ผู้ที่เรียนนาฏศิลป์และมีโอกาสได้แสดงชุดนี้ จะถือได้ว่าเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจของครูผู้สอนว่ามีฝีมือในการร่ายรำ เพราะรำชุดนี้มีลีลาที่สง่างามผสมผสานกับความอ่อนช้อยในแบบฉบับการรำของบุรุษที่เป็นตัวเอกในละคร

รำพลายชุมพล

 

การแสดงในวันนี้ เป็นการแสดงที่ใช้ผู้ชาย หรือตัวพระเป็นผู้แสดง เป็นการรำที่ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า ถ้าผู้ที่เรียนนาฏศิลป์และมีโอกาสได้แสดงชุดนี้ จะถือได้ว่าเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจของครูผู้สอนว่ามีฝีมือในการร่ายรำ เพราะรำชุดนี้มีลีลาที่สง่างามผสมผสานกับความอ่อนช้อยในแบบฉบับการรำของบุรุษที่เป็นตัวเอกในละคร

 

รำพลายชุมพลเป็นการแสดงชุดหนึ่งที่ตัดตอนมาจากการแสดงละครเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนพระไวยแตกทัพโดยผู้รำจะเป็นตัวพลายชุมพล ซึ่งปลอมตัวเป็นมอญเพื่อออกไปสู้รบกับพี่ชาย คือพระไวย เนื่องจากความไม่เข้าใจกัน


          การแต่งกาย แต่งตัวเป็นชาย นุ่งสนับเพลา และผ้าตาหมากรุก ใส่เสื้อแขนยาว เอาชายเสื้อไว้ในชายผ้านุ่ง ใช้ผ้าตาคาดเอวทับ สวมเสื้อกั๊กลงยันต์ทับเสื้อแขนยาว ที่คอจะผูกผ้าประเจียดสีขาว โพกศีรษะแบบมอญด้วยผ้าสีทับทิม ในมือผู้แสดงจะมีหอกเป็นอุปกรณ์ในการแสดง
ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง นิยมใช้วงปี่พาทย์มอญ เพลงร้องประกอบการแสดง ใช้เพลงมอญดูดาว โดยมีเนื้อร้องดังนี้

 

แล้วจัดแจงแต่งกายพลายชุมพล (ซ้ำ)

 

ปลอมตนเป็นมอญใหม่ดูคมสัน

 

นุ่งผ้าตาหมากรุกของรามัญ (ซ้ำ)

 

ใส่เสื้อลงยันต์ย้อมว่านยา

 

คอผูกผ้าประเจียดของอาจารย์ (ซ้ำ)

 

โอมอ่านเสกผงผัดหน้า

 

คาดตะกรุดโทนทองของบิดา (ซ้ำ)

 

โพกผ้าสีทับทิมริมขลิบทอง

 

ถือหอกสัตตะโลหะชนะชัย (ซ้ำ)

 

เหมือนสมิงมอญใหม่ดูไวว่อง

 

ขุนแผนขี่สีหมอกออกลำพอง (ซ้ำ)

 

ชุมพลขึ้นกระเลียวผยองนำโยธา

 

*ปี่พาทย์บรรเลงเพลงรับ**