มีน้องๆมาเตือนว่า “พี่บางทราย เห็นบันทึกแต่เรื่องสหาย เรื่องการสู้รบ เรื่องพคท. ไม่กลัวใครเข้าใจผิดหรือว่าพี่บางทรายจะฟื้นฟูลัทธินี้ขึ้นมา....” ผมหัวใจลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะมันตกลงไป.. เมื่อได้สติสตังค์แล้วผมอธิบายว่า ลัทธินี้เป็นอดีต เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว ไม่มีใครคิดแผลงๆฟื้นฟูมันขึ้นมาหรอก เพียงแต่ว่าสิ่งดังกล่าวนี้มีความสำคัญเพราะเป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ปัจจุบันยังมีตัวบุคคล มีสถานที่ มีความทรงจำคงอยู่ ก็น่าที่จะหยิบมาเล่าสู่กันฟัง เป็นอุทาหรณ์ โดยเฉพาะคนที่ทำงานพัฒนาคน พัฒนาท้องถิ่น พัฒนาวิถีชีวิต หากไม่เข้าใจ ไม่ศึกษาแล้วจะเอาอะไรไปกำหนดกระบวนการทำงานที่เหมาะสมกับพื้นที่แถบนี้เล่า..
หรือว่าน้องจะให้พี่นั่งเทียนกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างลงไปจากโต๊ะทำงานรกๆของพี่นี่ มันง่ายมากที่จะทำอย่างนั้น แต่ประสบการณ์เราเรียนรู้มาแล้วมิใช่หรือว่าอะไรที่ไม่เข้าใจชาวบ้าน อะไรที่ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม อะไรที่ไม่ได้ฟังเขาแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะไม่เข้าใจภูมินิเวศน์วัฒนธรรมประวัติศาสตร์ มันก็ไม่ต่างอะไรจากการพัฒนาเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาแล้ว...ผมร่ายยาวเสียน้องพยักหน้างึกๆ แล้วก็บอกว่า เปล่าหรอก หนูกลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจพี่ผิดไปอ่ะ... เออ พี่ขอบใจที่น้องเตือนพี่

ว่าแล้วผมก็หยิบหนังสือชื่อ “สู่สมรภูมิภูพาน” ฉบับที่ผมอ่านมาแล้ว 3 รอบ ด้วยเพราะอยากจะเข้าใจถึงผู้เขียนสื่ออะไรออกมาบ้าง ที่เกี่ยวกับพี่น้องไทโซ่ที่ผมทำงานอยู่ด้วย หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมเรียนรู้ชีวิตยามสงคราม ที่พี่น้องไทโซ่ตกอยู่ในบรรยากาศนั้นมามากกว่า 10 ปี ซึ่งท่านย่อมทราบดีว่า 10 ปีนั้นมันหล่อหลอมความคิดจิตสำนึกและวิธีปฏิบัติอะไรต่อมิอะไรมากพอสมควร และตกทอดมาจนปัจจุบันที่เราเข้ามาพัฒนาเขาเหล่านั้น บางช่วงบางตอนก็เศร้า ก็ตลก เช่น
*********
ผู้บันทึกเขียนไว้ว่า “ออกเดินทางตอนพลบค่ำผ่านทุ่งบ้านติ้ว ขึ้นภูเตี้ยๆ ไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ถึงทับคุณดิน..เช้าเดินต่อเลียบภูไก่เขี่ย ขวามือเป็นภูหยวก แล้วถึงภูตากแดด คุณปฏิ และ คุณเดื่อง ชี้ไปที่ตะวันตกแล้วบอกว่า นั่นคือที่ที่คุณคง นำกองทหารจากดงหลวงขึ้นมาดักซุ่มกองกำลังฝ่ายรัฐบาล ซึ่งตั้งค่ายอยู่ที่บ้านหนองแคน ซึ่งอยู่ตีนภูหลักควาย.....ว่ากันว่าเป็นความอ่อนประสบการณ์ของคุณคง เมื่อต่อสู้กันสักพัก เงียบเสียงไป คุณคงก็ลุกขึ้นยืนเพื่อสังเกตการณ์สนามรบ แต่กลับถูกยิงตรงแสกหน้าพอดี..นี่เป็นเรื่องเศร้า
แต่เรื่องขำก็มี เช่น...มีอยู่คืนหนึ่งได้ยินเสียงปืนยิงกันหูดับตับไหม้ที่ค่าย อส.บ้านโคก ต่อมาก็มีเครื่องบิน ที 28 มาทิ้งพลุ ทิ้งเป็นแนวยาวตัดกันเป็นรูปกากบาท เป็นภาพที่น่าดูมาก และยังมีเครื่องบินซี 130 บินมารัวปืนกลอากาศสู่พื้นที่ที่สงสัย ปืนกลนี้ยิงเร็วเป็นหมื่นนัดในเวลา 1 หรือ 2 นาที กระสุนเสียดสีอากาศเป็นสีแดงในยามคืนมืดดูแล้วคล้ายกับม่านกระสุนที่กางออกไปรอบๆน่าดูยิ่งนัก พอรุ่งเช้าได้จัดหน่วยสืบข่าวไปสืบดูว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้ เพราะทางนี้สอบถามดูแล้วก็ไม่มีปฏิบัติการใดๆ พอสายๆหน่วยสื่อข่าวก็กลับมารายงานว่า ที่ยิงกันอุตลุตนั้นเป็นเพราะ อส.ตื่นควาย
คนในละแวกนั้นจะปล่อยควายเป็นอิสระอยู่ตามดงตามภูในยามที่ไม่ได้ทำนา ควายจะเที่ยวหากินไปทั่ว เจ้าของจะตามมาเอากลับคืนเมื่อถึงฤดูทำนาเท่านั้น เสียงควายเดินสวบๆในเวลากลางคืนย่อมยากที่อ.ส.จะจำแนกว่ามันเป็นเสียงควายหรือเสียงคน เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องธรรมดาในปี พ.ศ. 2510
***********
ประเด็นคือเราได้รู้จักสถานที่ บ้านติ้ว บ้านหนองแคน ภูไก่เขี่ย ภูหยวก ภูตากแดด เรารู้จักกองทหารจากดงหลวง เมื่อสืบต่อไปก็รู้ว่าเป็นใครบ้าง คุณคงเป็นใคร นอกจากนี้เรารู้จักวิถีชีวิตชาวบ้านต่อการเลี้ยงควายแบบปล่อยเข้าป่าเมื่อหมดฤดูการทำนา ...ประเด็นเหล่านี้เราเก็บเอาไปสอบถามต่อในรายละเอียด ความเชื่อต่างๆ กระบวนการคิด กระบวนการปล่อยควายเข้าป่า ซึ่งปัจจุบันก็ยังทำกันอยู่ แต่เป็นวัวมากกว่าควาย....ได้อะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมายครับ...
