ย้อนตำนานที่ผ่านมานับ 100 ปี ของคนเล่นเพลงอีแซว

 

 

ประวัติและผลงานที่ต้องบันทึกไว้

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 90%; text-align: justify" class="MsoNormal">ของนักเพลงพื้นบ้าน- เพลงอีแซว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 90%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p>ในจังหวัดสุพรรณบุรี (ตอนที่ 1)</p><p>         ก่อนอื่นต้องขอทำความเข้าใจในบทความที่ผมจะนำมาเล่าต่อไปนี้ก่อนนะครับว่า ผมคงไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะตามไปค้นหาเรื่องราวของครูเพลงที่เคยสร้างสรรค์ผลงานจนดังลั่นในยุคสมัยก่อนได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากกาลเวลาทำให้บุคคลสำคัญเหล่านั้นได้จากโลกนี้ไป ในบทความที่ผมจะนำมาเล่าต่อไปนี้จึงเป็นบันทึกความทรงจำที่เกิดจากการไปสืบค้น ไปพบและได้สัมผัสกับกลุ่มบุคคลที่เป็นนักแสดงหรือได้ไปรับฟังเรื่องราวของท่านจากผู้ที่มีความใกล้ชิดมากที่สุด และบางท่านผมมีความใกล้ชิดสนิทสนมมาก ทั้งด้านการแสดงการปฏิบัติงานและชีวิตส่วนตัว ส่วนบางท่านผมไปตามหาไม่ทันเวลาที่ท่านมีชีวิตอยู่ เพราะว่าเมื่อผมไปถึงบ้านของท่านปรากฏว่า ท่านได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ว่าในจำนวนที่ผมได้นำเอามาเสนอ ณ ที่นี้ คงจะพอมองเห็นวิถีชีวิตของท่านเหล่านั้นว่า แต่ละท่านมีแนวคิด มีอุดมการณ์อย่างไรในการดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคงด้วยการพึ่งตนเอง และหาเลี้ยงครอบครัวได้อย่างยั่งยืนด้วยอาชีพการแสดง  </p><p>            </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; line-height: 110%; text-align: justify" class="MsoNormal">เพลงอีแซว เป็นเพลงพื้นบ้านหรือเพลงชาวบ้านประเภทหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านร้องเล่นรื่นเริงสนุก สนานกัน เมื่อหญิงชายมีโอกาสมาพบปะกันเพื่อช่วยกันทำงาน ในนา ในไร่ ที่ลานบ้าน หรือร้องเล่น เนื่องในเทศกาล งานนักขัตฤกษ์ เช่น ตรุษ สงกรานต์ ลอยกระทง ทอดกฐิน ผ้าป่า และงานปิดทองไหว้พระประจำปีเป็นต้น คนเพลงรุ่นเก่าที่มีอายุระหว่าง 60-85 ปี (.. 2550) มักจะพูดถึงการเล่นเพลงอีแซวในงานประจำปี ปิดทองหลวงพ่อโต ที่วัดป่าเลไลยก์  อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ยังคงฝังใจของท่านอยู่อย่างมิรู้ลืม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; line-height: 110%; text-align: justify" class="MsoNormal">น้าจำลอง รุณเจริญ (อายุ 70 ปีเศษ) เป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ของการแสดงเพลงพื้นบ้านประเภทนี้มาโดยตรงจนถึงในปัจจุบันเพราะว่า ท่านเป็นกรรมการจัดงานด้านมหรสพของวัดป่าเลไลยก์ ท่านเล่าให้ผมฟังว่า เพลงอีแซวมีมาคู่กับงานประจำปีวัดป่าเลไลยก์มานาน เพราะ ตั้งแต่ย้ายมาตั้งหลักปักฐานประกอบอาชีพค้าขายอยู่ที่หน้าวัดป่าเลไลยก์ก็ประมาณ 50 ปีเศษ เมื่อถึงเทศกาลงานปิดทองหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ ซึ่งจะมีงานปีละ 2 ครั้ง คือ วันขึ้น 7-9 ค่ำ เดือน 5 และอีกครั้งคือ ขึ้น 7-9 ค่ำ เดือน 12 (ปัจจุบันมีงานครั้งละ 5 วัน 5 คืน คือขึ้น 5-9 ค่ำ) ทุกคืนจะมีการแสดงเพลงอีแซว  ในยุคนั้นไม่มีการหา จ้างวาน แต่นักเพลงจากที่ต่าง ๆ พากันมาเล่นเพลงที่ลานวัดป่าเลไลยก์ ส่วนใหญ่เดินกันมาจากอำเภอต่าง ๆ และในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เช่น อำเภอวิเศษชัยชาญ  อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง  อำเภอเลาขวัญ  อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น สังเกตที่ริมคลองข้างวัดป่าเลไลยก์ ในตอนเย็นจะมีผู้คนจำนวนมากลงไปอาบน้ำแต่งตัวกันที่ริมคลองแล้วขึ้นมารับประทานอาหารจากนั้นก็มุ่งตรงไปยังวิหารหลวงพ่อโต เพื่อปิดทองไหว้พระขอพร เมื่อออกจากวิหารก็ไปชมมหรสพต่าง ๆ ได้แก่ ลิเก โขน หนังตะลุง เพลงเหย่ย เพลงอีแซว มหรสพทั้งหลายจะแสดงกันจนถึงสองยาม (เที่ยงคืน) ก็เลิก ต่อจากนั้นจะมีเพลงอีแซวเล่นกันไปจนสว่างคาตา คนดูก็ไม่หนี ดูกันจนรุ่งของวันใหม่และไม่ว่าจะยุคไหน ๆ ตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงวันนี้ เพลงอีแซวยังคงอยู่คู่กับงานวัดป่าเลไลยก์ จังหวัดสุพรรณบุรีมาโดยตลอด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; line-height: 110%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; line-height: 110%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; line-height: 110%; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p>               น้าจำลอง รุญเจริญ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดงานปิดทองไหว้พระ หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ แผนกจัดมหรสพ  ซึ่งท่านเป็นผู้หนึ่งที่ให้การสนับสนุนเพลงอีแซวรุ่นเก่า ที่หลาย ๆ คน (โดยเฉพาะผู้ใหญ่) ลืมไปเสียแล้ว ได้มีโอกาสกลับมาระลึกถึงความหลังครั้งเมื่อคนรุ่นพ่อ แม่ รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย เคยได้สร้างสวรรค์สิ่งที่ดี มีความหมาย ทั้งความสวยงาม  ความเสนาะไพเราะในทำนองที่แนบเนียน นุ่มนวลชวนให้ไหลหลง  น้าจำลองยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ของหลวงพ่อใหญ่ (เจ้าคณะจังหวัดองค์ก่อน) ที่จะนำนักเพลงอีแซวกลับมา ให้คงอยู่คู่กับวัดป่าเลไลยก์ตลอดไป  แต่ในความเป็นจริง และอนาคตข้างหน้า  จะเป็นไปได้แค่ไหน เพียงใด  เป็นเรื่องของอนาคต แต่วันนี้ผมคิดว่าบุคคลที่ชื่อ จำลอง รุณเจริญ คือบุคคลคนหนึ่งที่ให้โอกาส ต่อลมหายใจต่อชีวิตของทายาททางเพลงให้ยังคงมีอยู่คู่กับงานปิดทองหลวงพ่อโต ที่วัดป่าเลไลยก์ตลอดมา ในแต่ละเทศกาลของ งาน คือเดือน 5 และ เดือน 12 ตลอดทั้ง 5 คืน มีเวทีให้เพลงอีแซวได้แสดงสลับผลัดเปลี่ยนกัน 5 คณะ ได้แก่ คณะขวัญจิต  ศรีประจันต์ (ศิลปินแห่งชาติ), คณะขวัญใจ  ศรีประจันต์, คณะลำจวน  สวนแตง,  คณะนกเอี้ยง  เสียงทอง และคณะสุจินต์  ศรีประจันต์ (ศิลปินดีเด่นจังหวัดสุพรรณบุรี) สำหรับคณะสุจินต์ ศรีประจันต์นี้ มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับผมมานานมาก ตั้งแต่เรายังรุ่นหนุ่มในฐานะหมอขวัญ ที่เดินทางสายงานพิธีทำขวัญนาคกันมานานตั้งแต่อายุก่อน 20 ปี (เรา 2 คนไม่เคยเจอกันในงานทำขวัญนาคเลยสักครั้ง) แต่การแสดงเพลงอีแซว ผมและพี่จินต์ได้ร่วมงานบนเวทีเดียวกันบ่อยครั้งมาก ทั้งนี้เพราะพี่จินต์เป็นครูเพลงคนหนึ่ง  ที่ให้ความช่วยเหลือในการฝึกการแสดงให้เด็ก ๆ ของผมมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นด้วย </p><p></p><p>(ชำเลือง มณีวงษ์ : 2550.  พบกันตอนที่ 2  นักเพลงพื้นบ้านรุ่นบรมครู ต้นตำรับที่ถูกลืม) </p><p> </p>