เช้าวันนี้ ผู้เขียนไม่ได้บิณฑบาต จึงตื่นสายนิดหน่อย (ประมาณ ๐๗.๓๐)... แม้จะเป็นวันพระ แต่ข่าวที่ได้รับตอนเช้าทำให้ผู้เขียนรู้สึกค่อนข้างสลดใจ เนื่องจากหมาวัดสามตัวโดนวางยาตาย มันชื่อ เจ้ากี้ เจ้ามังคุด และ เจ้าไก่ยาง ....
เจ้ากี้ (เจ้าของคนแรกตั้งชื่อให้อย่างนี้ แต่คนอื่นมักจะเรียกว่า ไอ้ขี้) เป็นหมาพันธ์เตี้ยๆ สูงไม่เกินหัวเข่า ตัวผู้ อายุประมาณ ๓ ปี... เมื่อแรกที่เข้ามาอยู่ในวัดรู้สึกว่ายังไม่หย่านมเสียด้วยซ้ำ้ แต่เป็นเรื้อนทั้งตัว สามเณรรูปหนึ่งรับเป็นลูกพี่เลี้ยงไว้... ตอนที่รับเป็นลูกพี่เจ้ากี้นั้น สามเณรรูปนี้ เพิ่งบวชไม่นานนัก ฟังว่าเคยบวชมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ลาสิกขาไป พอดีเพื่อนสามเณรของเขาย้ายมาอยู่ที่นี้ เขาจึงมาอยู่ด้วย ไม่นานนักเขาก็ตัดสินใจบวชอีกครั้งที่วัดนี้...
บวชได้ไม่นาน เพื่อนสามเณรของเขาก็เรียนจบม.๓ ลาสิกขาไป... เขาจึงไม่ค่อยมีเพื่อน บังเอิญเจ้ากี้เข้ามาในวัด ทั้งสองจึงกลายเป็นเจ้านายกับลูกน้องที่สนิทกันที่สุด... เจ้ากี้ ห่วงลูกพี่ของมันมาก ทำนองว่าตายแทนได้ (ประมาณนั้น) และมันไม่ถูกชะตากับผู้เขียนเลย จะเห่าตลอดเมื่อผู้เขียนเข้าใกล้... เจ้ากี้อยู่กับสามเณรรูปนี้มาได้ประมาณ ๑ ปี เขาก็ลาสิกขาไป... เจ้ากี้จึงไร้ลูกพี่ กลายเป็นหมาวัดที่แสวงหาลูกพี่อยู่ในวัด ทำนองว่า ถ้าใครให้กินก็อยู่กับคนนั้น... ประมาณนี้ี้
ช่วงแรกนั้น เจ้ากี้จะชอบพอกับคุณโยมหนวกมากที่สุด (คุณโยมหนวก เป็นภาษสุภาพ ถ้าไม่สุภาพบางครั้งก็เรียกว่า ไอ้หนวก)... นายหนวกเป็นชาวตังเก (ชาวเรือ) ไม่แน่ว่าบ้านเกิดอยู่ที่ไหน หูตึงมาก... จะมานอนที่ศาลาตั้งศพหรือที่เหมาะสมภายในวัด เมื่อไม่ได้ออกเรือ... บางครั้งก็หายไปเดือนครึ่งเดือน หรือบางครั้งก็หลายๆ เดือน เมื่อเรือเข้าท่าสงขลาก็จะมานอนที่วัดเป็นประจำ... ประมาณนั้น
คนไร้เพื่อนคือนายหนวกกับหมาขาดลูกพี่คือเจ้ากี้จึงสมัครนอนด้วยกัน... ครั้งใดที่นายหนวกขึ้นเรือมานอนในวัด เจ้ากี้จะไม่สนใจคนอื่นเลย... แต่ในคราวที่นายหนวกออกเรือไป เจ้ากี้ก็เที่ยวระริกอ้อนคนโน้นคนนี้ ทำให้ไม่ค่อยมีใครชอบเจ้ากี้ ตามสำนวนปักษ์ใต้ว่า หมาหลายราง คบไม่ได้ (เทียบหมากับคน นั่นคือ คนที่เปลี่ยนลูกพี่หรือกลุ่มอยู่เรื่อยๆ คบไม่ได้)...
