“ผู้มีปัญญาคือผู้ที่จะอยู่รอดได้อย่างมีความสุข” การจัดการความรู้ตนเองจึงเป็นเครื่องมือในการอยู่อย่างมีความสุข มีศักดิ์ศรี ทวนกระแสไปสู่สังคมอุดมปัญญาที่ทุกคนมุ่งหวัง

ผมชอบตั้งคำถามในใจตัวเองตลอดเวลา ทำไม อย่างไร ? การตั้งคำถามของผมจึงไปเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์สังคมที่เห็นรอบตัว ความคิดที่เติบใหญ่ขึ้น ความขัดแย้งระหว่างความคิดกับสิ่งที่เห็นมีมากขึ้น การเฝ้าตั้งคำถามบางครั้งก็ไม่ได้คำตอบเลย ...และพบว่าจะได้คำตอบอีกครั้ง ก็ใช้เวลานาน

ย้อนไปชีวิตผมตอนเป็นเด็ก  ความเดียงสาของเด็ก ก็ได้เห็นมุมสังคมที่ดีๆ เห็นสิ่งแวดล้อมที่เห็นอยู่ แต่ไม่ได้เจาะลึกในกระบวนการเป็นมามากนัก สังคมในอุดมคติจึงฝังในความคิดตลอดมา เห็นผู้ใหญ่ที่เห็นต่างก็ทำงานในหน้าที่ของตนเอง ความคิดฝันตรงนั้นผมจึงอยากเป็นผู้ใหญ่สักคนที่เก่งๆ ทำงานตามฝันและอุดมการณ์...ความคิดแบบนี้มีเรื่อยในมโนสำนึกเด็กชายคนหนึ่ง

และพบกับความเป็นจริงเมื่อเติบใหญ่โลกที่งดงามตามอุดมคติไม่เป็นจริงทั้งหมด...แต่ก็ไม่สิ้นหวัง เพราะเราเป็นหนึ่งในนั้นที่จะสร้างสรรค์ในฐานะผู้ใหญ่และคนของสังคม

ความสนใจใคร่รู้ของผม เป็นเรื่องที่ดีมากต่อตนเอง ต่อมาผมก็รู้ว่าการที่ผมครุ่นคิด สงสัย อยากรู้ตลอดเวลานั้น เป็นแรงผลักให้ผมมีนิสัยที่จะขวยขวายมากขึ้น ถึงแม้ว่าเราอยู่ในสภาพที่ขาดแคลน แต่นั่นไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่ทำให้เรารู้ได้น้อยลง เพียงแต่เราขวนขวายมากกว่าคนอื่นเท่านั้นเองและทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอครับ

ชีวิตมหาวิทยาลัย ช่วงเรียนปริญญาโท มีอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่งท่านบอกผมว่า ท่านเหมือนผมตอนนี้ที่ว่า อยากเรียนรู้ตลอดเวลาในช่วงที่เรียนอยู่อเมริกา ท่านก็เก็บความรู้ อยู่ในห้องสมุดอย่างหลงใหล ผมเองเข้าข่ายกระหายความรู้มากเหมือนกับว่ายิ่งอ่านหนังสือยิ่งทำให้ผมไม่รู้มากขึ้น ศาสตร์อันไพศาลทำให้เห็นแง่มุมของบูรณาการทางความคิดที่เชื่อมโยง เรียนทั้งชาติก็ไม่หมด

อ่านมากทำให้ไม่ขัดสนถ้อยคำ เวลาเรานำเสนอออกมาไม่ว่ารูปแบบใด โดยเฉพาะการเขียนบันทึกที่ Gotoknow เราไม่ได้ประดิษฐ์ถ้อยคำที่ไพเราะเลียนแบบนักวิชาการ แต่เราอยากใช้รูปแบบการเขียนเพื่อการสร้างความเข้าใจ เป็นศิลปะที่สอดคล้องกลมกลืน รับประทานได้ง่ายสำหรับผู้เข้ามาชิมลิ้มรส

การจัดการความรู้ของตนเอง จึงมีพัฒนาการมาเรื่อยๆ เช่นนี้  ...ผมจึงมองว่าบริบทของคนหนึ่งคนมีผลมากต่อวิธีคิด วิถีชีวิตตนเองกับคนรอบข้าง การพัฒนาตนเองทั้งภายในและภายนอกเป็นแรงผลักที่สำคัญ ให้เกิดการตกผลึกทางปัญญา มันเกิดขึ้นตลอดเวลารายทาง ผลึกเล็กผลึกน้อยค่อยๆสะสม นั่นคือ Tacit knowledge เป็นภูมิปัญญาของผู้ปฏิบัติ

หากผมจะเปิดชีวิตของตัวเอง โดยการแง้มประตูแห่งความสำเร็จแล้ว (Success story) ตรงนี้ที่ผมเล่าอาจเป็นเพียงเสี้ยวเล็กที่เป็นวิถีแห่งตนตัว ท่ามกลางความโกลาหลของโลกาภิวัตน์ การเปลี่ยนแปลงที่เป็นพลวัตแรงและเร็วจากระดับปัจเจกบุคคลสู่สังคมและโลก

ผู้มีปัญญาคือผู้ที่จะอยู่รอดได้อย่างมีความสุข  การจัดการความรู้ตนเองจึงเป็นเครื่องมือในการอยู่อย่างมีความสุข มีศักดิ์ศรี ทวนกระแสไปสู่สังคมอุดมปัญญาที่ทุกคนมุ่งหวัง

ข้อเขียนนี้ไม่ได้มุ่งแสดงความอหังการ์ของตนเองเลย ตระหนักอยู่เสมอว่า ยิ่งเข้ามาเรียนรู้ผมกลับมองย้อนมองดูตนเองว่า ตนเองต้องเรียนรู้เพิ่มอีกมากมาย พัฒนาตนเองจากการที่รักการเรียนรู้ ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก มองทุกอย่างอย่างที่เห็น เข้าใจตามสิ่งที่เป็น ใช้ปัญญาตรึกตรองเรียนรู้ และสกัดออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

เป็นบันใดให้พลังทางปัญญาของผม ก้าวขึ้น ยกระดับความคิดตัวเองไปเรื่อยๆ ครับ

  

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

คืน ๑๒ ก.ย.๕๐

เมืองปาย- แม่ฮ่องสอน