เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ในห้องเรียน ป.เอก อาจารย์ท่านได้หยิบยกประเด็น contemplative education มาคุยกัน คำๆ นี้เท่าที่พบในประเทศไทย ใช้อยู่สองคำครับคือ จิตวิวัฒน์ หรือบ้างก็ใช้ว่า จิตปัญญาศึกษา

เท่าที่ไปศึกษาค้นคว้าและการพูดคุยกันในห้องเรียน ก็พบว่า มันเป็นวิธีการแสวงหาความรู้หนึ่งที่ใช้จิตและสมาธิเป็นกลไกสำคัญในการหยั่งรู้ หยั่งเห็นถึงความรู้ใหม่ๆ วิธีการนี้ฝรั่งเขาคิดขึ้นมาโดยการประยุกต์วิธีการและแนวคิดจากชาวตะวันออก อย่างเราๆ เช่นในอินเดีย ในจีน หรือที่ผมว่าน่าจะมีมากก็ในศาสนาพุทธละครับ

ก็เลยหวนคิดถึงในอิสลาม เท่าที่ผมทราบ(อื่นจากนี้ขอบอกว่าไม่รู้ และหากที่รู้ผิดก็ต้องขออภัยด้วยและขอคำชี้แนะด้วยนะครับ) ซึ่งบังเอิญเหมาะเจาะกับเดือนรอมฏอนด้วย การได้มาซึ่งความรู้ในอิสลามมีหลากหลายครับ มาในลักษณะวะห์ยู (อันนี้สำคัญศาสนฑูต) ก็มี คือ เป็นกระบวนการวิวรณ์ ประทานมาจากอัลลอฮ์โดยตรงมายังศาสนฑูต หรือผ่านมลาอีกะห์ หรืออาจมาในลักษณะแบบเฉียบพลันสำคัญคนทั่วไป เราก็เรียกว่า อิลฮาม เป็นความรู้ประเภทหยั่งรู้เหมือนกัน

เท่าที่รู้มาอีกเหมือนกัน ว่า อีหมามฆอซาลี เคยใช้วิธีการกักตัวเองในถ้ำ เพื่อการศึกษาวิชาความรู้ (อันนี้ไม่แน่ใจว่าผมรู้ถูกหรือเปล่า เพราะฟังคนเล่าให้ฟัง ไม่เคยเจอเอกสารรายงานอะไรเลย)

แต่วิธีการทั้งหมดทั้งมวลที่นำเสนอไปนั้น ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญใดๆ เลยในการศึกษาในอิสลาม และผมเองก็ไม่พบว่า ท่านศาสนฑูตเคยแนะนำให้ใครใช้วิธีการเหล่านี้ ผมเลยสรุปส่วนตัวว่า วิธีการเหล่านี้ไม่ต้องสอนให้ทำ ถ้าจะได้ความรู้ในลักษณะนี้ก็ต้องด้วยการกำหนดของอัลลอฮ์เท่านั้น

และจุดเน้นของการแสวงหาความรู้ในอิสลาม มีบอกใว้ชัดเจนหลายประการครับ แต่ขออนุญาตนำเสนอวิธีการแรก และเป็นวิธีการที่สำคัญที่สุด คือ การอ่าน

ประการที่หนึ่ง อัลกุรอานบรรจุองค์ความรู้ไว้อย่างครบถ้วน (ซึ่งอัลกุรอานถูกประทานมาในเดือนรอมฏอนครับ) จะพบว่า โองการแรกที่ถูกประทานลงมาคือ ห้าวรรคแรกในบทที่ชื่อว่า อัลอะลัก

เนื้อความ มีอยู่ว่า "จงอ่าน ด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของเจ้าผู้ทรงบังเกิด ทรงบังเกิดมนุษย์จากก้อนเลือด จงอ่านเถิด และพระเจ้าของเจ้านั้นผู้ทรงใจบุญยิ่ง ผู้ทรงสอนด้วยปากกา ผู้ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้

ดังนั้นในความเห็นของผมจึงมองว่า อิสลามได้สร้างระบบการเรียนรู้สำหรับคน โดยให้เริ่มจากการอ่าน โดยการอ่านนี้จะนำไปสู่การรู้ในสิ่งที่ยังไม่รู้ และความรู้ที่ยิ่งใหญ่และแท้จริงที่สุด ก็คือ ความรู้ที่ทำให้มนุษย์ได้รู้จักกับผู้ที่สร้างเขาขึ้นมา และเป็นผู้ที่ประทานความรู้ให้กับเขา เพื่อให้เขาใช้ชีวิตอยู่ได้

มีอีกหลายวิธีการเรียนรู้ในอิสลามที่ปรากฏอยู่ทั้งในอัลกุรอานและวัจนะของท่านศาสนฑูตครับ แต่ขออนุญาตไม่พูดถึง เพราะเหตุที่หยิบประเด็นของการอ่านมา นอกจากจะต้องการบอกว่า การอ่านทำให้คนหายโง่ได้แล้ว ทำให้คนรู้จักพระเจ้าของเขาได้แล้ว ผมต้องการจะบอกเพื่อเตือนใจผมเอง และผู้อ่านบันทึกผมที่รักทุกท่านว่า การอ่านในเดือนรอมฏอนก็ต้องมีมากเป็นทวีคูณครับ เพราะเป็นเดือนที่อัลกุรอาน (สิ่งที่คนต้องอ่าน)ถูกประทานลงมาในเดือนนี้ และแบบอย่างจากท่านศาสนฑูตเองก็ทรงให้ความสำคัญกับการอ่านอัลกุรอานในเดือนนี้มาก

อ่านกันให้มากๆ นะครับ (วัลลอฮูอะลัม)