หนังสือเล่มนี้เขียนโดย พ.เมืองชมพู ซึ่งเป็นนามปากกาของคุณ อุดม สีสุวรรณ หรืออีกนามปากกาหนึ่งคือ บรรจง บรรเจิดศิลป์ อดีตกรรมการกลางพรรค และกรมการเมือง ผู้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ดงหลวง มี 3 ภาค 41 บท 392 หน้า พิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน พิมพ์เมื่อ 2532 เข้าใจว่าพิมพ์ครั้งเดียว
อันนี้เป็นน้ำจิ้ม..หากสนใจรีบจองที่นั่งเฮฮาศาสตร์ 3 ได้เลยครับ ใกล้ปิดรับสมัครเต็มทีแล้ว เพราะหากมากเกินไปเราก็กลัวว่าจะดูแลไม่ทั่วถึงครับ อิ อิ
น้อง
นายสายลม อักษรสุนทรีย์
ออตครับ
สวัสดีน้องสิงห์
สวัสดีครับ
Pimwalaun Pungphaasuk
สวัสดีครับท่าน บางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับท่าน
สะ-มะ-นึ-กะ
อยากทราบว่ามีใครที่นึกถึงการกระทำครั้งยิ่งใหญ่ของชาวนาที่อดอยากบ้างละ มีแต่พูดถึงการกระทำของนักศึกษาที่มาจาก ขบวนการ 16 ต.ค. ไม่คิดถึงแนวร่วมที่มาจากกลุ่มชาวนา ซึ่งจริง ๆแล้วมีส่วนสำคัญมาก ถ้าเทียบกันแล้วชาวนาหรือชาวบ้านที่เข้าป่านี้คือ ทหารที่สู้ในสนามรบ แต่ไม่มีใครพูดถึงการกระทำ เพื่อแต่นึกถึงการกระทำของผู้ที่เป็นกรรมการของพรรค ที่เขียนนี้ไม่ใช่อะไรเพียงแต่มีคนที่สูญเสียจากการต่อสู้นี้เป็นคนรู้จักแต่ไม่มีใครพูดถึง
สวัสดีครับ ส.ดาว
ผมไม่ทราบว่า ส.ดาวกล่าวถึงนั้นหมายถึงอะไรตรงๆ หากกล่าวถึงผมผู้เขียนบันทึกนี้ละก็ ผมขออธิบายดังนี้
คิดถึงลุงคำตัน..นายผี..จิตร..ฯลฯ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
เข้าใจว่าพี่ชายคงยุ่งกับการงาน
สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างคะ
รักษาสุขภาพ กาย ใจ นะคะ
ระลึกถึงพี่ค่ะ
(^__^)
สวัสดีครับ คุณ ไม่แสดงตน
หากมีโอกาส แวะเยี่ยมดงหลวงบ้างนะครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีน้องคนไม่มีราก ที่ระลึกถึง เช่นกัน
พี่ยุ่งกับงานบ้างครับ สุขภาพก็ถือว่า โอเค ทานยารักษานิ่วอยู่ แต่ไม่มีอาการอะไรให้เห็นเลยปกติทุกอย่างครับ
ขอบคุณครับที่ระลึกถึง พี่เองก็แอบมาเยี่ยมน้องอยู่บ้างครับ
ส.บางทรายผมขอคารวะคุณ การรวบรวมตำนาญ เรื่องราว บนเทือกภูพาน ด้านดงหลวง คำชะอี มุกดาหารและ เขาวง กาฬสินธุ์
คุณยังต้องเก็บรายละเอียดอีกมาก นักรบปฏิวัติจากเขตงาน 333 ลุ่มนำบางทราย ภูหลักควาย ภูไก่เขี่ย ภูสีฐาน จะให้รายละเอียดได้ดีมาก เพราะทุกท่านอยู่ในสถานการณ์จริง ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่หลายท่าน ทั่งในหมู่บ้านเขตอำเภอดงหลวง หมู่บ้านผรท.ดงหมู
ภูผาหอม ผมสนับสนุนคุณจงเขียนประวัติศาสตร์เล่มนี้ ไว้ในคนรุ่นหลังเขาได้ศึกษาจากความจริง ให้สำเร็จนะครับ ความจริงแล้ว สพทป.มห.ควรเขียนเป็นหลักสูตรท้องถิ่นให้ลูกหลานได้เรียนรู้ ถึงประวัติของบรรพบุรุษ
ดี สนับสนุนให้เขียนประวัติศาตร์ให้สำเร็จ ลูกหลานชาวมุกดาหารจะได้ศึกษา และภาคภูมิใจในบรรพบุรุษของเขายิ่งขึ้น
ท่านตะวันครับ มันเป็นความสนใจส่วนตัว และเห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์เหล่านี้ แต่ผมก็มีปัญหาในเรื่องเวลาครับเพราะได้ออกจากมุกดาหารมาแล้ว แต่ตั้งใจว่าจะพยายามใช้เวลาว่างเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ บางส่วนทำไปบ้างแล้ว แต่ยังมีมากมายครับที่ต้องทำ ขอบคุณครับที่เห็นความสำคัญ