ศิษย์การบิน นักบิน

การรับน้องถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สถาบันการศึกษาต้องมี จะไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม อย่างน้อยก็เป็นการทักทายการแนะนำตัวให้รุ่นพี่รู้จักรุ่นน้องรวมถึงเป็นการแนะนำสถานที่รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีเพื่อสืบทอดกันเป็นรุ่นๆ
ศูนย์ฝึกบินก็เช่นเดียวกัน ศิษย์การบินรุ่นพี่ที่ยังเรียนอยู่สองสามรุ่นคอยต้อนรับแต่ที่แปลกหน่อยก็คือว่า พวกผมเป็นศิษย์การบินเฮลิคอปเตอร์ รุ่น 37 หรือเค้าเรียกว่า HP 37 แต่ศิษย์การบินที่เรียนอยู่นั้นเป็นพวกเครื่องบินหรือฟิกซ์วิง (Fixed Wing) ซึ่งรหัสรุ่นเค้าจะเป็น AP แล้วตามด้วยรุ่น แต่ถือว่าเค้าเข้ามาก่อนก็นับถือแบบพี่น้อง (แต่ที่นี่นับอายุมากกว่า เพราะว่าศิษย์การบินตำรวจส่วนมากก็จะอายุมากกันแล้ว ยกเว้นผมนะครับ ขอบอกว่า 26 เองครับ) ก็เริ่มด้วยการให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเล่นกีฬา ก็เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ ก็เอาชุดนักเรียนนายร้อยนั่นหล่ะครับดีที่สุด เพราะว่าพร้อมลุย จากนั้นพวกเราทั้ง 5 ก็ไปรายงานตัวที่ตึกต้นหนเพื่อรายงานตัวครูการบินภาคอากาศซึ่งเราต้องฝากชีวิตไว้กับครูๆ เหล่านี้หล่ะ
ตึกต้นหนเนี่ย เป็นแหล่งสุมหัวของบรรดาศิษย์การบิน เพราะว่าเป็นที่พวกเราจะเข้ามาหาครูการบิน การส่งแผนการบิน แม้กระทั่งดูลมฟ้าอากาศ ก็ตึกนี้หล่ะครับ โดยจะมีเจ้าหน้าที่พี่ เราเรียกว่าพี่ๆ กัน คอยทำงานอยู่ ไม่ว่าเรื่องเอกสาร เรื่องจองเครื่องบิน อิอิ…หลายคนไม่เชื่อครับว่า เอ…มาบินแล้วทำไมต้องมีการจองเครื่อง เพราะว่าอาจจะมีการแย่งเครื่องกันเกิดขึ้น เพื่อความเป็นธรรมในการเรียนจึงมีการจับจองชั่วโมงที่ทำการบิน ผมดูแล้วมันแน่นทุกวันครับ สงสารเครื่องจังไม่มีวันพักผ่อนเลย แต่บางครั้งก็มีการ”สอย” คือการแอบเอาเครื่องคนอื่นไปบินก็มีบ้างครับ อาจจะแค้นเคืองกันนิดหน่อย ปรับเหล้าปรับข้าวกันประมาณนั้น พวกเราทั้ง 5 ก็ได้มารายงานตัวที่ตึกนี้ก็มีครูที่เป็นครูบินทั้งเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินมาให้การต้อนรับ (ส่วนมากก็เป็นศิษย์เก่าทหารตำรวจกันทั้งนั้นครับ) เล่นได้เหงื่อนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ จากนั้นพี่ๆ ก็พามาแนะนำสถานที่ที่ซุกหัวนักบินอยู่ข้างๆ กันนี่หล่ะครับเค้าเรียกกันว่า ซุ้มมดแดง
