ประชุมเรื่องแท้งบุตร 3: วันศุกร์ที่ 7 กันยายน 2550 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เราตื่นกันแต่เช้าเหมือนเดิม ผมรีบไปส่งเจ้าแป้งที่โรงเรียนแล้วเข้าไปในโรงพยาบาล รู้มาว่าเรามีคนไข้มากถึง 10 คน วันนี้จะเป็นวันที่สาธิตการยุติการตั้งครรภ์ในคนไข้จริง ทางห้องคลอดเตรียมสถานที่ เตียง และอุปกรณ์ต่างๆไว้แล้ว พี่เปิ้ลมาดูคนไข้แต่เช้า เราอัลตราซาวนด์ตรวจดูอายุครรภ์ที่แน่นอนอีกครั้ง สอดยาในช่องคลอดเพื่อให้ปากมดลูกนุ่ม คนไข้หลายคนเป็นท้องลม บางคนท้องพร้อมห่วงคุมกำเนิด บางคนพ่อแม่ไม่ยอมรับและบังคับให้ลูกสาวตัวเองมายุติการตั้งครรภ์! หลายหลากเหตุผลครับ ใครที่เคยแต่จะคิดว่าไม่อยากยุ่ง ย่อมไม่เคยได้ทราบปัญหาของคนไข้จริงๆหรอก คนที่อยู่บนหอคอยงาช้างมักมองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องเล็ก มีทางออกสำหรับคนอื่นเสมอ นี่ผมยังไม่ได้ย้อนถามเลยนะว่า ถ้าลูกสาวท่านท้องบ้าง จะให้ทำยังไงดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ระหว่างที่เตรียมคนไข้นั้น ฝ่ายเวชนิทัศน์ก็เตรียมวงจรปิดส่งขึ้นไปยังห้องประชุม เพื่อให้คุณพยาบาลที่เข้าร่วมได้ดู ส่วนคุณหมอก็ลงมาข้างล่างเพื่อดูคนไข้จริงๆ เราสามารถจัดการได้อย่างรวดเร็ว ติดขัดเพราะเครื่องมือบ้างแต่ก็ยังลื่นไหล มีคนเดียวที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จเพราะปากมดลูกปิดมาก ต้องพาเข้าห้องผ่าตัดไป จากนั้นก็เป็นการสรุป วิทยากรทั้งหลายมานั่งหน้าห้องเพื่อตอบปัญหาคาใจ ผมก็มีเรื่องตลกเล่าให้ฟังว่า เราบ่นกันว่าอยากให้ผบ.ตำรวจแห่งชาติมาดูเวลาพวกเรายุติการตั้งครรภ์ อยากดูว่าท่านจะทำอย่างไร เชื่อไหมว่าในช่วงเวลานั้น ท่านกำลังมาเยี่ยมตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนใต้อยู่ที่ชั้น 4 บนหัวพวกเราเพียง 1 ชั้นเท่านั้น มารู้เอาก็เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว ฮาครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เราก็จบการอบรมกันเพียงเท่านี้ แยกย้ายจากกันไป เหลือเพียงความหวังของผมกับเหล่าผู้จัดอบรมว่า คุณหมอที่มาร่วมอบรมนั้น มีความเข้าใจถึงความทุกข์ของผู้หญิง เราไม่ได้หวังว่าเขาจะกลับไปทำแท้งอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อย่าลืมนะครับว่า ไม่มีคำว่าทำแท้งเสรีภายใต้กรอบข้อบังคับแพทยสภาฯ แต่การให้การดูแลอย่างดี การส่งต่ออย่างเหมาะสมต่างหาก นั่นคือเจตนารมณ์ การทำแท้งเสรีที่ชอบพูดกัน นั่นสามารถพบได้ในสถานบริการเถื่อน ที่นั่นทำแท้งอย่างเดียว ไม่สนใจเรื่องอื่นๆ ไม่มีคำแนะนำ ไม่มีเจตนาที่ดี