วันหนึ่งผมมานั่งนึกสงสัยตัวเองว่า "ความสุขคืออะไร"
บางครั้งคนเราก็ชอบที่จะใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่ตัวเองคิดว่ามันเป็นสุข
ความ "สุข" ที่เกิดจากการยึดถือ
ความสุขที่เกิดจากการ "ได้" หรือ "มี" ในสิ่งที่ตนเองหวัง...
หรือบางครั้งเราก็รู้สึก "สุข" ในเวลาที่กำลังแสวงหาความ "สุข" เพราะคิดว่ามันจะเป็นความ "สุข"
แต่มีหลายครั้งที่เมื่อเราได้มันมา...
มันก็ไม่สามารถบันดาลความ "สุข" ให้กับเราได้เสมอไป
บางทีมันก็ทำให้เรากลายเป็น "สุก" ไปซะนี่
ถ้าถามว่า คนเราทำงานหาเงินแสวงหาสิ่งต่าง ๆ นั้นไปเพื่ออะไร
ก็จะมีหลาย ๆ คนตอบกลับมาว่า "ความสุข"
แต่ความสุขของแต่ละคนก็อาจจะต่างกันไป
บางคนต้องการที่จะมีมาก เพราะ "คิดว่า" มันจะทำให้เขามีความสุข.. มาก...
บางคนไม่ได้คิดต้องการที่จะมีอะไรมาก.. แต่บางที เขาก็อาจจะมีความสุขมาก ได้เหมือนกัน
บางคนแสวงหาความสุข จนสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่บรรลุผล
ทำให้บางคน "ทุกข์" เพราะมันไม่สำเร็จดังหวัง
แต่สำหรับบางคนกลับรู้สึก "สุข" เพราะคิดว่าทำได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว
สำหรับหลาย ๆ คน ความสุขอาจจะขึ้นอยู่กับ "สิ่งของ" "วัตถุ" หรือ "การมีมาก ๆ"
แต่สำหรับบางคน ความสุขของเขาขึ้นอยู่กับ "ใจ" ของเขาเอง...
ที่รู้จัก "ละ" รู้จัก "วาง" รู้จัก "พอดี" รู้จัก "ช่างมัน"
หรือรู้จักไม่เอาใจเข้าไป"อยาก" เข้าไป "ยึด" หรือเข้าไป "ตั้งความหวัง" อยู่กับสิ่งเหล่านั้นให้มากเกินไป
บางครั้งเราก็ดูมีความ "สุขมาก" ในเวลาที่ "ไม่มี" อะไรเลย
ก็เพราะเราไม่รู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ เราจึงไม่ต้องไปคอยห่วงไปคอยกังวล...
วันนั้นผมนั่งมองท้องฟ้าสีหม่นอย่างเหม่อลอย...
ผมถามนกที่เกาะกิ่งไม้นอกหน้าต่างว่า "ทำไมพวกเธอจึงดูมีความสุขนัก ทั้ง ๆ ที่พวกเธอไม่มีอะไรเลย แม้กระทั่งบ้าน...ด้วยซ้ำไป"
นกไม่ตอบ ...
แต่ดูเหมือนว่ามันร้องจิ๊บ ๆ อย่างมีความสุข
และบินจากผมไป...
ทิ้งผมผู้ยังไม่รู้คำตอบของมัน นั่งเหงาอยู่คนเดียว...
"โลกของความเป็นจริงที่ต้องแข่งขัน"
ความจริง โลกคือการแข่งขัน
ถ้าเราคิดแข่งกับเขา ความสุขก็จะมีได้ยาก
เมื่อไม่ชนะ ก็ต้องมานั่งทุกข์ใจ (ที่แพ้เขา) อีก
ชนะไม่ชนะไม่ต้องไปรู้..
"ไม่ต้องไปอยากรู้"
แต่อย่าให้แพ้ตัวเองก็แล้วกัน
ไม่ต้องกังวลว่าใครจะล้ำหน้า
ใครจะตามเรา
หรือเราจะตามใคร...
ถ้าทำเช่นนี้ได้ในการทำงาน ...
เดี๋ยวความสุขมันก็จะวิ่งมาง้อเราเอง
ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านครับ
สวัสดีค่ะ..ยินดีที่รู้จักนะคะ
เคยมาสังเกตตัวเองเหมือนกัน..ส่วนใหญ่เวลาที่รู้สึกว่าไม่มีความสุข..มักจะเป็นเพราะสิ่งที่เราคาดหวังมันไม่เป้นดังหวัง..ก็เลย สรุปได้ว่า..สุขทุกข์มันเกิดจากตัวเรานั่นเอง..ลองถามใจตัวเองดูนะคะ..ใจเราเท่านั้นล่ะคะ..ที่จะตอบตัวเราได้ว่า.."ความสุขคืออะไร"
สวัสดีท่านอาจารย์ทั้งสองที่ให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนครับ
อาจารย์ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่า
คนที่มีความสุขที่สุด ไม่จำเป็นต้องรวยที่สุด
และคนที่ทุกข์ที่สุด ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนจนที่สุดเสมอไป <p>ความรู้จักพอเป็นสุดยอดของความร่ำรวย </p>
และเป็นแก่นแท้ของความพอเพียงครับ
</strong><p>ขอบพระคุณที่แลกเปลี่ยนกันครับ</p>
คนเราอยากได้ความสุข แต่มักหาความสุขไม่พบ
"ฉันอยากได้ความสุข" เพราะไม่มีความสุขจึงอยากได้
ถ้าตัดความอยากได้ ก็จะเหลือ "ฉัน-ความสุข" แต่ก็ยังไม่สุขเสียทีเดียวเพราะยังยึดติด
เมื่อตัดตัว"ฉัน" ออกไป จึงจะเหลือ "ความสุข" ที่ไม่ต้องไปแสวงหา
ขอบคุณนะคะ
้http://www.clipv.com
สวัสดีคับ ผมคิดว่าความสุขทางโลกกับทางธรรมหากมีการประสานกันด้วยดีก็จะทำให้เกิดความสุขมากมายแล้วแต่คนไหนคิด คนไหนทำ บางคนอยากมีเงินมากๆเพื่อหาความสุขทางจิตใจก็มี คืออยากมีเงินให้พ่อแม่ เพื่อให้พ่อแม่สบาย อยากมีเงินไว้ช่วยเหลือผู้อื่น แต่ความจริงแล้วผมคิดว่าความสุขอยู่ที่ใจ ความทุกข์ก็อยู่ที่ใจ ดังนั้นทำใจให้มีความสุขกันเถอะ
ชอบคำของท่านอาจารย์มาก ๆ ครับ
"เมื่อตัดตัว "ฉัน" ออกไป จึงจะเหลือ "ความสุข" ที่ไม่ต้องไปแสวงหา"
ใช่เลยครับ
จริง ๆ แล้ว
ถ้าเราไม่มองข้ามไปดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขจากนอกตัวเสียก่อน
ความสุขที่แท้ มันก็มีอยู่ในตัวเรานี่เอง
สวัสดีครับ
ว่าแต่...
