อันนี้ไม่ใช่คุณครูแต่เป็นผู้ปกครอง
1.หัวเรื่อง:โครงงานภาษาอังกฤษ
ข้อความ:
ถึงอาจารย์ขจิต ผมมีเรื่องขอความกรุณาจากอาจารย์ คือหลานผมเรียนที่ กศน. ม.ปลาย จะจบเทอมนี้ อาจารย์ผู้สอนได้สั่งให้ทำโครงงานภาษาอังกฤษ หลานบอกว่าปวดหัวมาก ผมสงสารจัง เนื่องจากหลานเคยถูกรถชนได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง รักษาตัวประมาณ 1 ปี จึงจำความได้แต่ไม่เต็ม 100% หากอาจารย์จะกรุณาทำให้เรื่องอะไรก็ได้ เนื้อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษและแปลเป็นภาษาไทย ส่วนคำนำ สารบัญ บรรณานุกรม เป็นภาษาไทย ประมาณ 5-6 หน้ากระดาษเอ4
หวังว่าอาจารย์คงให้ความกรุณา
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ลงชื่อ +เบอร์โทรศัพท์
2.หัวเรื่อง:ขอคำปรึกษาเรื่องหัวข้องานวิจัย
ข้อความ:
ดิฉันเป็นครูคศ.2อยู่จ…..สอนภาษาอ.ชั้นม.3ยื่นเรื่องทำคศ.3จะส่งผลงานทางวิชาการ 1 ชิ้นแต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะทำเรื่องอะไรดี มีคนแนะนำให้ทำเรื่องการใช้คำบุพบท (Prepositions)โดยใช้แบบฝึกทักษะ ไม่ทราบว่าอาจารย์เห็นด้วยหรือไม่ หรือมีข้อเสนอแนะอื่นที่ดีกว่านี้ กรุณาให้คำแนะนำด้วย โรงเรียนที่ดิฉันสอนเป็นร.ร.มัธยมขนาดเล็กมีเด็กม.3 48คนตอนนี้เครียดมากค่ะ เพราะไม่มีความรู้ในการเขียนผลงานเลย ไม่ทราบจะปรึกษาใครดี หวังว่าอาจารย์คงมีคำแนะนำดี ๆให้ขอบคุณล่วงหน้า (นร.อ่อนภาษาอังกฤษมากค่ะ)
ในทุกๆๆวันเมื่อผู้เขียนตรวจดูข้อความเข้าจากe-mail มักได้รับ mail แบบนี้เสมอๆๆ
ข้อความอันที่ 1 ไม่สามารถช่วยได้ ถ้าให้แนะนำนะทำได้เสมอ แถมมีตัวอย่างดีๆๆให้ด้วย เริ่มงง ตัวเองว่า ผู้ส่งมาเห็นผู้เขียนเป็นอะไร ระบบการศึกษาบ้านเรามีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า เริ่มสงสัยทั้งคนสอน ผู้เรียน และผู้ปกครอง เลยรู้สึกผิดหวัง ถ้าเป็นท่านผู้อ่านจะทำอย่างไร(ใจจริงแล้วสงสาร นะเนี่ย แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร)
ข้อความอันที่ 2 ผู้เขียนไม่รั้งรอที่จะช่วยเหลือและแนะนำ เข้าใจว่าระบบการศึกษา ระบบการประเมินคุณครู ทำให้คุณครูเครียดมากๆๆ คุณครูไม่ทราบว่าจะไปพึ่งใคร ถ้าระบบการประเมินคุณครูและการเลื่อนขั้นของคุณครูเป็นแบบนี้ อย่าหวังว่านักเรียนของเราจะมีความสุขกับการเรียน