นี่คือความแตกต่างครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>วันเสาร์เช้าผมตื่นขึ้นมาลวกไข่ให้สองสาวกินก่อนออกนอกบ้าน เราออกไปกินแต่เตี้ยมที่ร้านของติ๋มเช่นเคย คุณจ้าลองกินไปหลายสิ่ง พี่แป้งจัดการแป้งก๋วยเตี๋ยวหลอดและขนมจีบจนหมด ไปส่งจิ๋มที่โรงพยาบาล แล้วผมก็พาลูกสาวไปเที่ยวสวนสัตว์สงขลา เหนื่อยแทบตาย เพราะว่าอากาศร้อน ต้นไม้ในสวนสัตว์ก็ไม่ค่อยมี อุ้มจ้าจูงแป้ง เล่นเอาเอวเคล็ด แต่ลูกๆก็สนุกมาก เราติดใจกรงนกเงือกมากครับ เพราะว่าร่มรื่นและมีนกเงือกอยู่เป็นฝูง ในใจลึกๆนี่ผมไม่ชอบเลยครับ เพราะมันน่าจะอยู่ในป่ามากกว่าในกรง ลูกสาวตัวเล็กทำเสียงนกอีมูได้ (อุป อุป) ทำเสียงเหยี่ยวแดงได้ (แอ๊ แอ๊) ออกจากสวนสัตว์ก็ราวๆ 11.30 น. ตรงไปรับจิ๋มกลับบ้านได้ทันเวลาพอดี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>วันนี้แม่ผมมาจากสุราษฎร์ฯครับ และก็เหมือนเคยกับการนั่งรถตู้มา ก็คืออารมณ์เสีย เริ่มจากตอนเช้าที่รถกำหนดออก 8 โมง ราว 7.30 น.เขาก็โทรเรียกแม่ผมบอกว่าผู้โดยสารเต็มคันแล้ว จะออกเดินทางทันที ท่านกำลังหาซื้อลองกองให้หลานสาว ยังไม่ทันได้เลือกก็ต้องรีบไปที่บริษัทรถ ปรากฏว่ามีคนรอแค่ 3 คน จากนั้นยังต้องนั่งรออีกเกือบชั่วโมงจึงออกรถ นี่ไงครับ รถตู้บริการ ถึงใจไหม และกว่าจะได้ออกจากสุราษฎร์ฯก็เวียนไปหลายที่ ผู้โดยสารที่จะต่อรถไปนราธิวาสก็หัวเสีย เพราะกลัวค่ำ แถมเมื่อถึงหาดใหญ่มีฝรั่งที่โดยสารมาบอกให้ไปส่งที่ไหนสักแห่ง คนขับรถไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองครับ ไม่พูดด้วยแถมขับไปเรื่อยๆ เล่นเอาแม่ผมต้องโทรมาบอกผมว่าให้ถามฝรั่งหน่อยว่าจะไปที่ไหน เรื่องสุดท้ายก็คือ เขาพาแม่ผมไปตระเวนรับของอีกจนแม่ทนไม่ได้ ให้ผมไปรับที่สถานีขนส่งที่เขาจอดรับของอยู่นั่นแหละ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้บริโภคถูกรังแกจากรถตู้บริการนะครับ ผมจึงต้องขับรถเองยังไง หรือเข้าตาจนจริงๆก็นั่งรถบัสเลยดีกว่า เพราะดูๆไปก็ใช้เวลาไม่ต่างกันมากนักเลย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>คืนวันเสาร์นี้ คุณจ้าไม่ยอมนอน เห็นจะเป็นเพราะว่าผมบอกเธอว่าวันพรุ่งนี้พ่อจะกลับสิงคโปร์แล้ว ทุกๆคืนกว่าจะหลับ ต้องแหงนหน้ามาดูพ่อบนเตียงเพื่อยืนยันว่ายังอยู่ ตื่นมาตอนเช้าก็คลานขึ้นบนเตียงเพื่อดูว่าพ่อยังอยู่ แต่คืนนี้เธอโวยวายไม่ยอมนอน ลูกเครียดครับ ข้อนี้ผมรับรู้ได้ เราอยู่ด้วยกันตั้ง 5 วัน เริ่มรู้สึกเหมือนครั้งแรกๆที่จากบ้าน ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่เขาไม่กลับบ้าน หรือ ไปเรียนเป็นปีๆ หรือคนที่ทิ้งลูกไป เขาทำได้ยังไง ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่ชินเลยครับ กว่าคุณจ้าจะหลับก็ปาเข้าไป 