จาก ชิกะ ถึง เทนริ การศึกษาดูงานช่วงสุดท้าย

  พิพิธภัณฑ์เมืองเทนริ สุดยอดเทคโนโลยีการนำเสนอข้อมูล  

 (ต่อจากตอนที่แล้ว)

                  ฝนยังคงตกอยู่อย่างไม่ขาดสาย แต่ไม่หนักอะไรมากนัก เพียงแต่อากาศค่อนข้างหนาวเอาการ รถบัสพาเราเดินทางเรียบแม่น้ำเซตะ มุ่งไปยังตัวเมืองเพื่อตรงไปที่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบบิวาโกะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ก็มาถึง  แต่โชคไม่ดี พิพิธภัณฑ์ปิด  พวกเรารู้สึกเสียดาย แต่พออาจารย์ชไมมนชวนให้ไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าในตัวเมือง  ทุกคนก็ตกลงโดยพร้อมเพรียงกัน

ห้างสรรพสินค้าที่เราจะไปซื้อของชื่อ  ห้างคูชิสึ เรียกเป็นภาษาไทยให้จำง่ายๆ ว่า ห้างกูจะซื้อ ก็แล้วกันสำเนียงคล้ายกันดี

                  เรื่องสำเนียงพูดของภาษาญี่ปุ่นกับภาษาไทย ซึ่งมีอะไรน่าขันเล็กๆ เหมือนกัน จนกลายเป็นเทคนิคของไกด์ในการสอนภาษาญี่ปุ่นให้ลูกทัวร์ได้จดจำนำไปใช้ในระหว่างเดินทาง ซึ่งพวกเราก็ใช้ได้ผลดีเสียด้วย ตัวอย่างเช่น

