เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของ....ไม้กฤษณาหรือไม้หอม

วันนี้(27 กันยายน 2550) ได้มีโอกาสเข้าประชุมเชิงปฏิบัติการพิจารณาร่างแผนงาน / โครงการพัฒนายกระดับกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรของจังหวัดตราด ที่ห้องประชุม โรงแรมเหลายา อินแลนด์ รีสอร์ท

โดยการประชุมดังกล่าว ได้ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตร 3 ชนิดของจังหวัดตราดที่ควรส่งเสริมให้เกิดการผลิตเชิงอุตสาหกรรม และส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมมาลองรับการผลิต สินค้า 3 ชนิดก็ประกอบด้วย ไม้กฤษณา ปาล์มน้ำมัน และสับปะรด แต่ที่ผมจะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้คือเรื่องของไม้กฤษณา

ไม้กฤษณา (ไม้หอม) ซึ่งมีชื่อทาง พฤกษศาสตร์ ว่า Aquilaria spp. เป็นพันธุ์ไม้ทรงคุณค่ามาแต่โบราณ มีการนำมาใช้ประกอบทางยาในแพทย์ทางตะวันออกและการนำมาใช้ทำให้เกิดกลิ่นหอมเพื่อการบำบัดหรือทำให้เกิดสุนทรียภาพทางอารมณ์ในหลายประเทศมาตั้งแต่โบราณกาล  พบในเขตเอเซีย อินเดีย ทิเบต ภูฐาน พม่า จีน ตลอดแหลมมลายู เกาะสุมาตรา บอร์เนียวและฟิลิปปินส์

กฤษณานั้น เป็นไม้ที่มีการกล่าวขวัญกันมายาวนานนับตั้งแต่ครั้งพุทธกาลในฐานะ "ของที่มีค่าหายาก" เป็นที่ต้องการของสังคมชั้นสูงทั่วโลกและ "ราคาแพงดุจทองคำ" เป็นหนึ่งในของหอมธรรมชาติสี่อย่างที่เรียกว่า "จตุรชาติสุคนธ์" (กฤษณา กะลำพัก จันทร์และดอกไม้) ปัจจุบันชาวอาหรับ คนมุสลิมและคนจีน นิยมใช้ไม้กฤษณาเผาทำให้เกิดกลิ่นหอม และในปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่สามารถส่งผลผลิตและผลิตภัณฑ์ไม้กฤษณาออกไปจำหน่ายทั่วโลกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและตามสนธิสัญญาไซเตรส เพราะประเทศไทยมีการปลูกไม้กฤษณาเป็นจำนวนมาก และมีการใช้ระบบชีวภาพกระตุ้นให้เกิดสารกฤษณาในต้นกฤษณาได้จนเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก

ส่วนของกฤษณาที่มีค่ามากที่สุดคือ น้ำมันกฤษณา โดยมีคุณสมบัติเป็นยาบำรุงหัวใจ แก้โรคท้องอืดท้องเฟ้อ โรคลำไส้ โรคกระเพราะ โรคตับ ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ใช้ทาตัวเพื่อป้องกันไรในทะเลทราย เป็นเครื่องประทินผิวใช้ทำหัวน้ำหอมเป็นต้น โดยหน่วยที่ใช้สำหรับการจำหน่ายนำมันกฤษณา เรียกว่า โตร่า โดยเทียบอัตราส่วนดังนี้

1 โตร่า = 12.5 C.C.

1 แบน = 30 โตร่า

สำหรับราคานั้นขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์และคุณภาพของไม้กฤษณา โดยราคาจะเริ่มที่ประมาณ 30,000 บาท/แบน ถึง 340,000 บาท/แบน ทั้งนี้ไม้จะต้องมีอายุเท่ากัน และราคาดังกล่าวจะยิ่งแพงขึ้นเมื่อน้ำมันถูกบ่มหรือเก็บเอาไว้นาน

สำหรับข้อมูลดังกล่าวนี้ผมได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจากคุณเฉลิมชัย สมมุ่ง ซึ่งเป็นประธานชมรมไม้กฤษณา (ไม้หอม ) แห่งประเทศไทย ที่ได้มอบหนังสือเรื่อง ไม้กฤษณา (ไม้หอม) แก้ปัยหาความยากจนของคนไทย มาให้ผมได้รับรู้อีกด้านหนึ่งของการทำการเกษตร โดยเฉพาะในจังหวัดตราดด้วยแล้วมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการปลุกแซมในสวนยางพารา ซึ่งคงจะนำเรื่องไม้กฤษณามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทุกท่านในโอกาสต่อไปครับ