การศึกษาสามเส้า คือการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจะต้องได้ดุลกัน ช่วยกันทำหน้าที่ให้ผู้คนได้ใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตได้จริงๆ รัฐบาลกำลังเร่งรัด พรบ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยู่ ซึ่งจะเสร็จทันภายในอายุรัฐบาล คมช.นี้ เพราะหากกฎหมายนี้ออกมาใช้บังคับ จะทำให้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ผู้คน 3/4 ส่วนของประเทศได้มีโอกาสที่จะได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้มากขึ้น มิใช่ส่งเสริมแต่ผู้คน 1/4 ซึ่งเป็นซีกส่วนของการศึกษาในระบบโรงเรียนอย่างเดียว

วันที่ 8 ก.ย.เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือและสำหรับประเทศไทยแล้วถือเป็นวันการศึกษานอกโรงเรียนอีกด้วย

2550 ปีนี้ไม่เน้นจัดแต่ที่ส่วนกลางที่เดียว แต่ส่งเสริมให้ กศน.ทั่วประเทศจัดกิจกรรมตามแต่จะสะดวก

อย่างไรก็ตามแม้จะไม่เน้นที่ส่วนกลางส่วนกลาง แต่ส่วนกลางก็ยังเป็นพระเอกอยู่ดี เพราะเป็นจุด kick off  ผมได้ดูช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดสดกิจกรรมของส่วนกลาง ระหว่างเวลา 10.00-11.00 น.ซึ่งถ่ายทอดจากสถานที่จัดงานคือสวนอัมพร ก็เห็นว่าได้สาระ เห็นบรรยากาศที่คึกคัก และมีความหวังที่จะได้เห็น กศน.เป็นเครื่องมือให้กับประเทศชาติได้ไม่น้อยทีเดียว

ได้ฟังสารนายกรัฐมนตรีซึ่งอ่านโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน

ได้เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน์ และผู้แทนยูเนสโก ร่วมกันลงเสาเข็ม(จำลอง) ตอกงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยลงในผืนแผ่นดินไทยให้หนักแน่นมั่นคงยิ่งขึ้น

ได้ฟังบรรยายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการราวครึ่งชั่วโมง ท่านพูดเกี่ยวกับว่า ทำอย่างไรให้งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจะได้มีความสำคัญทัดเทียมการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษาสามเส้า คือการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจะต้องได้ดุลกัน ช่วยกันทำหน้าที่ให้ผู้คนได้ใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตได้จริงๆ รัฐบาลกำลังเร่งรัด พรบ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยู่ ซึ่งจะเสร็จทันภายในอายุรัฐบาล คมช.นี้ เพราะหากกฎหมายนี้ออกมาใช้บังคับ จะทำให้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ผู้คน 3/4 ส่วนของประเทศได้มีโอกาสที่จะได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้มากขึ้น มิใช่ส่งเสริมแต่ผู้คน 1/4 ซึ่งเป็นซีกส่วนของการศึกษาในระบบโรงเรียนอย่างเดียว

ท่าน รมต.ศธ.ท่านได้ขยายความสาระของ พรบ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยไปอีกมาก โดยสรุปคือว่า  ใน พรบ.นี้ มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้สังคมเดินไปสู่สังคมเรียนรู้ สังคมฐานความรู้ สังคมอุดมปัญญา ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ด้วยการวิจัยและพัฒนาให้พอเพียงกับความจำเป็นใช้ นำความรู้ไปปรับใช้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดการความรู้ ทำอย่างไรให้ชีวิตการเรียน ชีวิตการงาน ไปด้วยกันได้ ไม่แยกออกจากกันไปตลอดชีวิต จะจัดสาระ กระบวนการเรียนรู้ใด วิธีการเรียนรู้ใด คุณธรรมใด ให้สอดคล้องกลมกลืนกับแต่ละบริบทพื้นที่

แต่ประเด็นท้าทายอย่างมากที่จะทำเรื่องนี้ได้ไม่ได้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า คือการผนึกกำลังกันของหน่วยงาน ภาคี และประชาสังคมต่างๆนั่นเอง หากหน่วยงาน ภาคี และประชาสังคมต่างๆสามารถผนึกกันได้ก็จะทำให้มีแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ผู้คนก็จะเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้สะดวกมากขึ้น สะดวกรู้ สะดวกเรียน สะดวกใช้ ต่อสู้กับกับความไม่รู้หนังสือในที่สุดไปสู่สังคมอุดมปัญญาได้

ผมฟังไปดูไปพร้อมกับเทียบเคียงกับที่ กศน.จังหวัดนครศรีธรรมราชทำอยู่ ก็เห็นว่าเราไปทางนี้อยู่แล้ว....คงจะต้องเร่งฝีก้าวกันต่อไป