ก็ถามเขาว่ามันคือเครื่องหมายอะไร ดูเหมือนสายสะพายบอกตำแหน่งเลยนะ

วันที่ 12 กันยายน 2550

วันนี้เป็นวันพุธกลางสัปดาห์ที่ 19 นับถอยหลังไปก็เหลือ 63 วันแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p>สุขเอ๋ยสุขใจใครจะรู้                                   เฝ้านับอยู่ทุกวันถวิลหา</p><p>ได้กลับบ้านแสนสุขทุกเวลา                      กอดภรรยากอดลูกแสนสุขใจ</p><p>ไม่เคยแยกจากกันแม้แต่น้อย                    ลูกเฝ้าคอยชะเง้อคอพ่ออยู่ไหน</p><p>เฝ้าพร่ำบอกว่าพ่ออยู่ไม่ไกล                      สามดวงใจยังคงรออยู่ทุกวัน</p><p>นี่เหลืออีกราวสองเดือนก็ได้กลับ               คอยนั่งนับจับเวลาช่างน่าขัน</p><p>จากนี้ไปยังคงเหลือ 63 วัน                         ได้อยู่กันทั้งครอบครัวมั่วจริงๆ (ฮา..ที่ว่ามั่ว ก็คือ แต่งกลอนมั่วจริงๆ ฮา..) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                </p>                วันนี้อยากจะเล่าเรื่องการทำงานของบรรดาเหล่าพยาบาลที่ KKH ที่เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยของผู้ป่วยที่นี่ เรียกให้แสนหรูว่า “patient safety” ครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                เมื่อวานขณะที่ผ่าตัดอยู่นั้น มีพยาบาลจากวอร์ด 61 โทรเข้ามาหาผมเพื่อที่จะถามว่า ผมว่างหรือไม่ ฮั่นแน่ สงสัยจะนัดไปกินข้าวด้วยแน่ๆเลย ผมนึกเล่นในใจ เธอบอกว่าคนไข้ของครูลี จำเป็นต้องได้รับการเจาะเลือดเพื่อส่งเพาะเชื้อเนื่องจากมีไข้ ตอนนี้ไม่มีหมออยู่ในวอร์ดเลย ผมพอจะไปเจาะเลือดให้เขาได้หรือไม่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                คงสงสัยใช่ไหมครับ ว่าทำไมพยาบาลไม่ทำเองล่ะ ก็ที่บ้านเรามันเป็นหน้าที่ของท่านนี่นา ผมสังเกตเห็นมานานแล้วครับ ว่าที่นี่พยาบาลไม่ได้มีหน้าที่เจาะเลือดผู้ป่วยเลย หัตถการต่างๆบนตัวคนไข้ จะถูกจัดการโดยหมอเท่านั้น ขั้นต่ำก็คือ houseman หรือ extern ที่บ้านเรานั่นแหละ คุณหมอน้อยๆเหล่านั้นจะต้องทำงานทั้งวัน เขียนแฟ้ม สรุปแฟ้ม สารพัดงานเสมียนเขาต้องทำทั้งหมด พวกผมไป round ก็แค่สั่งว่าทำโน่นทำนี่ ที่เหลือ houseman จัดการทั้งหมด แล้วพยาบาลทำอะไรล่ะ ก็ดูอาการ ตรวจสัญญาณชีพ ทำแผลง่ายๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าและทำความสะอาด เขียน progress note ตามเรื่องตามราว แต่ที่น่าประทับใจผมที่สุด คือการจ่ายยาของเขานั่นแหละ ถ้าเราเดินเข้าไปในวอร์ด เราจะเห็นพยาบาลบางคนสะพายสายสะพายสีน้ำเงินและแดงอย่างละเส้น ก็ถามเขาว่ามันคือเครื่องหมายอะไร ดูเหมือนสายสะพายบอกตำแหน่งเลยนะ คำตอบก็คือ เป็นกุญแจสำหรับเปิดตู้รถจ่ายยา เฉพาะพยาบาลหัวเวรหรือผู้ได้รับมอบหมายเท่านั้นที่จะถือกุญแจ 2 ดอกนี้ เขาต้องถือใบสั่งยาของคนไข้แต่ละคนพร้อมทั้งเข็นรถบรรทุกยานี้ไปตามเตียงต่างๆพร้อมเพื่อนพยาบาลอีกคนหนึ่ง แล้วตรวจสอบคำสั่งแพทย์อีกครั้ง ลงนามแล้วก็แจกยาคนไข้ แบบนี้รับประกันว่า ยาไม่หาย ให้ยาไม่ผิดคน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                นี่ยังไม่ได้ลองถามดูเลยครับว่า ในกรณีของยาฉีดนั้น ใครจะเป็นคนฉีด หมอหรือพยาบาล แล้วเมื่อได้ถามจะมาเล่าให้ฟังอีกที <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                วันนี้ผมต้องดูคนไข้ก่อนผ่าตัดของวันพรุ่งนี้ กว่าจะเลิกก็ทุ่มหนึ่งแล้ว กลับเข้าไปในสำนักงานพร้อมดันดีก็พบว่าไอชิงยังนั่งทำงานอยู่ เลยชวนออกไปกินข้าวด้วยกันที่ Kopitium ดันดีบอกว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันแรกของการถือศีลอด ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเพลียแค่ไหน เพราะต้องทำงานหนักแทบทุกวัน จริงๆแล้วใน 2 เดือนนี้ความหนักมันลดลงไปมาก เพราะว่าคนไข้น้อย (เดือนผีดุ) ตารางทำงานก็คลายความแน่นลง ผมมีวันว่างสำหรับเขียนหนังสือ ทำงานได้สัปดาห์ละ 2 ช่วง และเราชินกับมันนั่นก็เป็นอีกอย่าง แต่ดันดีต้องพิสูจน์ความอึดด้วยการถือศีลอดอีก น่านับถือครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                ขณะที่นั่งกินข้าวอยู่ จิ๋มก็โทรมาหา บอกว่ามีแผ่นดินไหวที่สุมาตราอีกแล้ว 7.9 ริกเตอร์ สามารถรู้สึกได้ที่สิงคโปร์ มาเลย์เซียและไทย แต่ที่บ้านผมเขาไม่รู้สึกกัน มีการเตือนภัยสึนามิด้วย ผมเลยใจหาย ดันดีโทรกลับบ้านที่จาการ์ตา ภรรยาเขาบอกว่าไม่มีปัญหา อยู่ไกลกันมาก จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เทดบอกผมว่าเขารู้สึกถึงการโยกไหว 2 ช่วงด้วยกัน ห่างกันราว 5 นาที นั่งดูข่าวก็พบว่าที่สิงคโปร์นี่รู้สึกได้หลายที่ โดยเฉพาะแถบที่พักที่ผมอาศัยอยู่นี่ รู้สึกหลายจุดเลย ตื่นเต้นจริงๆ