แต่น่าเสียดายที่ได้ มีความพยายามนิยามความยุติธรรมเพื่อตอบสนองความเห็นแก่ตัวอยู่เนืองๆ จึงมีปัญหาที่ต้องขบคิดกันเรื่อยมาว่า อะไรคือความยุติธรรมที่เราจะต้องปฎิบัติในสังคมสมาชิกประเภทใดในสังคมควรได้สิทธิแค่ไหน ใครจะเป็นผู้กำหนด และเมื่อมีปัญหา ปัญหาเกิดขึ้นใครจะเป็นผู้ชี้ขาด จึงนับได้ว่าเป็นปัญหาหนึ่งที่นักจริยศาสตร์ด้านต่างๆ จะต้องช่วยกันขบคิดกันเรื่อยไปในทุกยุคทุกสมัย ทุกเวลาและสถานที่ เช่น ในปัจจุบันกำลังมีปัญหาขบคิดกันว่าควรให้บุคคลมี ทรัพย์สินเท่าไหร่จึงจะยุติธรรม การต่อรองระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้างจึงจะยุ ติธรรม การทำแท้งอย่างเสรีจะยุติธรรมต่อทารกหรือไม่ ใครควรเสียภาษีให้รัฐเท่าไรจึงจะยุติธรรม รัฐควรจะช่วยคนจนอย่างไรจึงจะยุติธรรม และไม่เป็นการส่งเสริมให้พลเมืองเกียจคร้าน เป็นต้น
วิวัฒนาการของมาตรการความยุติธรรม
1. ความยุติธรรมคือการแก้แค้นในสมัยแรกๆของมนุษยชาติ จะพบหลักฐานทั่วๆ ไปว่า ความยุติธรรมคือการแก้แค้น เช่น ถ้าญาติคนหนึ่งถูกรังแก ทุกคนในวงศ์ ตระกูลจะต้องช่วยกั นแก้แค้น มิฉะนั้นจะไม่ยุ ติธรรมแก่ผู้ที่ถูกรังแก วิธีแก้แค้นนั้นทำให้ตามใจ ทำให้ ฝ่ายตรงข้ามเสียหายให้มากที่สุดเป็นใช้ได้ หรือถ้าคนในเผ่าถูกฆ่าตาย ทุกคนในเผ่าถือเป็ นหน้าที่จะต้องแก้แค้นเพื่อให้ความยุติธรรมแก่ผู้ตาย ความรู้สึกที่ว่าต้องรักษาความยุติธรรมในทำนองนี้ยังมีอยู่แม้ในสมัยปัจจุบัน ผู้รักษากฎหมายบ้านเมืองหย่อนสมรรถภาพ ณ ที่ใด ประชาชนจะจัดการกันเองตามความยุติธรรมแห่งการแก้แค้น ภาพยนตร์จีนที่ถือการแก้แค้นเป็นคุณธรรม (แค้นนี้ต้องชำระ) เป็นเรื่องของวรรณกรรมจีนที่ เกิดขึ้นในบริบทดังกล่าว ผู้ชมพึงตระหนักถึงเรื่องนี้และไม่ถือเอาเป็นตัวอย่างของคุณธรรมสำหรับคนในสมัยปัจจุบัน กฎหมายที่กำหนดให้ลงโทษเจ็ดชั่วโคตรก็จัดอยู่ในประเภทเดียวกันนี้
2. ความยุติธรรมคือการตอบโต้ณ ที่ใดอารยธรรมก้าวหน้าพอสมควร ผู้มีอำนาจจะออกกฎหมายควบคุมการแก้แค้น เพราะเห็นว่าการปล่อยให้แก้แค้นกันเองตามใจชอบโดยไม่มีมาตรการควบคุมการแก้แค้นนั้นมักจะกระทำกันเลยเถิด ฝ่ายที่ถูกแก้แค้นก็จะรู้สึกว่าฝ่ายตนได้รับความอยุติธรรม เพราะฉะนั้นจะต้องคุมพรรคพวกมาแก้แค้นให้สะใจ แก้แค้นกันไป แก้แค้นกันมา ความเสียหายจะหนักขึ้นทุกทีจนล่มจมกันทั้งสองฝ่าย เพื่อยับยั้งการทำลายกันเช่นนี้ ผู้มีอำนาจมักจะออกกฎหมายควบคุมโดยห้ามการแก้แค้นกันอย่างเสรีเสีย แต่อนุญาตให้ตอบโต้ กันได้อย่างยุติธรรมเป็นทางการ เช่น ใครเป็นฆาตกรก็ ควรให้เขาผู้นั้นถูกฆ่าตายตามกันไป ใครทำให้ แขนเขาขาดก็ ควรถูกตัดแขนขาให้ขาดตามกันไป กฎหมายฉบับแรกของโลกซึ่งประกาศออกใช้โดยกษัตริย์ฮัมมูราบี เดินตามมาตรการยุติธรรมดังกล่าว ดังปรากฎในตัวบทกฎหมายว่า “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เป็นต้น กฎหมายของโมเสสที่ประกาศใช้ในคัมภีร์ใบเบิล ก็เดินตาม มาตรการความยุติธรรมดังกล่าวด้วย มาตรการความยุติธรรมของชนชาติโบราณทั่วๆไป และของเผ่าที่ล้าหลังในปัจจุบันคงเป็นไปในทำนองนี้เป็นส่วนมาก