การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย คงต้องดูแลกันอย่างเต็มที่สมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สนองตอบในสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการตามความเหมาะสม เพื่อความเป็นสุขของผู้ป่วย หากอยากจะรอปาฎิหาริย์ ก็คงห้ามไม่ได้ เพราะอาจจะเกิดขึ้นไดเด้วยพลังของความรัก
เมื่อวานไปนั่งคุยกับผู้ป่วยมะเร็งลำใส้ระยะสุดท้ายและญาติ ผู้ป่วยยอมรับกับสภาพของตนเองได้เป็นอย่างดี ญาติเองก็ดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ แม้ว่าต้องดูแลสามีที่โรงพยาบาลและต้องไปดูแลแม่สามีที่ชรามากที่บ้าน จนน้ำหนักลดไปหลายกิโล แต่เธอก็บอกว่าไม่เคยท้อ รอเพียงปาฎิหารย์
ญาติเล่าให้ฟังว่า "รู้ทั้งรู้ว่า รักษาไม่หาย เพียงแค่ประคับประครองไป เพราะตอนนี้หมอก็ไม่ได้รักษาอะไรที่เกี่ยวกับมะเร็งแล้ว แต่ก็ไม่รู้เป็นไง ยังหวังกับเรื่องปาฎิหาริย์"
คนไข้เองบอกเราว่า "ไม่รู้ว่าอาการตัวเองเป็นอย่างไร มันบอกไม่ถูก หมอ พยาบาลก็มาถามทุกวัน ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน"
      "เมื่อตอนหลับไปสามวัน ก็นึกว่า จะไม่ตื่นมาแล้ว ก็ยังตื่นมาอีก เพราะอย่างไรก็เตรียมใจเตรียมกายไว้ตั้งแต่แรกเมื่อสามปีก่อนแล้ว"
 ญาติผู้ป่วยฝากเราว่า " หากเจอผู้ป่วยที่ท้อแท้ รับสภาพตัวเองไม่ได้ ให้เอา กรณีของเธอไปเล่าให้เขาฟังว่าเป็นอย่างไร ทุกข์แค่ไหนก็ไม่ยอมให้ทุกข์มาครอบงำ ทำในแต่ละวันให้ดี อย่าเพิ่งไปคิดถึงวันพรุ่งนี้"
ผู้ป่วยรายนี้ นอนโรงพยาบาลกว่าเดือนแล้ว ก่อนหน้านั้น ก็เข้าออกโรงพยาบาล บ่อยครั้ง แถมบางครั้งต้องเดินทาวไป ถึง ขอนแก่น
ในเวลาที่ผ่านมา ญาติต้องใช้เงินไปเป็นจำนวนมาก ต้องจ้างผู้ช่วยที่ฝึกการดูแลผู้ป่วยมาเดือนละ 7000 บาท ต้องจ่ายค่าห้องส่วนเกินวันละ 300 บาท แต่ก็ยังโชคดีที่มีน้องสาวช่วยในเรื่องค่าใช้จ่าย
การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย คงต้องดูแลกันอย่างเต็มที่สมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สนองตอบในสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการตามความเหมาะสม เพื่อความเป็นสุขของผู้ป่วย หากอยากจะรอปาฎิหาริย์ ก็คงห้ามไม่ได้ เพราะอาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยพลังของความรัก