สิ่งที่ผมเพิ่งรับมาเต็มๆ นั้น เป็นประสบการณ์แบบ “Economy Class” ที่บาดตาบาดใจไม่รู้ลืม!!

       ผมเพิ่งกลับมาจากเนเธอร์แลนด์ครับ ได้รับเชิญจากทาง สสส. ให้ไปเข้า Workshop เรื่อง OM (Outcome Mapping) ที่เมือง Ede (อยู่ห่างจากเมือง Amsterdam เดินทางด้วยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง) การสัมมนามี 3 วัน คือเริ่มวันอังคารที่ 18 กันยายน แล้วไปจบวันพฤหัสที่ 20 กันยายน ตามกำหนดการผมจะต้องไปถึงวันจันทร์ ซึ่งหมายถึงว่าต้องออกเดินทางตั้งแต่คืนวันอาทิตย์จากเมืองไทย

        แต่ในที่สุดผมตัดสินใจออกเดินทางก่อน 1 วัน คือเดินทางคืนวันเสาร์ เนื่องด้วยมีผู้ติดตาม (ตามติด) ไปด้วย 1 ชีวิต (คงไม่ต้องบอกนะครับว่าเป็นใคร) การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างพิเศษเพราะเราสองคนไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศสองต่อสองเช่นนี้มาหลายสิบปีแล้ว ทุกๆ ครั้งที่ไปมักจะไปพร้อมกันกับลูกๆ และครอบครัว และก็มักจะใช้บริการของบริษัททัวร์เป็นส่วนใหญ่ เรียกได้ว่าไม่ได้ผจญภัยแบบนี้มานานแล้ว ทำให้รู้สึกตื่นเต้นพอสมควรเลยทีเดียว

        ก่อนถึงวันเดินทาง 2-3 วันเป็นช่วงที่งานค่อนข้างจะยุ่งเอามากๆ มีการบรรยายแทบทุกวัน นอกจากนั้นยังต้องรีบส่งต้นฉบับหนังสือ osho เล่มใหม่ให้กับทางสำนักพิมพ์อีกด้วย ทำให้พักผ่อนไม่ค่อยจะพอ เริ่มมีอาการคล้ายจะเป็นหวัด มีอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล แต่ก็ไม่ได้ตกอกตกใจอะไร เพราะถือว่าการเดินทางครั้งนี้มี พยาบาลประจำตัว อยู่ใกล้ๆ ทำให้รู้สึก อุ่นใจ เป็นอย่างยิ่ง

        คืนวันเสาร์เครื่องบินออกจากสุวรรณภูมิเกือบเที่ยงคืน กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง ได้ทานยานอนหลับไปหนึ่งเม็ด เพราะต้องการจะพักผ่อนให้เต็มที่ แต่ปรากฎว่ายาไม่ออกฤทธิ์เลย นอนไม่หลับแทบทั้งคืน จากกรุงเทพถึงเวียนนาใช้เวลาบินกว่าสิบชั่วโมง เป็นสิบชั่วโมงที่ค่อนข้างทรมานมากทีเดียว ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าแต่ก่อนตอนบินไปอเมริกาอยู่บนเครื่องเกือบยี่สิบชั่วโมงได้อย่างไร คงเป็นเรื่องของ สังขาร ที่เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

        ถึงเวียนนาเช้าวันอาทิตย์ เตร็ดเตร่อยู่ในสนามบินเกือบสองชั่วโมง ก่อนที่จะต่อเครื่องจากเวียนนาไป Amsterdam ซึ่งใช้เวลาบินประมาณชั่วโมงครึ่ง พอถึง Amsterdam ทุกอย่างก็ สุกงอม ได้ที่พอดี อาการป่วยมากันครบสูตร มีทั้งน้ำมูก ทั้งไอทั้งจาม รวมกันเป็นชุด ต้องนอนอยู่ที่ที่พัก 2-3 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีแรงไปเดินชมเมือง Amsterdam ได้ ถ่ายรูปมาพอประมาณทั้งๆ ที่สังขารไม่ค่อยเป็นใจให้เท่าใดนัก วันจันทร์วันรุ่งขึ้นอาการยังไม่ค่อยดี จึงตัดสินใจพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนที่ช่วงบ่ายจะขึ้นรถไฟไปยังเมือง Ede โดยไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหน

        เท่าที่สังเกตดูทุกครั้งที่เป็นหวัด อาการไม่ค่อยจะ สาหัส เหมือนครั้งนี้ เพราะทุกครั้งมักอ่อนเพลีย ทางกาย เป็นส่วนใหญ่ แต่ครั้งนี้มีอาการ ทางใจประกอบด้วย เพราะตลอดการเดินทางได้เห็นความแตกต่างระหว่างการเป็นผู้โดยสารชั้น Business (ธุรกิจ) กับการเป็นผู้โดยสารชั้น Economy (ประหยัด) ต่อหน้าต่อตาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ที่นั่งบนเครื่องบินที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน เพราะชั้น Business สามารถนอนเหยียดยาวได้ ในขณะที่ชั้น Economy อย่าว่าแต่เหยียดยาวเลย แค่นั่งธรรมดาหัวเข่าก็ชนเบาะหน้าแล้ว ที่จริงสิ่งที่แตกต่างเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่ต้อง ทำใจ และต้องยอมรับให้ได้อยู่แล้ว เพราะในสังคมคงไม่มีอะไรที่ เท่าเทียม กันได้หรอก เพียงแต่ความแตกต่างเหล่านั้นมันทำให้ผมรู้สึก เศร้าหมอง กว่าปรกติ ...อ้อ! ผมลืมบอกไปครับว่าการไปสัมมนาครั้งนี้ผมเดินทางไปพร้อมกับผู้บริหารของ สสส. ซึ่งพวกท่านเดินทางในชั้นธุรกิจ ส่วนผม เป็นแขก ที่ได้รับจัดสรรให้มาให้เป็น ชนชั้นสอง (Second Class)” ในเครื่องบินลำเดียวกัน

        จำได้ว่าตอนที่ผู้จัดการ สสส. เชิญให้ผมมาสัมมนาครั้งนี้ เพราะมีนโยบายว่าจะนำเรื่อง OM นี้ไปขยายผลใน สสส. และในภาคีเครือข่าย และผมก็คิดอย่างเข้าข้างตัวเองว่า ที่ สสส. เชิญให้ไปร่วมสัมมนาก็คงเป็นเพราะเห็นว่าผมมีศักยภาพพอที่จะนำเรื่องนี้มาทำให้ง่ายเพื่อจะได้ขยายผลในต่อไปได้ แต่แล้วสิ่งที่ผมได้รับกลับทำให้รู้สึกไม่ดีต่อ สสส. ทำให้ถึง บางอ้อว่าทำไมคนเราสามารถ ซื้อใจ กันได้ และในทางกลับกันบางทีก็ หมดใจ กันไปง่ายๆ เช่นกัน แล้วนี่ผมจะไปให้บริการ สสส. อย่าง “Business Class” ได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่ผมเพิ่งรับมาเต็มๆ นั้น เป็นประสบการณ์แบบ “Economy Class” ที่บาดตาบาดใจไม่รู้ลืม!!

         ครั้งหน้าจะทำ AAR ของหลักสูตรที่ไปเรียนมาครับ วันนี้ขอจบด้วยรูปสวยๆ เผื่อจะช่วยทำให้บรรยากาศคลี่คลายไปได้บ้าง