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                 คำว่า ห้องน้ำ  ซึ่งเราต้องใช้บ่อยๆ ภาษาญี่ปุ่นออกสำเนียงเป็นไทยๆ ว่า  เทอะไร  เวลาเราจะเข้าห้องน้ำ ถามคนญี่ปุ่นว่า เทอะไรวะ  เท่านั้น เขาก็ชี้ไปที่ห้องน้ำทันที ยิ่งหนาวๆ อย่างนี้ เทอะไรทั้งวัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                ถ้าเราจะทักทายสวัสดีคนญี่ปุ่นตอนกลางวัน ให้เขายิ้มอย่างพอใจละก็ ต้องพูดว่า คนนิจิวะ   ออกสำเนียงไทยๆ ให้จำง่ายว่า  คนนี้จี้ว่ะ  นอกจากคำ เหล่านี้แล้ว ยังมีคำที่จำเป็นต้องใช้อีกหลายคำ เช่น   ซือมิยาเซ็ง   -  ใช้เรียกร้องความสนใจ    กูดาไซ  - ใช้ต่อท้ายคำเพื่อเป็นคำขอร้องอย่างสุภาพ ทำนอง Please ในภาษาอังกฤษ   โอโยโตไซมัส- ใช้สวัสดีตอนเช้า  อิกูระ - เท่าไหร่ หรือใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า ฮาวมัชจิ ก็ได้    มาเกเต๊- ใช้ถามว่า ลดได้ไหม  ด๊าเม่ะ- เขาอาจตอบว่า ลดไม่ได้ อย่าเข้าใจผิดว่า เขา ด่าแม่ ก็แล้วกัน  ถ้าเขาไม่ลดเราก็ขอของแถม  โดยพูดว่า  โอมาเกวะ   แต่ถ้าเราเกิดหลงทาง ก็ลองถามเขาดูว่า  โกโกวะ โดโกเทสก๊ะ  ยังมีอีกหลายคำที่ไกด์ราณีสอนไว้แต่จำไม่ได้ ถ้าเป็นคำภาษาอังกฤษโดยมากชาวญี่ปุ่นจะพูดทับศัพท์แต่ไม่เหมือนเสียงเดิมนัก เช่น ร้านเซเว่น อิเลฟเว่น  ชาวญี่ปุ่นจะออกเสียงว่า  เซวุ่น อิเลฟวุ่น คงจะวุ่นแน่ถ้าเราออกเสียงภาษาอังกฤษผิดไปจากที่ชาวญี่ปุ่นเขาออกเสียงกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>                      ขอจบภาษาญี่ปุ่นหลักสูตรเร่งรัดเฉพาะหน้า ไว้เท่านี้ก่อน ย้อนกลับมาที่ห้างกูจะซื้อ เพราะผู้เขียนอยากจะซื้อกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สักใบหนึ่ง เพราะจำเป็นต้องใช้แทนใบเก่าซึ่งบัดนี้มีอันเป็นไปไม่สามารถใช้เดินทางได้อีก เพราะฝีมือพ่อสารถียิ้มยากที่ขับรถบัสนำเที่ยวแท้ๆ ที่ไม่ระวังในการยก ทำให้ล้อเลื่อนแตกหัก  อาจารย์ศศิพินทร์ก็ใจดีพาผู้เขียนไปซื้อแถมยังให้ยืมบัตรสมาชิกห้างทำให้ได้ลดราคาถึง 20 เปอร์เซ็นต์  จากราคา 10,200 เยน เหลือเพียง8,200 เยน   สินค้าที่ห้างนี้ค่อนข้างถูก เป็นที่ชอบใจของบรรดานักช็อปจากเชียงใหม่มาก ไม่เฉพาะที่ห้างกูจะซื้อเท่านั้น  ห้างฝั่งตรงข้าม  "กูก็จะซื้อ "   ว่าแล้วก็เดินฝ่าสายฝนไปซื้อของต่อที่ร้าน100 เยน กว่าจะซื้อของเสร็จก็มืดค่ำ ทุกคนต่างหิ้วของที่ซื้อมากันอย่างพะรุงพะรัง   ทีนี้ตอนจะกลับบ้าน  เราจะต้องหอบข้าวของพะรุงพะรังนี้ ขึ้นรถไฟเพื่อไปลงที่สถานี Ishiyama ดูท่าจะทุลักทุเล <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เต็มที เพราะเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนที่ผู้คนเขาจะกลับบ้าน  แต่ก็จำเป็นต้องไป ถึงไหนถึงกันซื้อมาแล้วนี่ ทำไงได้  รถไฟพาพวกเราเดินทางจากสถานี Otsu  มาถึงสถานี Ishiyama ใช้เวลาเพียง 15 นาที  หลังจากนั้นมาต่อรถเมล์ อีก 2 - 3 ป้าย ก็ถึงมหาวิทยาลัย  เดินถึงบ้านพักก็ราว 3 ทุ่ม หลายคนขอ ซักแห้ง สักคืนหนึ่ง เพราะอากาศหนาวจริงๆ และเพลียมาก คืนนี้ผู้เขียนหลับรวดเดียวถึงเช้าเลย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ล่ำลาด้วยดอกบ๊วยแห่งเมืองอัตสึ              </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">  หลังจากจัดการกับอาหารมื้อเช้าที่มหาวิทยาลัยชิกะจัดให้พวกเราแล้วก็ขนสัมภาระต่างๆ ขึ้นรถบัสของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจารย์มาสะ อาจารย์ชไมมนและอาจารย์ศศิพินต์ จะพาคณะของเราไปส่งขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟ Otsu เพื่อเดินทางต่อไปยังเกียวโต   พวกเราขอบคุณและล่ำลาอาจารย์มาสะและอาจารย์ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ที่ดูแลพวกเราเป็นอย่างดีตลอดสองวันที่ผ่านมาและยังมาส่งพวกเราจนถึงสถานีรถไฟด้วย น้ำใจอันดีนี้เราต่างซาบซึ้งในน้ำใสใจจริงของทุกท่านจริงๆ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ศึกษาดูงานมหาวิทยาลัย เทนริ</h1> <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h1> <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h1> <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h1> <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h1> <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h1> <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></h1> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            เราออกเดินทางจากจากมหาวิทยาลัยชิกะไปยังมหาวิทยาลัยเทนริ ที่เมืองเกียวโต โดยรถไฟใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">           เมื่อรถไฟมาถึงเทนริแล้ว เราก็ได้พบกับอาจารย์โนสุและอาจารย์โยชิดะที่มาคอยต้อนรับพวกเราที่สถานีรถไฟ  ทั้งสองท่านช่วยขนสัมภาระและพาพวกเราไปขึ้นรถบัสของมหาวิทยาลัยเพื่อไปส่งโรงแรม  Tenri Kanko  ซึ่งเป็นที่พักที่มหาวิทยาลัยจัดให้พวกเรา  ฝนฟ้าก็ยังไม่ค่อยเป็นใจ ยังโปรายปรายลงมาท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นจับใจ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สภาพบ้านเมืองเทนริ เก่า เคร่งขรึม สงบเงียบ และสะอาด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พิพิธภัณฑ์เมืองเทนริ (Tenri Sankokan Museum)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">   สุดยอดด้วยไฮเทคโนโลยี่การนำเสนอข้อมูล</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">-------------------------------------------------------</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">-----------</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

