮาศาสตร์มีโอกาสได้เรียนรู้ของดีบ้านเมืองนี้ มีคนถามว่ารู้สึกอย่างไร ขอตอบว่า.. 

             ไม่นึกเลย..คนเมืองนี้ใจดีมาก

             จนเราอยากย้ายเคหามาอยู่นี่

             ขนลูกหลานหนุ่มสาวมาคราวนี้

             ไม่กลับฟรีใช่ไหมคนใจงาม.

         อิ อิ..

    </span>