ประชุมเรื่องแท้งบุตร 2: วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2550 <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เช้าวันนี้ต้องตื่นแต่หัวรุ่ง เพราะว่าแป้งต้องไปโรงเรียน เรารีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างโอ้เอ้ เอ๊ะ ยังไงกัน ก็เพราะกว่าจะดึงคุณเธอทั้ง 2 ให้ขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำนั้น ยากเย็นแสนเข็นน่ะสิ รีบแต่งตัวแล้วลงไปกินข้าวที่ห้องอาหาร เด็กๆกินไข่ดาวคนละฟอง ขนมปังคนละแผ่น ผมกินข้าวต้ม แล้วก็ออกจากโรงแรมไปส่งพี่แป้งที่โรงเรียน พาจ้าไปส่งที่บ้าน เธอร้องไห้ตามพ่อเหมือนเดิม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมเข้าห้องประชุมสายเล็กน้อย อาจารย์ประทักษ์ก็เริ่มบรรยายเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยา ซึ่งท่านได้เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับยา RU 486 ซึ่งยาตัวนี้แรกเริ่มเดิมทีเขาทำออกมาเพื่อเป็นยาคุมกำเนิด แต่เนื่องจากมันทำหน้าที่ต้านฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน จึงทำให้แท้งได้ เขาจึงเรียกว่ายาทำแท้ง บ้านเราจึงเรียกมันว่ายาเสื่อมศีลธรรม จึงไม่สามารถนำเข้ามาได้ คงไว้เฉพาะงานวิจัยเท่านั้น ยานี้เป็นยาที่ดีมาก เพราะผู้หญิงสามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตัวเธอเอง หมอเพียงแค่สั่งยา ส่วนการกินยาคนไข้จัดการได้ มันจึงเป็นความหวังของหญิงไทยในอนาคต แต่นั่นแหละครับไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> การบรรยายต่อด้วยอาจารย์กำแหงบรรยายเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ด้วยหัตถการ ท่านได้เปรียบเทียบการขูดมดลูกด้วยเครื่องมือที่เป็นเหล็กว่าเป็นสูติศาสตร์สมัยหิน เพราะที่ขูดแบบนั้นก่อให้เกิดอันตรายต่อมดลูกง่ายกว่าแบบดูด แต่เชื่อไหมว่า การเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ในปัจจุบัน ยังสอนการขูดมดลูกด้วยวิธีนี้อยู่ และในเวชปฏิบัติทั่วไปก็ใช้เครื่องมือนี้อยู่ทุกโรงพยาบาล ผมนำเครื่องมือชนิดดูดมาสอนเด็กๆได้ราว 2 ปีกว่าแล้ว และตอนนี้กำลังเฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงครับ เท่าที่สังเกตพบว่า เด็กผมใช้เครื่องมือนี้เก่งขึ้น ลดการนอนโรงพยาบาลของคนไข้ ลดการใช้ห้องผ่าตัดลงมากมายเลยครับ ปีหน้าคงได้อ่านผลงานวิจัยที่หมอแมว ลูกศิษย์ผมที่กำลังทำงานวิจัยอยู่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> งานของผมในช่วงเช้านี้ก็คือเป็นล่ามแปลภาษาให้กับคุณหมอ Rodica ซึ่งเป็นเจ้าของทุนสำหรับการจัดประชุมครั้งนี้ เธอมาร่วมบรรยายและฟังการบรรยายไปด้วย เมื่อวานอ.กำแหงเป็นล่าม วันนี้เป็นหน้าที่ผม ไม่น่าเชื่อว่าทำได้ จะลุ่มๆดอนบ้างก็ขออภัย เธอสนใจประเด็นที่ผมบกว่า ผมเองเคยเป็นผู้ที่เกลียดการทำแท้งอย่างมาก เกลียดคนที่มาขอรับบริการด้วย แต่ตอนนี้ผมเป็นคนที่สอนคนอื่นทำแท้ง สอนให้นักศึกษาของผมมองคนที่มาขอทำแท้งอย่างเห็นใจและมองรอบด้าน เลยกลายเป็นว่าผมเป็นกำลังสำคัญของทางภาคใต้ในเรื่องนี้เลย และยังเล่าว่าผมเขียนบทความเรื่องเจตคติได้ลงในสูตินรีแพทย์สัมพันธ์ เขียนลง blog เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นได้อ่านด้วย เธอเลยตื่นเต้นใหญ่ บอกให้ผมแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วส่งไปให้เธอ แล้วเธอจะหาที่ตีพิมพ์ให้อีกที เอาล่ะสิ ได้งานทำอีกแล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมเป็นวิทยากรจริงก็ช่วงบ่ายครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> งานนี้ผมรับหน้าที่ในการเป็นวิทยากรหรือเป็นผู้ดำเนินรายการก็ไม่ค่อยแน่ใจ เพราะว่าช่วงเวลาของผมนั้น เป็นการจัดกลุ่มเพื่อเปิดโอกาสให้หมอท่านอื่นๆได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องของการทำแท้งกัน ผมเตรียมตัวมานานโดยการเขียนแบบสอบถามส่งมาล่วงหน้า ให้ผู้ร่วมประชุมทำก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง แบบสอบถามนั้นเป็นผู้ป่วยตัวอย่าง 8 คนที่ท้องโดยไม่พร้อม คนหนึ่งเป็นนักเรียนอาชีวะ คนที่สองเป็นนักเรียนมัธยม เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ คนที่สามเป็นนักศึกษาแพทย์ (ส่วนหนึ่งของหมอที่เข้าอบรม ต้องสอนนักศึกษาแพทย์ด้วยครับ) คนที่ 4 เป็นลูกผู้กำกับสถานีตำรวจ คนที่ 5 เป็นลูกสาวผู้ว่าฯ คนที่ 6 เป็นลูกสาวเพื่อนซี้ คนที่ 7 เป็นชาวสวนยากจน สามีเพิ่งเสียชีวิต และคนสุดท้ายเป็นลูกของท่านเอง ก็ได้รับคำตอบหลากหลายมาก บางคนไม่ยอมทำเลยทุกกรณี ยกเว้นลูกสาวตัวเอง บางคนทำทุกกรณียกเว้นของลูกสาวตัวเอง ที่ผมเขียนมาหลายตัวอย่าง เพื่อชวนให้ผู้ร่วมอบรมได้มีโอกาสเปรียบเทียบความรู้สึกของตัวเองในกรณีต่างๆ งานนี้ผมดำเนินรายการคู่กับอ.ประทักษ์และอ.ชัชวาลจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ ก็ได้พบว่าผู้ร่วมอบรมหลายคนสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้ดี หลายคนกลัวว่าการทำแท้งจะนำไปสู่การเสียชื่อเสียง กลัวว่าจะถูกตำรวจจับ กลัวบาป ได้เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความรู้สึกออกมาครับ ก็สนุกในความรู้สึกของผม งานนี้เป็นเรื่องถนัดที่ทำให้คนพูด เพราะชินกับการเรียนการสอนแบบ problem-based learning (PBL) อยู่แล้ว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงสุดท้ายคือการสาธิตถอดประกอบเครื่องมือ การดูดกับมะละกอและแตงไทย ซึ่งก็เหมือนเดิม นั่นคือ ดูดไม่ออกซักกะที เพราะว่ามันคือมะละกอ ไม่ใช่มดลูก และที่สำคัญคือ เราปอกกินกันทุกครั้งหลังเสร็จการสาธิต อร่อยครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เย็นนี้ผมกลับไปนอนที่บ้าน เพราะว่านอนสบายกว่าโรงแรม ไม่ต้องตื่นเช้ามากไป ที่สำคัญคือคิดถึงบ้านครับ
ประชุมเรื่องทำแท้ง 2
ช่วงสุดท้ายคือการสาธิตถอดประกอบเครื่องมือ การดูดกับมะละกอและแตงไทย ซึ่งก็เหมือนเดิม นั่นคือ ดูดไม่ออกซักกะที เพราะว่ามันคือมะละกอ ไม่ใช่มดลูก และที่สำคัญคือ เราปอกกินกันทุกครั้งหลังเสร็จการสาธิต อร่อยครับ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ธนพันธ์ ชูบุญ · 10 ก.ย. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 10 ก.ย. 2550
พ.ต.ท. ภาณุพงศ์ รามนัฏ · 10 ก.ย. 2550
พ.ต.ท. ภาณุพงศ์ รามนัฏ · 10 ก.ย. 2550
ชอบกระบวนการช่วงของอาจารย์มากเลยนะคะ อยากให้ประชุมสัมมนาสมัยใหม่ทำอะไรแบบนี้แทนการมานั่งฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว ขอบคุณอ.หมอแป๊ะที่นำมาเล่าแลกเปลี่ยนนะคะ
สวัสดีครับพี่โอ๋
แต่ก็ลุ้นนะครับ เคยไปทำแบบนี้ที่กรุงเทพ ผมนี่เหงื่อตก เพราะเขาไม่พูดกันเลย แต่ตอนที่ไปที่เชียงราย และที่นี่ พูดเยอะครับ
ระบบการเรียนการสอนบ้านเรา สอนให้ครูต้องกระตุ้นเป็นครับ