ภายหลัง นายหนวกหายไปหลายเดือนไม่กลับมา... ด้วยประสบการณ์ในวัด มันคงจะเล็งเห็นแล้วว่า กุฏิผู้เขียนน่าอยู่ที่สุด และด้วยความพยายามของมัน ทำให้มันสามารถพัฒนามาเป็นยามประจำกุฏิผู้เขียนได้ในที่สุด...
เมื่อวานมี คณะญาติโยมคณะหนึ่งมาทำบุญร้อยวันที่วัด... หลังจากฉันเพลที่ศาลาการเปรียญเสร็จแล้ว เมื่อผู้เขียนเดินกลับมายังกุฏิ... เจ้ากี้ก็วิ่งไปรับ เอาปากงับชายจีวร (ปกติของมัน)... ผู้เขียนรู้สึกเสียใจที่มิได้มีอะไรติดมือมาฝากมัน (บางครั้งจะหยิบอะไรมานิดหน่อยเพื่อเป็นของฝากมัน)... เมื่อมาถึงกุฏิ หลวงพี่อีกรูป นำปลาทูนึ่งมา ๓ ตัว อยู่ในกล่อง... ผู้เขียนจึงหักหัวปลาทู โยนให้เจ้ากี้... มันดมๆ แต่ไม่กิน พอดีเจ้าแดงแมวอีกตัวประจำกุฏิ เจ้ากี้จึงกัดเจ้าแดง...
เจ้าแดงเป็นแมวเกิดที่กุฏิ กล่าวได้ว่าอยู่มาก่อนเจ้ากี้... การที่เจ้ากี้กัดเจ้าแดง บ่งบอกถึงอุปนิสัยไม่พึงปรารถนา (ตอนมาอยู่ใหม่ๆ เจ้ากี้มักจะประจบเจ้าแดง)... ดังนั้น ผู้เขียนจึงแตะเจ้ากี้ พลัดตกบันใดหลายขั้น แล้วมันก็วิ่งหนีจากกุฏิไป... แต่ตอนเย็น เมื่อผู้เขียนลงจากกุฏิ เจ้ากี้ก็เข้ามาหา เข้ามางับจีวร ทำนองประจบอีก ผู้เขียนจึงตบหัวมันไป ๒-๓ ครั้ง ทำนองว่า ให้อภัย ไม่ถือสา... ประมาณนั้น
แต่ เช้านี้ เจ้ากี้ถูกฝั่งเรียบร้อยแล้ว....
........
เจ้ามังคุด มีหลวงพี่อีกกุฏิเป็นลูกพี่... เจ้ามังคุดก็เช่นเดียวกัน แรกเมื่อเข้ามาอยู่วัดก็เป็นเรื้อนทั้งตัว.. หลวงพี่พยายามอาบน้ำให้บ้าง ทายาบ้าง จนกระทั้งตอนนี้เริ่มเป็นหนุ่ม ร่างกายสูงโปร่ง เริ่มฉายแววความเป็นนักสู้... แต่ก็มาถูกยาเบื่อเหมือนกัน
หลวงพี่ผู้เป็นเจ้านายของมัน จัดการฝั่งมันเองกับมือ พร้อมพิจารณาบังสุกุลให้ตามระเบียบ....
......
เจ้าไก่ย่าง เป็นหมาเกิดในวัด ลูกของเจ้าเตี้ยซึ่งคลอกนี้มีอยู่ ๔ ตัว แต่ตัวผู้ ๒ ตัวหายไปจากวัดตามระเบียบ (ตัวผู้ สวยๆ มักจะมีคนมาขอหรือขโมยไปเลี้ยง)... เหลือแต่ตัวเมีย ๒ ตัว หลวงพี่อีกรูปหนึ่งสมัครใจเป็นลูกพี่ของมัน ตั้งชื่อให้ว่า เจ้าไก่ย่าง กับข้าวเหนียว...