4 ทุ่ม แถมตื่นแต่เช้าอีกต่างหาก เธอกลัวพ่อหายจริงๆ ผมเลือกที่จะบอกลูกเสมอว่าจะกลับวันไหน ดีกว่าหลอกลูกไปวันๆแล้วหายไป อย่างนี้ท่าจะแย่กว่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>ผมกลับสิงคโปร์ด้วยเรือบินตราเสือเหมือนเดิม เครื่องลงตรงเวลาเป๊ะ แถมออกก่อนเวลาราว 15 นาที ผมจึงถึงสิงคโปร์ในเวลา 5 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นมื้อเย็น โทรคุยกับครอบครัว ผมเริ่มเป็นผื่นลมพิษอีกครั้ง เลยกินยาแก้แพ้แล้วหลับปุ๋ยไปเลย
ประชุมเรื่องทำแท้ง 3
เราบ่นกันว่าอยากให้ผบ.ตำรวจแห่งชาติมาดูเวลาพวกเรายุติการตั้งครรภ์ อยากดูว่าท่านจะทำอย่างไร เชื่อไหมว่าในช่วงเวลานั้น ท่านกำลังมาเยี่ยมตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนใต้อยู่ที่ชั้น 4 บนหัวพวกเราเพียง 1 ชั้นเท่านั้น มารู้เอาก็เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว
น่าหัวเสียแทนคุณแม่จริงๆนะคะ ท่านคงเล่าได้ละเอียดเชียว ขนาดต่อมาอีกต่อยังได้เรื่องได้ราวจนนึกภาพออกเลยล่ะค่ะ ไม่น่าแปลกใจแล้วว่าทำไมอ.หมอแป๊ะเขียนบรรยายอะไรๆเก่งจัง
พี่โอ๋ครับ
เรื่องรถตู้นี่ผมเองก็เจอมากับตัวหลายหน ส่วนมากก็เรื่องความไม่สนใจเวลาของเขา ไม่แคร์ความรู้สึกผู้โดยสาร
ตอนนี้เลยไม่ใช้บริการอีกเลย
สวัสดีค่ะ
คุณหมอเขียนบรรยายเก่งมาก เห็นภาพตามทุกที
แต่ไม่ต้องบรรยายตอนผ่าตัดกHได้ค่ะ คงน่าเสียวไส้พิลึก!!
เรื่องหน้าเศร้าของพวกผมก็คือ ความสวยงามของเรามักเป็นโรคของคนไข้ครับคุณศศินันท์
เมื่อก่อนเวลาหมอคุยกัน เขามักจะบอกว่า ไปดู case นั้นสิ สวยนะ นั่นหมายความว่า คนไข้เป็นโรคอย่างที่ในตำราเขียนไว้เป๊ะเลย
คนอื่นที่ฟัง ก็ยังนึกตามไม่ออกว่า มันจะสวยตรงไหนหว่า
ใช่ค่ะ นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
แต่ถ้าคนเป็นหมอ ไม่มองcaseคนไข้ว่าน่าสนใจแล้ว คนไข้คงแย่แน่เลยค่ะ
รู้เลยว่า อาจารย์แป๊ะได้ จิตสาธารณะ มาจากใคร
Dear Ajaan
,
I don't understand krub.
มาช่วยอ.เต็มขยายความเรื่อง"จิตสาธารณะ" ค่ะ คิดว่าน่าจะเข้าใจถูกต้อง เพราะจริงๆก็ว่าจะเขียนเหมือนกันแต่ไม่ได้ใส่ลงไป ชอบมากเลยที่คุณแม่อุตส่าห์โทรมาให้อ.หมอแป๊ะถามฝรั่งให้หน่อยว่าจะไปไหน ทีหลังต้องฝากเบอร์ให้คุณแม่ไว้บ้างแล้วค่ะ ว่าถ้าอยากช่วยฝรั่งเมื่อไหร่ลองโทรหาพี่โอ๋บ้างก็ได้....ยิ้ม...ยิ้ม ฝากกราบคุณแม่ 1 ทีนะคะเวลาอ.หมอแป๊ะพบท่านครั้งหน้า
อ๋อออออ….ครับ พี่โอ๋
พี่หลวง 
เกิดมาชาตินี้ มีโอกาสทำให้ท้องได้คนเดียวนั่นแหละครับ ทำเขาท้องตั้ง 2 ครั้ง เธอไม่เคยบ่นเลยครับอ.ขจิต
ประเสริฐจริงๆ
ถ้าอ.ขจิต สามารถหาคนให้ทำท้องได้ ผมจะทำคลอดให้เองครับ ไม่คิดตังค์สักแดงเดียว