ซุ้มมดแดงสมัยก่อนเนี่ยมันไม่มีแอร์ เป็นแค่ศาลาธรรมดา ไว้ให้ศิษย์ซุกหัวระหว่างรอขึ้นบิน หรือว่าพักผ่อนครับ แล้วบริเวณดังกล่าวจะมีรังมดแดง (แต่ปัจจุบันเหลือน้อย) จึงเรียกกันว่าซุ้มมดแดง ที่นี่ก็เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของศิษย์การบิน เพราะว่าจะมีแต่ศิษย์เท่านั้น ครูการบินจะไม่มายุ่งเท่าไรคือเรียกว่าถิ่นศิษย์ ดังนั้นที่นี่จะเป็นแหล่งรวมทุกอย่าง ไม่ว่าจะมีเรื่องไรก็มาเล่าให้ฟัง บางครั้งก็เอาไว้ลุ้นเพื่อนที่ขึ้นบินครั้งแรก เรียกว่าทุกอย่าง บางครั้งก็เป็นห้องนอนสำรองในยามก่อนขึ้นบิน หรือเป็นที่นั่งปั่นงาน แผนการบิน โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงอยู่1 อย่าคือ เครื่องรับวิทยุสหรับฟังหอบังคับการบิน แต่ขอบอกว่ามันฟังได้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบกับใครได้ 5555
ถัดมาก็พาไปรายงานตัวกับบรรดาพี่ช่างทั้งหลายว่า มีศิษย์การบินรุ่นใหม่มาแล้วครับ แล้วก็ไปเยี่ยมชมแมงปอตัวน้อย ที่เราต้องเรียนรู้กับมันอีก ถือว่าเป็นเครื่องครูเครื่องแรกเลยนะครับ แต่เอ…มองไปมองมามันจะพาเราไปได้เป่าว่ะ เครื่องตัวโคตรเล็กเลย สองที่นั่ง จินตนาการง่ายๆ นะครับ เอารถสี่ล้อเล็กอ่ะยังเล็กกว่าเลย แถมไม่มีประตู….ไม่ปิดครับไม่มีประตู เปิดโล่งเลย น่ากลัวโคตรๆ เอาน่า ไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว เอาหน่อยๆ
จากนั้นก็พี่ๆ ก็พาวิ่งไปที่หอบังคับการบิน เป็นครั้งแรกครับที่เห็นของจริง อิอิ…ไม่เคยมีความรู้มาก่อนเลยว่าเค้ามีจราจรทางอากาศเหมือนท้องถนนด้วย แต่คนที่เป็นจราจรนี่ดิ สวยชะมัด แต่อยู่ในสภาพนั้นทุเรศตัวเองมากครับ สาวๆ เพียบ แต่ตอนไปรายงานตัวกับหิ เพิ่งลงคลองมาครับ ตัวมีแต่ขี้โคลน 5555 แต่ไม่เอาดีกว่า แหม…ไปหักอกหอเข้าทีนี้หล่ะ ไม่ได้ลงสนามบินดีๆ แน่ๆ (มีประสบการณ์ทะลเกบหอมาแล้ขอรับ)
ที่สุดท้ายที่ไปก็เป็นศาลบริเวณหัวสนามบิน ข้างสถานีเรด้าห์ พี่ๆ เค้าบอกว่าเราบินผ่านท่านทุกวันให้มาขอขมาท่านก่อน แล้วถ้ามีเวลาควรจะมาไหว้ท่านด้วย ก็จริงอย่างที่เค้าว่านะครับ สิ่งที่เรามองไม่เห็นไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ นะครับ มันไม่ดี ……
แต่พิธีการยังไม่จบครับ…..สุดท้ายตามวิถีตำรวจครับ ยังไงก็ต้องกินเหล้า 5555 อยู่แล้วครับ ครูๆ ที่เป็นตำรวจ พากันไปเลี้ยงครับ แต่การกินเหล้าครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งครับ เพราะว่าเหมือนกับเป็นการต้อนรับเราเข้าสู่อาชีพนักบินอย่างเต็มตัว (แต่นักบินชอบกินเหล้าทุกคนหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ …..แต่กินกันอย่างน้ำเลย 5555) เฮ้อ…ในที่สุดก็ได้เรียนรู้จุดเริ่มต้นของศิษย์การบินเสียที