ลิงก์อะไรของคุณละนั่น
อ้าว... ธรรมอะไรกัน ขึ้นบันทึกแนะนำแล้วเหรอ มิน่าคนหลงเข้ามาเยอะจัง
ตามมาอ่านเรื่องดีๆ ครับ
ด้วยรัก
มนุษย์ต้องการความสุข
ความสุขทางโลกคือ ความต้องการได้รับการตอบสนอง(เมื่อสนองสิ่งนี้แล้วก็ต้องการให้สนองสิ่งอื่นอยู่ร่ำไป)
ความต้องการของมนุษย์มี 2 อย่าง
1.ความต้องการเหนือกว่าผู้อื่น
2.ความต้องการเหนือธรรมชาติ
ความทุกข์คือ ความต้องการไม่ได้รับการตอบสนอง
ความสุขทางธรรม คือ สุขอื่นใดเหนือความสงบเป็นไม่มี
เมื่อถึงที่สุดแล้ว
แม้แต่ความสุขก็ไม่มี ความสงบก็ไม่มี
พ้นจากทุกสิ่ง ...
ผู้ลุแล้ว ย่อมหาคำอธิบายเพื่อเปรียบอารมณ์นั้นมิได้
เพราะมันเหนือการอธิบายให้เข้าใจชัดแจ้งด้วยภาษาทั้งปวง
ดังที่พระพุทธะตรัสว่า ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ (ผู้ลุแล้วจะพึงเข้าใจเอง)
ความสุขยิ่ง หรือสงบยิ่ง เป็นเพียงคำที่ใกล้เคียงที่สุด ที่ผู้ลุพุทธิปัญญาจะพึงนำมาอธิบายสิ่งที่ท่านเข้าใจ
เพราะแท้จริงแล้ว อารมณ์ซึ่งมิใช่อารมณ์นั้น สิ่งนั้นซึ่งไม่ใช่สิ่งนั้น อันเป็นสิ่งที่ผู้ลุยอดแห่งธรรมทั้งหลายจะเข้าใจ ย่อมเหนือจากการอธิบายด้วยความหมายใด ๆ
ทั้งปวง...
สาธุครับ _/\_
ในความหมายของนักการศึกษานอกโรงเรียน ได้พูดถึงความสุข ในมิติ ที่น่าสนใจ
ความสุข คือการที่มนุษย์ สามารถใช้ชีวิตที่ผสมกลมกลืนไปกับสังคม และสิ่งแวดล้อมได้ อย่างพอดี
ในความหมายนี้ ถ้ามนุษย์ไม่สามารถดำเนินชีวิตให้ผสมกลมกลืน อย่างพอดีกับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ มนุษย์ก็จะเกิดปัญหา
ไม่ทราบว่าผมพูดเรื่องเดียวกับท่านทั้งหลายหรือเปล่า
เรื่องเดียวกันเลยครับ
ในทัศนะของพระพุทธเจ้า
บุคคลที่ไม่เข้าใจโลกธรรม ไม่เข้าใจกฎของสัจจภาวะ คือกฎของธรรมชาติ
อันได้แก่ความไม่คงทน ต้องมีการเปลี่ยนไป และบังคับอะไรไม่ได้กับทุกสิ่ง
บุคคลเหล่านั้นจะประสบความทุกข์เรื่อยไป
แต่เมื่อใด คนสามารถที่จะเข้าใจ และดำรงตนไม่ให้ขัดกับกฎแห่งสรรพสิ่งเหล่านี้ ด้วยพุทธิปัญญา (ไม่ใช่การเข้าใจฉาบฉวย หรือการคิดเอา)
บุคคลนั้นจะพบกับความสุขที่แท้
อันนี้คือความสุขทางจิต
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทัศนะของพระพุทธองค์ก็คือการดำรงชีวิต :ให้ผสมกลมกลืน อย่างพอดีกับสังคมและสิ่งแวดล้อม: กล่าวคือ การเข้าใจ รู้แจ้งและ ดำรงชีวิต ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ อันเป็นวิธีเดียวที่จะเป็นการพัฒนาสังคมโลกได้อย่างยั่งยืน และปลอดภัยไร้ปัญหาโรคร้อน ครับ
ไปเรื่อยนะผมเนี่ย
แฮ่ ๆ