เด็ดดวงมาลา..มาร้อย(พวง)มาลัย,แบ่งปันกันชม,คอเดียวกัน

อื่นอื่น อีกมากมาย

 

แนะนำต้วเองสักนิดว่าเริ่มต้น ช้าไปด้วยซ้ำ

มาเริ่มเอาเมื่อป่วย กายป่วยแต่จิตไม่ป่วยแค่ป่วน

ได้รับคำสั่งให้พักงาน เพราะใช้สายตาไม่ได้


งานประจำ งานหลักต้องอาศัยสองตา บวกสิ่งที่อยู่ระหว่างสองหู คือสมองในการจดจำหน้าตาเซลล์ของร่างกายเรา แล้วก็ประมวลออกมาให้ได้ว่า ชิ้นเนื้อบนสไลด์แผ่นนี้เป็นอย่างไร

ปกติ เพี้ยนนิด ๆ หรือเพี้ยนมากเข้าขั้นมะเร็ง

เมื่อป่วยใช้สายตาไม่ได้สะดวก โดนบังคับหยุดงาน

ทำอะไรดีล่ะ


 จู่ ๆ จับพลัดจับผลูเรียนไวโอลินเพื่อพัฒนา(ฝึกสมาธิด้วย)หู และทักษะสมองซีกขวา เป็นสิ่งแรก

เรียน ๆ อยู่พักหนึ่งจึงตั้งวงดนตรี ภายใต้ความอุปถัมภ์ ของบิ๊กบ๊อสของโรงพยาบาล


จากนั้นจึงเริ่มแต่งเพลง เริ่มเรียนรู้โน้ตดนตรี

แล้วก็ผันผายเอนเอียงมาที่งานเขียนปกิณกะ



งานแต่ละชิ้นที่มีโอกาสให้ได้ทำ เปรียบเสมือนได้ลองหัด ฝึก ร้อยพวงมาลัย

การร้อยพวงมาลัย 

ไม่รู้ว่าควรเริ่มที่ การร้อยดอกอะไรก่อน รู้แต่ว่ามันน่าจะมีการใช้ ไม้ดอกที่มีเฉดสีตัดกันบ้าง สีไปในโทนเดียวกัน ขนาดใกล้เคียงกันบ้าง มีกลิ่นหอมจรุงใจ

ร้อยตรง ๆ เรียงต่อกันไปเป็นแถว

ร้อยพลิกแพลงด้วยการบิดเป็นเกลียวในบางช่วงสักหน่อย ให้ดูแปลกตา

ผลที่ได้คือ พวงมาลัยดูงดงามได้


แซม แกมกลิ่นสุคนธาด้วยไม้ใบลงไปอีกนิด พวงมาลัยก็สวยสดตระการตา ขึ้นมาได้ โดยเฉพาะในสายตาผู้ร้อย(เอง)

แอบนำไปวางโชว์ มีผู้มาเลียบเคียงถามราคา แล้วนำไปประดับใช้งาน


จึงสรุปกับตัวเองว่า นี่เองคือสิ่งที่เราพอจะทำได้ ทำไปเพราะเกิดอารมณ์อยากร้อยพวงมาลัย ระหว่างร้อยก็มีความสุข ร้อยเสร็จ ความเหน็ดเหนื่อยหายไป เมื่อพักนั่งชื่นชม

มีคนหยิบและดอมดมไม้ดอกหอมในพวง

มีคนหยิบพวงมาลัยไปใช้ตามวัตถุประสงค์


เพียงพอแล้ว ที่จะตั้งต้นร้อยใหม่

ร้อยไปเรื่อย ๆ ตราบจนดอกไม้ในดวงใจ แห้งเหี่ยวเฉาโรยรากระมัง



จึงขอเปิดสมุดบันทึกด้วย

เด็ดดวงมาลา..มาร้อยพวงมาลัย

 

 

"เจ้าดวงมาลา ไปวัดด้วยข้า

ทำบุญด้วยกัน เด็ดเจ้าวันนี้

นำสู่สวรรค์ ทำบุญด้วยกัน

เถิดเจ้าดวงมาลา"

 

สวัสดีค่ะ