เจ้าไก่ย่าง และเจ้าข้าวเหนียว มีอายุไ่ม่เกินหนึ่งปี... แต่ถ้าเป็นคนคงจะอายุประมาณ ๑๓-๑๕ นั่นคืออยู่ในวัยน่าชม เริ่มมีความมั่นใจวิ่งเล่นได้ทุกพื้นที่ของวัดและหัดออกเที่ยวนอกวัดเป็นบางครั้ง... แต่เช้านี้ เจ้าไก่ย่างก็มาโดนยาเบื่อตาย ... ส่วนเจ้าข้าวเหนียวยังไม่ตาย แต่ก็ดูอาการเหงาหงอย คงจะถูกยาเบื่อนิดหน่อย หรือเศร้าใจที่เพื่อนในวัดต้องมาจากไปพร้อมๆ กันก็ไม่ทราบ....
เช้าวันนี้ ลูกพี่ของเจ้าไก่ย่างก็ฝั่งมันกับมือของท่านเอง โดยมีเจ้าข้าวเหนียว นั่งมองไว้อาลัยอยู่ข้างๆ หลุม....
.....
ไม่แน่ใจว่า ใครเป็นฆาตกรวางยาเบื่อครั้งนี้ อาจเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาล คนข้างวัด หรือ คนในวัด (เมื่อประมาณต้นปี เจ้าโตโต้ ก็โดนวางยาเบื่อมาแล้ว) ...สรุปว่า หมาที่วัดเริ่มจะหมดอีกแล้ว
แอบใช้ตอมน้อง ๆ ...ระหว่างรอเดินทางไปนครนายกครับ...พระอาจารย์
เรื่องสุนัขนี่เป็นปัญหากับครอบครัวผมเป็นอย่างยิ่งครับ...
สมัยก่อนมีสุนัขจรจัดเข้ามาที่บ้าน...เรารับเลี้ยงไว้ เท้าใหญ่มากผมเลยให้ชื่อว่าสิงห์โต...
ปรากฎว่ามันตะกละมาก...อยู่กับเราได้ 3 เดือน กินจุมากอย่างเหลือเชื่อ...ทุกเย็นเราก็ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือมาฝากมันเสมอ...
วันหนึ่งมันหายไป...ผมตามหาหลายชั่วโมง...ไปพบว่ามันนอนซุกอยู่ในกอสาบเสือข้างบ้าน....อาการร่อแร่ปางตาย...ผมต้องพาไปหาสัตว์แพทย์...แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้...เสียเงิน300กว่าบาท...มิหนำซ้ำเอากลับมาฝังแล้วร้องไห้กันทั้งบ้าน....ผมเลยเทศน์เสียยกใหญ่...คราวต่อไปห้ามเลี้ยงเด็ดขาด...55555
ก็ยังมีตามมาอีกครับ...ลูกสาวชอบนี่ครับ...อิอิ
นายขำ
เข้าใจความรู้สึกของท่านเลขาฯ....
เมื่อสองปีที่แล้ว มีเพื่อนเอาหมามาฝากให้เลี้ยง เป็นหมาเพศเมีย... สาเหตุก็คือ เพื่อนจะมีครอบครัว เจ้าหมาก็ตามไปบ้านว่าที่ภรรยา (ตอนนี้เป็นแม่ของลูกแล้ว) ก็ไปเอะอะซึ่งเด็กๆ กำลังเรียนพิเศษบ้าง ไปไล่ไก่บ้าง..
เจ้าหมาตัวนี้ ก็เป็นหมาจรจัด เพื่อนให้กินข้าวมันก็เลยอยู่ด้วย เคยถูกรถชนก็พาไปหาหมอ... พอมีปัญหาเรื่องนี้ ก็เคยพาไปทิ้งสองสามครั้ง แต่มันก็สามารถกลับมาได้... เพื่อนก็เลยคิดว่า พามาฝากอาตมาไว้ เพราะระยะทางประมาณ ๑๐ ก.ม. คงจะกลับไม่ถึง... ประมาณนั้น
มันก็มาอยู่ได้วันหนึ่ง ก็หลุดปลอกคอหนีไป หายไปสองวันก็กลับมา... หิวเต็มที่ ผู้เขียนก็ให้กินข้าว มันก็คุ้นเคยดี....
