ชมรมเถื่อนหมดสิทธิ์

    ผู้เขียนทำงานในชุมชน การรวมตัวของชาวบ้าน เราจะใช้คำว่าชมรม ก็มีเรื่องขำๆมาเล่าให้ฟัง กว่าจะมาเป็นชมรมได้นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการสร้างความเข้าใจว่า ทำไมต้องรวมตัวกัน เพื่อจะได้มีพลังไง เช่นชมรมออกกำลังกาย ถ้าต่างคนต่างออก เดี๋ยวก็เบื่อ ชมรมผุ้สูงอายุ ถ้าไม่มีกิจกรรมรวมตัว ประเดี๋ยวก็เลิกลา ความจริงคำว่าชมรมนี้ คิดกันง่ายๆ แบบชาวบ้านๆ คือมีการตั้งกลุ่ม มีกรรมการ ประธาน กันนิดหน่อย ก็คือผู้นำนั่นแหละ จะพากันทำอะไร ก็จะได้มีตัวตั้งตัวตี เป็นนโยบายหลัก ของงานแทบทุกกระทรวงนะที่เน้นให้มีการตั้งชมรมในหมู่บ้าน เลยทำให้มีสารพัดชื่อ ของเกษตร ก็มี แม่บ้าน พัฒนาก็มี ชมรมสร้างสุขภาพก็มี ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขก็มี ฯลฯ  

  เจ้าหน้าที่ในระดับตำบล ก็มีความตั้งใจ ที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้มีการดำเนินงานของชมรมให้ได้ และมีการรายงานความก้าวหน้า ฮาเฮ กันไป ไม่นึกว่าวันหนึ่ง จะมีหน่วยเหนือเห็นความสำคัญ ถึงกับจะสนับสนุนงบประมาณ ก็ดี เวลาทำกิจกรรม หรือมาพบปะกัน ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องควักทุน หรือบางครั้งก็เจ้าหน้าที่นั่นแหละ จ่ายเอง ก็มีการเตรียมทะเบียน รายชื่อ ก็ไม่ได้มากมาย ชมรมละ 10-20 คนก็หรูแล้ว ดำเนินการเพื่อเสนอรับงบประมาณ จำไม่ได้ และไม่อยากจำแล้วว่างบอะไร ของใคร เพราะเมื่อ เตรียมทุกอย่างเสร็จสรรพ เขาก็แจ้งข้อแม้ข้อสุดท้ายมาว่า ทุกชมรม ต้องมีการจดทะเบียนด้วยนะ

   แหม! ข้อแม้นี้ ถ้ารู้ก่อน จะไม่ว่าอะไรเลย ก็เราชาวบ้านเป็นชมรมเถื่อนทั้งนั้น แหละ เราอยู่ของเราดีๆแล้ว ไม่น่ามาสร้างความดีอกดีใจให้กันเลย ที่สุดก็แห้ว อย่าว่าแต่ชาวบ้านจะไม่รู้วิธีการจดทะเบียนเลย เราข้าราชการเต็มขั้น ก็รู้ไม่มากไปกว่าชาวบ้าน แล้วเขาจดทะเบียนกันที่ไหนหนอ ระเบียบเป็นยังไง เงินที่ได้มาต้องทำบัญชีไหม ตรวจสอบกันขนาดไหน ตั้งกรรมการ จัดซื้อจัดจ้างกันด้วยหรือเปล่า  เฮ้อ เมื่อถึงตรงนี้ ก็ดีแล้วที่ไม่ต้องไปสร้างความทุกข์ให้กับชาวบ้าน เป็นชมรมเถื่อนที่มีประสิทธิภาพ อยู่อย่างพอเพียงสุขสบายกว่ากันเยอะเลย จริงไหม?