วันที่ 8 ก.ย.เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือและสำหรับประเทศไทยแล้วถือเป็นวันการศึกษานอกโรงเรียนอีกด้วย
2550 ปีนี้ไม่เน้นจัดแต่ที่ส่วนกลางที่เดียว แต่ส่งเสริมให้ กศน.ทั่วประเทศจัดกิจกรรมตามแต่จะสะดวก
อย่างไรก็ตามแม้จะไม่เน้นที่ส่วนกลางส่วนกลาง แต่ส่วนกลางก็ยังเป็นพระเอกอยู่ดี เพราะเป็นจุด kick off ผมได้ดูช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดสดกิจกรรมของส่วนกลาง ระหว่างเวลา 10.00-11.00 น.ซึ่งถ่ายทอดจากสถานที่จัดงานคือสวนอัมพร ก็เห็นว่าได้สาระ เห็นบรรยากาศที่คึกคัก และมีความหวังที่จะได้เห็น กศน.เป็นเครื่องมือให้กับประเทศชาติได้ไม่น้อยทีเดียว
ได้ฟังสารนายกรัฐมนตรีซึ่งอ่านโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน
ได้เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน์ และผู้แทนยูเนสโก ร่วมกันลงเสาเข็ม(จำลอง) ตอกงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยลงในผืนแผ่นดินไทยให้หนักแน่นมั่นคงยิ่งขึ้น
ได้ฟังบรรยายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการราวครึ่งชั่วโมง ท่านพูดเกี่ยวกับว่า ทำอย่างไรให้งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจะได้มีความสำคัญทัดเทียมการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษาสามเส้า คือการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจะต้องได้ดุลกัน ช่วยกันทำหน้าที่ให้ผู้คนได้ใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตได้จริงๆ รัฐบาลกำลังเร่งรัด พรบ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยู่ ซึ่งจะเสร็จทันภายในอายุรัฐบาล คมช.นี้ เพราะหากกฎหมายนี้ออกมาใช้บังคับ จะทำให้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ผู้คน 3/4 ส่วนของประเทศได้มีโอกาสที่จะได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้มากขึ้น มิใช่ส่งเสริมแต่ผู้คน 1/4 ซึ่งเป็นซีกส่วนของการศึกษาในระบบโรงเรียนอย่างเดียว
ท่าน รมต.ศธ.ท่านได้ขยายความสาระของ พรบ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยไปอีกมาก โดยสรุปคือว่า ใน พรบ.นี้ มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อให้สังคมเดินไปสู่สังคมเรียนรู้ สังคมฐานความรู้ สังคมอุดมปัญญา ให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ด้วยการวิจัยและพัฒนาให้พอเพียงกับความจำเป็นใช้ นำความรู้ไปปรับใช้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดการความรู้ ทำอย่างไรให้ชีวิตการเรียน ชีวิตการงาน ไปด้วยกันได้ ไม่แยกออกจากกันไปตลอดชีวิต จะจัดสาระ กระบวนการเรียนรู้ใด วิธีการเรียนรู้ใด คุณธรรมใด ให้สอดคล้องกลมกลืนกับแต่ละบริบทพื้นที่
แต่ประเด็นท้าทายอย่างมากที่จะทำเรื่องนี้ได้ไม่ได้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า คือการผนึกกำลังกันของหน่วยงาน ภาคี และประชาสังคมต่างๆนั่นเอง หากหน่วยงาน ภาคี และประชาสังคมต่างๆสามารถผนึกกันได้ก็จะทำให้มีแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ผู้คนก็จะเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้สะดวกมากขึ้น สะดวกรู้ สะดวกเรียน สะดวกใช้ ต่อสู้กับกับความไม่รู้หนังสือในที่สุดไปสู่สังคมอุดมปัญญาได้
ผมฟังไปดูไปพร้อมกับเทียบเคียงกับที่ กศน.จังหวัดนครศรีธรรมราชทำอยู่ ก็เห็นว่าเราไปทางนี้อยู่แล้ว....คงจะต้องเร่งฝีก้าวกันต่อไป