ตอนนั้นทีกุฏิมีแมวหลายตัว เจ้าหมาก็ถูกบรรดาแมวเจ้าถิ่นไม่พอใจ เช่นเวลากินข้าวเป็นต้น.... คืนนั้นมันก็เลยหายไปอีก....
ผู้เขียนโทรไปบอกเจ้าของ.... เพื่อนก็บอกว่า มันกลับมาถึงบ้านแล้ว เมื่อตอนเช้า เปรียกมาทั้งตัว... เพื่อนบอกว่า ครั้งนี้ยอมแล้ว ค่อยแก้ปัญหาต่อไปในเรื่องอื่นๆ... ประมาณนี้
คุยเล่นๆ กับเพื่อนว่า มันคงจะรู้สึกได้ว่า อยู่วัดนี้ท่านก็ดี แต่บริวารของท่านมาก ไม่อยากมีปัญหากับบรรดาแมวเจ้าถิ่น จึงกลับไปบ้านดีกว่า ...
คนที่ไม่เคยเลี้ยงสัตว์ คงจะไม่เข้าใจถึงความรู้สึกความสัมพันธ์ทางใจ.... ประมาณนี้
ก็ได้นิทานเล่าท่านเลขาฯ อีกหนึ่งเรื่อง
เจริญพร
กราบนมัสการค่ะ
อ่านแล้วก็สงสารหมาวัดค่ะ
เป็นคนไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ค่ะเพราะกลัวจะผูกพันธ์ ที่บ้านต่างจังหวัดเคยมีเพื่อนบ้านย้ายบ้านแล้วนำสุนัขมาฝากลืมไว้ พ่อแม่เลี้ยงไว้ เวลาตัวเองกลับไปบ้านในวันหยุดแม้แค่เดือนละครั้งก็รู้สึกผูกพัน เลี้ยงไว้เป็น2-3ปี ตอนหลังรู้ว่ามันตายเพราะถูกรถชน เศร้าไปหลายวันเลยค่ะ เวลานั่งรถผ่านบริเวณที่พ่อฝังมันไว้ที่ข้างทางก็คิดถึงมันทุกที นี่ขนาดไม่ได้เลี้ยงกับมือและไม่เคยเล่นกับมันเลยนะค่ะ
ตอนนี้ ณ บริเวณที่พักมีแมวเป็นฝูงประมาณ7-8 ตัว อยู่กันมานานหลายปี และจะจำกัดประชากรในฝูงกันเองเมื่อมีเพิ่มขึ้นจะมีบางตัวแยกตัวออกไปหากินที่อื่น จำนวนจึงจะอยู่ประมาณนี้ค่ะ
นับว่าเป็นแมวสาธารณสุข เพราะบรรดาสาวโสดที่พักแถวนั้นผลัดกันให้อาหารเลี้ยงดูแมวฝูงนี้เป็นประจำ เค้าจะรู้เวลาว่าช่วงไหนจะไปเฝ้าหน้าประตูห้องไหน ไม่เคยขาดแคลนอาหารก็ว่าได้ค่ะ ในห้องก็ซื้ออาหารแมวไว้เป็นกระสอบเหมือนกันค่ะ
นมัสการค่ะ
พัชรา
ตายทุกครั้งก็รู้สึกทุกครั้ง... ประมาณนั้น
หมาและแมว จัดเป็นหนึ่งในบรรดาหลายอย่างที่คนโบราณกล่าวไว้ว่า...
...คนบ้า หมา แมว และอุบาทว์ทั้งปวง ย่อมอาศัยอยู่ในวัด...
และความแตกต่างระหว่างหมากับแมว ใครบางคนก็บอกไว้ว่า...
... แมวห่วงที่อยู่ แต่ไม่รักเจ้าของ... ส่วนหมารักเจ้าของ แต่ไม่ห่วงที่อยู่...
เจริญพร