ในระบบการเรียกศกตามเลขท้ายปีจุลศักราช นิยมเรียกด้วยศัพท์บาลี
จุลศักราช
สมัยเป็นเด็กมีญาติผู้ใหญ่ที่อายุมาก ๆ แล้ว ก็มักมีคำพูดแปลกๆที่ใช้เรียกปีต่าง ๆ เช่น เรียกแบบปีนักษัตร ชวด, ฉลู, ขาล, เถาะ, มะโรง, มะเส็ง, มะเมีย, มะแม, วอก, ระกา, จอ, และ กุน
ถ้าเป็นปีนักษัตรเด็กสมัยใหม่ก็ยังพอรู้เรื่องบ้างนะคะ แต่ผู้ใหญ่บางคนชอบพูดถึงปีแบบจุลศักราช เมื่อก่อนงงไม่รู้ว่าปีแบบนี้มาจากไหน พอถามท่านเองก็ยังไม่ทราบด้วยซ้ำไปว่าเรียกตามปีจุลศักราช คงบอกแค่เพียงว่า พูดต่อ ๆ กันมา วันนี้มีโอกาสสนทนากับอาจารย์ถึงการนับปี จุลศักราช นำมาฝากทุกท่าน ประวัติศาสตร์ชาติไทยรู้ไว้ไม่ใช่ว่านะคะ
การเรียกปีจุลศักราชอาจารย์พูดแต่ผู้เขียนไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะเขียนถูกหรือเปล่า เพราะไม่ถนัดภาษาบาลี เลยแอบไปค้นและขอบคุณ google วิกิพิเดีย ได้มาครบทั้ง 10 ข้อดังนี้ค่ะ
ในระบบการเรียกศกตามเลขท้ายปีจุลศักราช นิยมเรียกด้วยศัพท์บาลี ดังนี้
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 1 เรียก "เอกศก"
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 2 เรียก "โทศก"
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 3 เรียก "ตรีศก"
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 4 เรียก "จัตวาศก"
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 5 เรียก "เบญจศก"
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 6 เรียก "ฉศก"
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 7 เรียก "สัปตศก"
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 8 เรียก "อัฐศก"
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 9 เรียก "นพศก"
-
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 0 เรียก "สัมฤทธิศก
อาจารย์ให้ผู้เขียนลองหัดนับปีเกิดใครอยากรู้บ้างว่าตัวเองเกิดปีไหนต้องเรียกว่าอย่างไร ยกมือก่อนค่ะ อิอิ ไม่มีใครกล้ายกมือเพราะกลัวคนอื่นจะรู้ว่าแก่ งั้นก็อ่านแล้วลองคิดคนเดียวดูนะคะ
ขั้นตอนที่แรก ให้นำปี พ.ศ. ที่เกิด ลบด้วย 1181
ได้เลขท้ายของผลลัพธ์เท่ากับเลขใด ให้ย้อนกลับไปดูข้อ 1 - 10 ด้านบน
ตัวอย่าง เช่นเกิด พ.ศ. 2515 ลบด้วย 1181 ได้เท่ากับ 1334 ได้เลขท้ายของผลลัพธ์เป็นเลข 4 เรียกว่าจัตวาศก
ขั้นตอนที่สอง ให้ไปดูว่า คุณเกิดปีนักษัตรอะไร เช่น ปีชวด
แสดงว่าคุณ เกิดปีชวดจัตวาศก
เห็นไหมคะแค่บอกปีแบบนี้ประกอบกับการมองหน้านิดหน่อยก็คนโบราณก็สามารถบอกได้แล้วว่าใครพี่ใครน้อง
ขอบคุณค่ะ
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 1 เรียก "เอกศก"
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 2 เรียก "โทศก"
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 3 เรียก "ตรีศก"
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 4 เรียก "จัตวาศก"
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 5 เรียก "เบญจศก"
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 6 เรียก "ฉศก"
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 7 เรียก "สัปตศก"
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 8 เรียก "อัฐศก"
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 9 เรียก "นพศก"
ปีจุลศักราชที่ลงท้ายเลข 0 เรียก "สัมฤทธิศก

ขอบคุณครับคุณครู
ขอบคุณ
ค่ะ
คุณ
สะมะนึก
สวัสดีค่ะ
น้องเกิดปีอะไรคะ สงสัยจะถูกโฉลกกัน ถูกชะตากับน้องน่ะค่ะ
3. ขจิต ฝอยทอง
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะพี่
สวัสดีค่ะ
ช่วยค้นหน่อย คนเกิดฝาแฝด ทำไมว่า คนเกิดก่อนพี่ บ้างก็ว่าคนเกิดทีหลังพี่ โอ๊ยงงค่ะ
ศุภมัสดุ พระพุทธศาสนกาล เป็นอดีตภาค ๒๔๕๓ พรรษากาลปัตยุบัน จันทรโคจร โสณสัมพัตสร กรรติกมาส กาฬปักษ์ นวมีดิถี ศุกรวาร สุริยคติกาล รัตนโกสินทรศก ๑๒๙ พฤศจิกายนมาส ปัญจวีสติมสุรทิน โดยกาลนิยม
ลองแปลคร่าวๆ ตามที่กึ่งรู้กึ่งเดาว่า
ปีที่ดี พระพุทธศาสนาล่วงแล้ว 2453 ปี ปีปัจจุบัน พระจันทร์อยู่ในตำแหน่ง............. .......... ........... ปีกุน นับตามสุริยคติเป็นปีรัตนโกสินทร์ที่ 129 เดือนพฤศจิกายน ....................
ที่มา: หนังสือเฉลิมพระยศเจ้านาย
สวัสดีค่ะ
^ /\ ^ ขอบคุณมากค่ะ ทำให้กระจ่างขึ้นอีกเยอะ พอจะจับแนวทางได้ขึ้นมาพอสมควร ขออีกสักนิดนะคะ พี่พอจะรู้วิธีการนับเลขที่พ้นเลขสิบไปแล้วมั้ยคะ เช่น 1-เอก 2-โท/ทวิ 3-ตรี/ไตร 4-จตุ 5-เบญจ/ปัญจ 6-ฉะ 7-สัตตะ 8-อัฏ 9-นพ 10-ทศ (แล้ว 0 คือสัมฤทธิใช่มั้ย)
จากนั้น 11 12 13 เรื่อยไปเรียกว่ายังไง จะได้แปลออก และที่พี่แปลอันเก่าให้มีหลักการแปลยังไง โอ้ยดีใจจังที่มีคนรู้ เป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจมานมนาน หาคนช่วยไม่ได้เลย
๑ = เอก
๒ = โท, ทุ, ทวิ, ทวี
๓ = ตรี, ไตร, ตรัย, เต
๔ = จตุ, จัตุ, จตุระ, จัตุระ
๕ = เบญจะ, ปัญจะ
๖ = ฉ อ่านว่า ฉะ / ฉอ
๗ = สัตตะ
๘ = อัฏฐะ, อัฐ, อัษฎะ
๙ = นวะ, นพ
๑๐ = ทศ, ทส