3. ความยุติธรรมคือการชดใช้ต่อมามนุษย์เราก็เริ่มเล็งเห็นว่า การตอบโต้โดยทำความเสียหายให้แก่ฝ่ายทำผิดนั้นมิได้ทำให้ฝ่ายตอบโต้ดีขึ้นมาเลย เพราะของที่เสียไปก็เสียไปแล้ว ควรจะให้สิ่งอื่นที่เป็นประโยชน์ชดใช้สิ่งที่เสียไปจะดีกว่า เช่นนี้จะเป็นความยุติธรรมแก่ฝ่ายที่ถูกทำร้ายมากกว่า ผู้มีอำนาจจึงวางมาตรการให้ปรับเป็นสิ่งของหรือเป็นจำนวนเงินขึ้นและเพื่อให้เข็ดหลาบก็มีการทรมานให้เจ็บปวดด้วย กฎหมายไทยตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 เดินตามมาตรการนี้
4. ความยุติธรรมคือการให้โอกาสป้องกันตัวแต่เดิมฝ่ายที่ฟ้องเป็นฝ่ายได้เปรียบฝ่ายที่ถูกฟ้องแม้ไม่ได้ทำผิดก็มักจะแก้ตัวไม่ได้ ต่อมาเมื่อมีการปรักปรำใส่ร้ายกันมากขึ้น จึงเห็นได้ว่าการลงโทษโดยไม่ให้โอกาสจำเลยแก้ตัวนั้นไม่ยุติธรรม จึงได้มีการออกกฎหมายเปิดโอกาสให้จำเลยได้ป้องกันตนเอง และถ้าโจทย์ไม่มีหลักฐานหนักแน่นพอ ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้แก่จำเลย ดังมาตรการของศาลสถิตยุติธรรมในปัจจุบันที่ถือว่า จำเลยไม่ผิดเว้นแต่จะมี หลักฐานผูกมัดเพียงพอ การปรับปรุงการศาลของสมเด็จพระปิยะมหาราชทรงยึดเดินตามมาตรการนี้ และกฎหมายไทยยังยึดถือเป็นหลักมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ ทั้งๆที่ความรู้ด้านอื่นก้าวหน้าไปมากแล้ว ผลก็คือผู้ร้ายได้ใจไปตามๆกัน นักเขียนการ์ตูน ประยูร จรรยาวงศ์ ล้อเลียนอยู่บ่อยๆว่ากฎหมายชราภาพ
5. ความยุติธรรมคือการเสวนา ในสภาพปัจจุบัน นักแก้ปัญหาต้องไม่มองปัญหาอะไรเพียงด้านเดียว แต่จะต้องพยายามมองรอบด้าน เพื่อให้เกิดการเข้าใจอย่างดีเกี่ยวกับสถานการณ์ตลอดจนตัวปัญหา และความต้องการของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งนี้จะได้หาทางสายกลางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละสถานการณ์ ในเรื่องของความยุติธรรมก็เช่นกัน จะระบุลงไปเป็นสูตรสำเร็จรูปไม่ได้ว่าอย่างไรจึงจะยุติธรรม ควรใช้ วิธีการวิเคราะห์ปัญหาและพิจารณาส่วนได้ส่วนเสียจากทุกทาง เพื่อให้ทุกคนได้รับตามสิทธิของตน นี่คือความยุติธรรมแบบเสวนา แม้จะเสียเวลายุ่งยากมาก แต่ก็ควรใช้เป็นหลักการที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสังคมปัจจุบันเสวนาเป็นการเจรจาเพื่อเข้าใจปัญหา ความคิดเห็น ความต้องการและสถานการณ์เกี่ยวข้องทุกอย่าง โดยมี ความจริงใจและบริสุทธิ์ใจต่อกัน ผิดกับการเจรจาเพื่อต่อรอง ซึ่งต่างฝ่ายต่างมุ่งเรียกร้อง และรักษาผลประโยชน์ของตนอย่างเต็มที่ วิธีหลังนี้เกิดความยุติธรรมได้ ยากจึงควรฝึกการเจรจาแบบเสวนาทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสวนาที่มีความเห็นใจและหวังดีต่อกันเป็นจุดเริ่มต้นเสวนาและตลอดเวลาเสวนา ความสามัคคีและความสงบสุขร่มเย็นจึงมีหวังเกิดขึ้นได้ในสังคมปัจจุบันของเรา ด้วยนิยามยุติธรรมจากการเสวนา เพื่อให้แก่แต่ละคนตามสิทธิจึงเรียกได้ว่ามี ความชอบธรรม