  

 

                     หลังจากเข้าที่พักแล้วเรามีเวลาว่างอยู่ ทางมหาวิทยาลัยเทนริจึงพาเราไปชม พิพิธภัณฑ์เทนริ 

                     พิพิธภัณฑ์เทนริ เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองเทนริ สร้างขึ้นโดยองค์กร ศาสนาเทนริเคียว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยเทนริด้วย ดังนั้นบางทีก็เรียกว่า  Tenri University  Sankokan  Museum  ตั้งอยู่เลขที่ 250 Morimedo เมืองเทนริ จังหวัดนารา

                      จากเอกสารแนะนำ  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างโดย Shozen nakayama พระศาสนาจารย์เทนริเคียว เมื่อ ค.ศ.1930 จุดประสงค์การสร้างก็เพื่อต้องการให้ผู้เผยแผ่ศาสนาได้เรียนรู้วิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ต่างๆ ทั่วโลก  ดังนั้นพิพิธภัณฑ์จึงพยายามเก็บรวบรวมวัตถุโบราณ สิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ของชาติพันธุ์ต่างๆ มาเก็บไว้ โดยจัดเป็นหมวดหมู่เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่แต่เฉพาะวัตถุสิ่งของเท่านั้น แต่ยังศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวกับชาติพันธุ์มานำเสนออย่างละเอียด น่าสนใจโดยใช้เทคโนโลยี่การนำเสนอ ทั้งข้อมูลลายลักษณ์อักษร ข้อมูลเสียง   ข้อมูลภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พิพิธภัณฑ์เทนริ จัดแบ่งการจัดแสดงไว้ 3 ชั้น  ชั้นที่ 1 และ 2 เป็นการแสดงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ต่างๆ  ส่วนชั้นที่ 3 จัดแสดงศิลปวัตถุของจีน เกาหลี  ญี่ปุ่น กลุ่มตะวันตก เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีห้องคอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ</p>  สิ่งต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ทั้งหมด  ห้องอ่านหนังสือ  ห้องประชุม ห้องรับรอง ห้องพักผ่อน ห้องน้ำ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งสภาพทุกพื้นที่ล้วนอยู่ในสภาพค่อนข้างใหม่ สะอาดสะอ้าน ทราบจากอาจารย์โนสุว่า เป็นเพราะการบำรุงดูแลรักษาเป็นอย่างดี แม้ว่าอาคารนี้จะสร้างมานานกว่า  75  ปีแล้วก็ตาม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>

                       เมื่อเราเดินทางเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ บริเวณด้านหน้าจะเป็นห้องโถงกว้าง มีเคาน์เตอร์ของเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สำหรับการติดต่อเสียค่าเข้าชม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะถามว่าต้องการ เครื่องเล่นซีดี - รอม บรรยายข้อมูลเป็นภาษาอะไร เขามีข้อมูลบรรยายที่บันทึกไว้ถึง  5  ภาษา ได้แก่ ภาษาญี่ปุ่น  ภาษาเกาหลี  ภาษาจีน  ภาษาอังกฤษ  และภาษาโปรตุเกส  พวกเราเลือกภาษาอังกฤษ เจ้าหน้าที่ก็จะนำเครื่องเล่นซีดี - รอม มาให้เราห้อยคอ และเสียบหูฟัง  เมื่อเราเข้าไปในบริเวณห้องจัดแสดง ก็ให้สังเกตบนพื้นบริเวณนั้นว่ามีรูปลำโพง ซึ่งหมายถึงเป็นจุดที่สามารถรับฟังซีดี-รอมได้โดยอัตโนมัติ เครื่องเล่นซีดี - รอม จะเปิดเสียงบรรยายออกมาเอง  แต่ถ้าเราต้องการฟังเองก็สามารถกดรหัสข้อมูลที่ปรากฏตามตู้ สิ่งของ หรือป้ายที่เขียนไว้ เราก็จะได้ฟังเสียงบรรยายเช่นเดียวกัน  นี่ก็เป็นวิธีการนำเสนอข้อมูลบรรยายโดยไม่จำเป็นต้องมีวิทยากรหรือเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์นำชม  เราสามารถชมเอง ฟังเอง โดยไม่มีเสียงรบกวนใคร  นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอข้อมูลภาพเคลื่อนไหวและเสียงบรรยายด้วยระบบ วิดีโอ - ซีดี เกี่ยวกับวิถีชีวิตจริงของชาติพันธุ์ต่างๆ ประกอบการชมเครื่องมือเครื่องใช้ที่จัดแสดงไว้อย่างสมจริง น่าสนใจมาก ซึ่งผู้ชมสามารถใช้ระบบสัมผัส ทำให้เกิดอรรถรสในการชมมากยิ่งขึ้น  นับว่าพิพิธภัณฑ์เทนริเป็นตัวอย่าง ในการจัดพิพิธภัณฑ์ที่ดีแห่งหนึ่ง น่าที่พิพิธภัณฑ์ไทยจะได้มาศึกษาดูงานที่นี่เพื่อนำความคิดและตัวอย่างมาปรับปรุงการจัดการพิพิธภัณฑ์ของบ้านเราให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