ขนาดคุณครูยังไม่มีความสุขกับการสอนเลย ถ้าถามว่าคุณครูทุกท่านสามารถบอกได้ไหมว่าคุณครูควรทำอย่างไร ถ้าให้คุณครูเล่า ท่านสามารถเล่าได้เป็นฉากๆๆ แถมดีด้วย (สนใจเรื่องนี้ถามน้องออต เล้าข้าวศึกษานะครับ) แต่คุณครูบอกว่าเขียนออกมาไม่ได้ เป็นไปได้ไหมว่าระบบการประเมิน ตามไปประเมินจากห้องของคุณครูเลย ไม่ต้องประเมินจากเอกสารให้วุ่นวาย (ถ้าจะประเมินจากเอกสาร ควรมีการอบรมเชิงปฏิบัติการให้คุณครูก่อน ว่าควรเขียนอย่างไร )
ที่น่าเป็นห่วงคุณครูอีกอย่างหนึ่งคือ คุณครูที่โรงเรียนไม่ได้มีเฉพาะงานสอน มีทั้งงาน สารบรรณ งานการเงิน การดูแลนักเรียน งานกิจกรรม งานแนะแนวฯลฯ ที่คุณครู ต้องทำในแต่ละวัน ผู้เขียนเคยได้ยินว่า คุณครูที่ทำผลงานบางท่านทิ้งห้องเรียนไปเลย น่าสงสารนักเรียน (แต่คุณครูส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นนะครับ)
จากข้อความที่ 2 ท่านคิดว่าน่าจะช่วยเหลือคุณครูอย่างไรบ้างครับผมท่านคิดว่า การประเมินคุณครู ควรทำอย่างไร ขอไปทำงานก่อนนะครับ แล้วจะรีบเข้ามาอ่านความคิดเห็น ขอบคุณล่วงหน้าครับผม…

บล็อกอาจารย์วันนี้เศร้าจังครับ ผมอ่านแล้วหดหู่เหลือเกิน ... ผมคงไม่กล้าออกความเห็น เพียงแต่ขอบ่นนิดหน่อยครับ
กาลครั้งหนึ่ง สมัยยังนุ่งขาสั้น ... ในวิชาหลักวิชาหนึ่ง ได้อาจารย์ผู้สอนเป็นฝ่ายบริหารของโรงเรียน ในแต่ละวันอาจารย์ท่านก็วุ่นวายอยู่กับการทำผลงาน หรือไม่ก็ว่ิงรอกประชุม จนเวลาสอนนักเรียนไม่มี ท่านจึงใช้วิธี ควาย เอ้ย!! ไชลด์เซ็นเตอร์ โดยโยนใบงานให้ไปศึกษาเอง เวลาออกข้อสอบก็ออกง่ายๆ ... คงจะดีไม่น้อย ถ้าความรู้นี้ผมใช้สอบเอนทรานซ์ได้
ต่อมา จึงมีคนขนานพวกผมว่า ... "คุณคือผลผลิตที่สมบูรณ์ของระบบการศึกษาที่ล้มเหลว"
อยากจะช่วยแต่คงไม่ต้องเพราะมี อ. ขจิตเก่ง ภาษาู่อังกฤษอยู่แล้ว แวะมาเยียมขอบคุณครับ
มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ แฮ่ะ ๆ ๆ ให้ได้แต่กำลังใจ เพราะวิชาการหนูไม่ถนัด ^_^
ครูอ้อยมาร้องเพลง..ขิจตสู้สู้...ขจิตสู้ตาย..ขจิตไว้ลาย..ขจิตสู้สู้
ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังที่มีให้กันเสมอค่ะ
สวัสดีค่ะ
พาราเซ็ตตามอล สัก 2 เม็ดไหมคะ เดี๋ยวอ่านจบก็คงต้องสัก 2 เม็ดเหมือนกัน ดีแล้วค่ะ เอาเรื่องแบบนี้มาลงกันบ้าง ให้ใครต่อใคร เขารับรู้ ถึงสิ่งที่เขาทำกับพวกเรา สาธารรสุขก็ไม่แพ้กันเท่าไหร่ ตัวชี้วัดเป็นร้อย สงสารคนคิด เพราะเรามีหน้าที่ทำ ตัวชี้วัดเดียว คือความสำเร็จที่มีความสุข นอกนั้นก็ลืมๆเสียบ้าง ไม่ถึงกับประหารชีวิตก็แล้วกัน( สงสัยต้องอีก 2 เม็ด)