28 เมษายน 2548
สอนลูกหลานเรื่องเงินทองในตอนปิดเทอม
ปิดเทอมแบบนี้ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง มักจะต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของลูกหลาน ไม่มากก็น้อย เพราะเด็กเล็กมักไม่ชอบอยู่นิ่ง ไม่ชอบที่จะอยู่บ้าน แต่กลับชอบที่จะออกไปข้างนอกมีกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นก็อยากจะมีเงินของตัวเองไว้ใช้จ่ายเพื่อไปดูหนัง ไปซื้อเสื้อผ้าที่ทันสมัย แต่ปัญหาก็คือ เขาเหล่านั้นยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง ในฐานะ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง มีหน้าที่อย่างหนึ่งคือ "อบรมสั่งสอน" ดังนั้นปิดเทอมนี้ เรื่องที่น่าจะสอนเด็ก ๆ อีกเรื่องหนึ่งเพิ่มเติมคือให้รู้จักการ "หารายได้" ของตนเอง
การหารายได้นั้นทำได้ไม่ยาก โดยเฉพาะในปัจจุบันการให้เด็กทำงานเพื่อหารายได้ดูเป็นเรื่องปกติและสมควรที่จะส่งเสริมอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปฝึกงานในองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ในช่วงปิดเทอม หรือการไปทำงาน part time ในร้านค้า หรือ ร้านอาหาร หรือการรับจ้างดูแลต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ เป็นต้น อะไรก็ตามที่เด็ก ๆ ทำได้ ผู้ใหญ่ก็ควรสนับสนุนให้เงินเป็นค่าจ้างเพื่อให้เด็กมีรายได้ นอกจากนี้รายได้ของเด็ก อาจจะมาจากการได้ของขวัญหรือ ของรางวัลจากผู้ใหญ่และญาติพี่น้อง ในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่นครบรอบวันเกิด สอบได้เกรด A ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีอีกแหล่งที่เด็กจะมีรายได้ คือ เงินที่พ่อแม่ให้เป็นค่าขนม ค่าอาหารประจำวัน นั่นเอง
หากเราในฐานะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อเด็ก ๆ ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีอิสระเสรีทางการเงิน ควรจะสนับสนุนให้เด็กรู้จักการหาเงินให้เป็น ประกอบกับการสอนให้รู้จักเก็บออมควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะมีเป้าหมายของการเก็บออมเป็นอะไรก็ตาม เช่น ต้องการมีเงินก้อนเอาไว้เรียนต่อ หรือเอาไปสมัครเรียนพิเศษ หรือเพื่อความบันเทิง ไม่ว่าจะไปดูหนังเรื่องโปรดกับเพื่อน ซื้อรองเท้าคู่ใหม่ สารพัดที่เด็ก ๆ อยากจะมี อยากจะได้ ฯลฯ
มาถึงขั้นนี้ จะเห็นได้ว่า เป้าหมายการใช้เงินของเด็ก มีมากมาย แต่เราจะต้องช่วยสอนให้เขาพิจารณาได้ด้วยตัวเองว่า อะไรคือสิ่ง ที่จำเป็น (Needs) และอะไรเป็นแค่สิ่งที่ต้องการ (Wants)
Needs คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องมี ซึ่งหมายถึง ปัจจัยสี่ ได้แก่ อาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรค และ ที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้เราจำเป็นต้องมีเพื่อการดำรงชีวิต ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ชีวิตก็อาจจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ในอนาคต ในขณะเดียวกัน Wants คือสิ่งที่เพิ่มเติมเพื่อสีสันและความบันเทิงของชีวิต ซึ่งถ้าไม่มีหรือไม่ได้นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตทุกข์ระทมไปมากมาย เช่นหากเด็กอยากได้รถจักรยานไว้ขี่ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินไปซื้อจักรยานเสือภูเขาที่ราคาแพงแต่อย่างใด ดังนั้น ต้องแนะนำให้เด็ก ๆ แยกให้ได้ว่าควรใช้เงินที่หามาได้ไปกับสิ่งที่จำเป็น หรือสิ่งที่ต้องการก่อนกัน ไม่ใช่ใช้เงินที่หามาได้อย่างไม่คุ้มค่า
ด้วยวิธีการง่าย ๆ เบื้องต้นแบบนี้ จะทำให้เด็กได้มีการฝึกหัดวิธีการ "หารายได้" วิธีการใช้จ่ายเงินอย่างมีเป้าหมาย เพื่อให้มีแรงจูงใจในการหารายได้และสะสมเงินไว้จนได้จำนวนที่ต้องการ โดยผู้ปกครองต้องเป็นพี่เลี้ยงเพื่อชี้แนะให้เด็กเข้าใจถึงสิ่งจำเป็น หรือ สิ่งที่ต้องการและแยกแยะให้ออก เพื่อไม่ให้เด็กตกเป็นเครื่องมือของการโฆษณาที่ล้วนสรรหาวิธีการสารพัดมาสร้างจุดสนใจและดึงดูดให้เงินออกจากกระเป๋าได้อย่างง่าย ๆ โดยปลูกฝังให้คิดอย่างละเอียดรอบคอบ หรือที่เรียกว่าคิดให้ทะลุ
เรื่องง่าย ๆ เกี่ยวกับเงินทองที่จะปลูกฝังลูกหลานตั้งแต่วันนี้ จะได้เป็นมรดกตกทอดให้มีหลักคิดเรื่องการจัดการเงินทองของตนเองได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าลูกหลานจะบ่นหรืองอนไปบ้าง แต่ผลของการอบรมสั่งสอนนี้คือ ลูกหลานจะมีแนวคิดเรื่อง การหารายได้ การใช้จ่าย และการออมเงินติดตัวไว้เสมอ เพราะชีวิตนี้ถ้าอยากทำอะไร ไม่ว่าจะเรียนต่อ แต่งงาน ลงทุนในเครื่องมือการลงทุนต่าง ๆ แต่ไม่มีเงิน มันสุดแสนจะบรรยายได้จริง ๆ
เมื่อรู้จักหารายได้แล้วต้องจ่ายน้อยกว่าที่หาได้ไว้เสมอ นั่นจะเป็นหนทางก้าวไปเป็นเศรษฐีได้ไม่ยาก
ลูกพระธรรม 28 เมษายน 2548
สวัสดีค่ะ
เป็นการสอนแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงให้เด็ก ดีจังค่ะ
เป็นเรื่องที่ควรปลูกฝังอย่างยิ่ง จะเป็นพื้นฐานชีวิตทีเดียวนะคะ แต่ผู้ใหญ่ส่วนมากจะมองข้ามความสำคัญที่จะใช้เวลาอย่างละเอียดกับลูกหลานของตนที่จะอบรมสั่งสอนเรื่องนี้