 (ยังมีต่อ)      

</span></font></span></span></span></span></span></span></span>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สายธารวรรณศิลป์

คำสำคัญ (Tags)#มหาวิทยาลัย#ท่องเที่ยว#พิพิธภัณฑ์#ศึกษาดูงาน#ภาษาไทย#สารคดี#ญี่ปุ่น#ภาษาญี่ปุ่น#km เชียงใหม่#เทนริ

หมายเลขบันทึก: 126425, เขียน: 09 Sep 2007 @ 08:45 () , แก้ไข, 06 Sep 2013 @ 18:19 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (8)

มาอ่านต่อค่ะ แต่มีเรื่องสำคัญฝากไว้ในคำถามด้วยค่ะ รบกวนด้วย ^ /\ ^

สวัสดีค่ะอาจารย์

อ่านสนุก จะจบเรื่องเสียแล้ว แต่ไปเที่ยวนี้ ได้ประโยชน์มากนะคะ

สวัสดีครับ อาจารย์

อ่านสนุกเพลิดเพลินดีมากครับ อ้อ...รูปอาจารย์ก็เท่ห์มากด้วยครับ

  • ชอบบ้านญี่ปุ่นคะ..หลังเล็กๆ
  • ชอบหลังคาด้วย
  • ชอบที่ไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้...แถมปลูกข้าว
  • ปลูกผักทุกที่แม้เนื้อที่จะน้อยนิดนะคะ

คุณ naree suwan ครับ

            บ้านญี่ปุ่นเล็กๆ น่ารักมาก จริงๆ ครับ

            การใช้พื้นที่ใช้สอยของเขาสุดยอดครับ เสียดายพื้นที่ประเทศไทยยังมีที่รกร้างว่างเปล่าเยอะแยะ โดยเฉพาะคนร่ำรวยที่ซื้อที่ดินทิ้งไว้ ไม่ใช้ประโยชน์อะไร  อยากให้มีนโยบาย  "แปลงสินทรัพย์ให้เป็นที่สวนสาธารณะ" มากเลยครับ

 

คุณ sasinanda  ครับ

           ขอบคุณครับ จะพยายามหาเรื่องสนุกและสาระมาฝากบ่อยๆ ครับ

คุณจตุพร ครับ

        ขอบคุณครับที่ชมว่าเท่  กว่าจะวางท่า ตากล้องเล็งอยู่นานทีเดียวครับ

tuk
IP: xxx.24.37.249
เขียนเมื่อ 

先生は天理教の人ですか(私は天理教の人です)อ.นับถือศาสนาเทนริเคียวหรือเปล่าค่ะ(สว่นตัวนับถือศาสนาเทนริเคียวค่ะ)เคยไปเรียนศาสนาเทนริฯมา 3 เดือนค่ะเห็นภาพที่อ.เอามาให้ดูแล้วคิดถึงเมืองเทนริมาก(ยังมีที่หน้าสนใจ และหน้าศึกษาอึกมากค่ะในเมืองเทนริ)*v*สวัสดีค่ะ