เมื่อเช้าวานนี้  รถตู้แวบเข้ามาแต่เช้า ทีเยาวชนคนเก่งคณะหนึ่งแต่งกายคล้ายกันด้วยสีกรมท่า เป็นกลุ่มเยาวชนคนหนุ่มสาวเข้ามาทักทายสวัสดี บอกว่ามาจากราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี มาเรียนรู้ที่บุรีรัมย์เลยแวะมาธรรมะสวัสดีลุงสุทธินันท์ ..ไหนๆก็มาแล้วพวกเราถือโอกาสชมบริเวณ อยากให้ผมพาชมว่ามีอะไรบ้าง ในขณะเดียวกันก็จะบันทึกวีดีโอไปด้วย พวกเขากำลังเรียนวิชาสร้างสื่อวีดีโอ  

  

ตั้งแต่เช้า เดินถ่ายทำสัมภาษณ์บันทึกภาพต่างๆ หลังจากนั้นก็ขนเครื่องไม้เครื่องมือตัดต่อภาพและเสียงลงมาจากรถ วางเรียงล่ายส่ายทำกันตัดต่อภาพใส่เสียงในบัดเดี๋ยวนั้น ครูจะนั่งประกบแนะวิธีการวิธีทำไปที่ละขั้น ให้วิชาความรู้เดินไปทีละเปลาะ สอนเรื่องเทคนิคการตัดต่อ ลำดับภาพคุณภาพเสียงและภาพ จุดอ่อนจุดที่ควรระวัง ใส่เพลงใส่ตัวหนังสือ  

การเรียนงานที่ทำทั้งวันจนแทบไม่มีเวลากินข้าว จบลงด้วยการได้แผ่นซีดีพร้อมนำเสนอในเวลา3นาที จากที่ไปถ่ายทำทั้งวัน เอามาสกัดเป็นบทหัวใจของเรื่อง ให้สามารถนำเสนอในเวลาอันจำกัดของทีวีได้อย่างงดงาม บทเรียนนี้มาเลิกเอาตอน1ทุ่ม ทุกคนคงล้าไปตามๆกัน แต่ก็ปลื้มใจที่งานลุล่วงได้ตามเป้า ..ผมปลื้มจนบอกไม่ถูกที่เห็นกระบวนการเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างเต็มศักยภาพ ถ้าทุกแห่งจัดการเรียนอย่างนี้ ผมเชื่อว่าเราจะเอาตัวรอดได้ มาช่วยกันสร้างเด็กสร้างคนสร้างชาติกันอย่างเต็มที่เถิด ช่วยกันอุ้มชูชาติด้วยการสอนเด็กๆให้มีความเข้มแข็งวิชาความรู้ เราถึงจะตอบคำถามได้ว่าประเทศไทยจะอยู่อย่างไร?

    

(แขกอำลา เราก็มานอนแผ่ให้พี่องุ่นคนสวยนวด) 

เช้าวันนี้ทุกคนตื่นมานั่งหน้าจอคอมฯเต็มพรืด บางคนที่ว่างก็เดินเที่ยวออกกำลังยามเช้า เมื่อคืนฝนพรำๆเย็นสบาย เช้านี้อากาศสะอาด สดชื่นมาก ไม่รู้เมื่อคืนนี้มีใครนอนฝันหวานหรือฝันค้างบ้าง อาจารย์ขจิตคงจะทำหน้าที่แคะความจริงออกมา  หลังรับประทานข้าวเช้า กลุ่มแพน5กลุ่มได้ทยอยเสนอการบ้าน เกี่ยวกับกิจกรรมการคิดการมองสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว ว่าเรามองเห็นอะไร รู้สึกอย่างไร เข้าใจว่าอย่างไร นำไปคิดต่ออย่างไร เพื่อให้เห็นว่าทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนสัมพันธ์กัน ส่วนการพัฒนาองค์กรนั้น การได้มาเข้าค่ายกิจกรรมร่วมกันตั้งแต่ขึ้นรถออกจากบริษัท จนกระทั่งเดินทางกลับ บรรยากาศของการอยู่ร่วมกัน ย่อมแตกต่างกับการอยู่ในบริษัทเป็นอย่างมาก ความเปลี่ยนแปลงหรือความรู้สึกใหม่ๆที่เกิดขึ้นระหว่างกัน เป็นบันไดก้าวแรกที่จะนำไปสู่ความรักความผูกพันในองค์กร ก่อนจะกลับผู้จัดการแผนกต่างๆบอกว่าจะกลับมาอีก คราวนี้จะขนกันมาสัก500 คน โอ้ยโย่ แค่นี้ก็แทบสลบแล้ว 

หลังจากที่คณะต่างๆเดินทางกลับ พี่องุ่นทำอาหารเต็มโต๊ะเลี้ยงพวกเรากันเอง อิ่มจนอืดไปตามๆกัน อากาศครึ้มเป็นใจประกอบกับพวกเรานอนดึก จึงแยกย้ายกันไปนอนคนละมุม พี่องุ่นคนสวยจับผมขึ้นเตียงนวดเท้าให้หลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ตื่นเอาบ่ายโขยังมีการเลี้ยงขนมเทียนแก้วสูตรพี่องุ่นคนสวย ที่ช่วยกันห่อจนดึกดื่น ได้ทานเผื่อทุกความห่วงใยแล้วนะจ๊ะ ก่อนจะหลับเมื่อคืนนี้ไม่ได้สวดมนต์เหมือนคนอื่น เป็นแต่ตั้งจิตอธิฐานถึงลูกหลานที่ห่วงใยไล่เราไปนอน..แล้วคนที่บอกเราละจะไปนอนตอนไหน อยู่ใกล้ๆจะไล่ตีก้นให้ไปนอนเหมือนกันแหละ..