ขอบคุณมากครับพี่ ที่นำข่าวคราวมาเล่าให้ฟัง ข้อความนี้น่าสนใจมากครับ สำหรับชาว กศน. การศึกษาสามเส้า คือการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจะต้องได้ดุลกัน ช่วยกันทำหน้าที่ให้ผู้คนได้ใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตได้จริงๆ รัฐบาลกำลังเร่งรัด พรบ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยู่ ซึ่งจะเสร็จทันภายในอายุรัฐบาล คมช.นี้ เพราะหากกฎหมายนี้ออกมาใช้บังคับ จะทำให้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ผู้คน 3/4 ส่วนของประเทศได้มีโอกาสที่จะได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้มากขึ้น มิใช่ส่งเสริมแต่ผู้คน 1/4 ซึ่งเป็นซีกส่วนของการศึกษาในระบบโรงเรียนอย่างเดียว แต่ คือการผนึกกำลังกันของหน่วยงาน ภาคี และประชาสังคมต่างๆนั่นเอง ตรงนี้ น่าคิดจริง ๆ ครับ ว่าจะทำอย่างไรให้คนอื่นเข้าใจงาน กศน. ผมเห็นว่า ใน G2K เรา ชาว กศน. คงต้องช่วยกัน ปชส.งาน กศน. ให้เครือข่ายรับรู้มาก ๆ ๆ ๆ ๆ ขึ้น
ท่านรองรัฐเขตครับ
พวกเราชาวกศน................ต้องลงไปทำงานร่วมกับ
เครือข่ายมากขึ้น ให้ความสำคัญกับเครือข่ายให้มากขึ้น
.......ประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้มากขึ้น
.......หลีกเลี่ยงชมรมชมกันเอง(ผู้ใหญ่กศน.ได้พูดฝากไว)้
.......คิดค้นกลยุทธ์ในการทำงานตลอดเวลา
.......ผมคิดว่าเราคงเดินไปข้างหน้าได้อย่างสง่างาม
คุณหมอนนทลีครับ
กลุ่ม ก๊วนของผม คุยกันแต่เรื่องการทำงานแบบนี้เสมอเลยครับ จึงมักจะเก็งทิศทางอะไรไม่ค่อยพลาด...คำกล่าวแบบนี้ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น.....ผมจ้อ คุยโม้มากไปแล้วมั่งเนี่ย เดี๋ยวคุยหมอจะเอียนเอา
ขอพูดต่ออีกหน่อย................. อยากเห็นส่วนกลางมอบอำนาจหรือกระจายอำนาจ
ให้สถานศึกษามากกว่านี้
สวัสดีครับ ท่าน ผอ.อดิสอน
ท่าน ผอ.อดิสอน ครับ
อำนาจในเรื่องอะไรครับที่ท่านอยากให้ส่วนกลางกระจายมาให้.........สาธยายหน่อยก็ดี ผมไม่ใช่ผู้บริหารจะได้รับรู้ด้วย.....ขอบคุณครับ
ยินดีเช่นกันครับ............ ท่านรองรัฐเขตเป็นคนบ้านเดียวกันและได้คุยถึงผลงาน
ของท่านไว้น่าชื่นชมครับ วันนี้จัดงานวันกศน.ของพะเยาเสร็จลงด้วยดี
เหนื่อยเอามากๆทำหน้าที่พิธีกรในเวทีใหญ่เลยอดไม่ได้
ไปชมกิจกรรมได้ทั่วงาน
กรณีชมรมชมกันเองของผม ประมาณว่าอะไร(กิจกรรม)ของเราที่ทำลงไปก็ดี
ไปหมดควรฟังมุมมองจากเครือข่ายไว้บ้างก็ดีครับ ขอบคุณครับ..............
ที่commentให้อยากมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างนี้มา
นานแล้วครับ
ยกตัวอย่างเช่น
1. การอนุมัติการขออนุญาตปฏิบัติราชการนอกเวลาปกติ
(ล่วงเวลา)เดิมศบอ.อนุมัติเองตอนนี้ให้สำนักผู้เบิกเป็น
ผู้อนุมัติ
2. การขออนุญาตไปราชการเมื่อเทียบกับสถานศึกษา
ของสพฐ สามารถอนุญาตไปราชการได้ทั่วประเทศ
ของเราถูกล็อคต่างจังหวัดต้องขออนูญาตไปที่ ศนจ.
ท่าน ผอ.อดิสอน ครับ
ท่าน ผอ.อดิสอนครับ
ยกตัวอย่างมาสองเข้า ผมเข้าใจแล้วครับ ว่าเรากระจุกอำนาจ กระจายอำนาจไปไม่ถึงเราจริงๆ
นั่นแน่...ท่านอดิสอนเอาจริงแล้วแฮะ....เยี่ยมจริง ๆ
พี่นงครับ เอาจริง ๆ เข้า ไม่ได้พักหรอก พรุ่งนี้ต้องไปขอนแก่นอีกละ อบรม รอง ผอ. ถึงวันพฤหัสบดีนู่น เริ่มที่ขอนแก่น สัญจรไปดูงานที่โคราช แล้วไปนอนต่อที่ฟาร์มโชคชัยอีก 1 คืน จะซึ่มซับบรรยากาศมาฝากครับ..... ส่วนเรื่องที่มุกดาหาร ยังไงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ......
วันนี้ได้ไปอ่านบันทึกของคุณครูหญ้าบัวที่เพชรบูรณ์ ได้ทราบว่าม.นเรศวรมี Mobile unit เข้าไปในชุมชนเพื่อเผยแพร่ความรู้ ทำให้คุณครูได้เรียนรู้การสร้างบล็อก เขียนบล็อก และมีกิจกรรมอื่นๆอีก ได้เห็นภาพของวงจรการเรียนรู้ที่เกิดได้แน่นอนค่ะ ครูนง หากภาคีทางการศึกษาทุกภาคส่วนเชื่อมโยงเข้าหากัน ตั้งใจไว้ว่า ถึงวันที่ลดภาระงานประจำลงได้จะไปขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวงจรนี้นะคะ
ท่านรองรัฐเขตน้องรัก
อ.โอ๋ ครับ
หากว่าเครือข่ายการศึกษาหรือเครือข่ายใดก็ตามสามารถเชื่อมเป็นข่ายการทำงานในแนวจัดการความรู้แบบข่ายใยแมงมุมได้ ก็สุดยอดเลยละครับ เราจะได้เพื่อนร่วมงานอีกตั้งมากมาย ผมกำลังทำแนวนี้อยู่ครับ...ที่นี่ครับ ชุมชนคน กศน.และ กศ.ตามอัธยาศัย ยินดีที่ อ.โอ๋ จะเข้ามาแจมๆด้วยครับ