ต้องเป็นห่วงเป็นใยคนที่เรารัก แต่อย่าถึงกับห่วงจนไปไหนไม่ได้ เพราะแฟนเราไม่ใช่นักโทษ ควรตั้งอยู่บนฐานของความเชื่อใจซึ่งกันและกัน

 

         ในยามรักกันใหม่ๆน้ำต้มผักก็ชมว่าหวาน แต่อยู่ไปนานๆ อะไรที่เคยดี ๆ หวาน ๆ ก็หายไปซะหมด คนที่เราคิดว่าสุภาพก็กลายเป็นดีหมดสภาพ คนที่คุยกันเข้าใจก็กลายเป็นคุยกันไม่เข้าใจ คนที่เราคิดว่าจะสามารถอยู่ฝากผีฝากไข้ได้ก็กลายเป็นผีเป็นนายผู้บังคับใช้เราแทน คนที่มีความสุขุมนุ่มนวลน่ารักก็กลายเป็นขุดหลุมชุ่มฆ่ามาลากลงหลุม บางทีคนที่เราคิดว่าใช่แล้วและเป็นคนดีก็กลายเป็นใช่ซะเมื่อไหร่หรือหามิได้...

        ทีแรกๆเคยดีก็กลายเป็นเกือบดีในเวลาต่อมา ที่เคยประทับใจก็กลายเป็นซ้ำอกซ้ำใจ ที่เคยคอยเอาใจเช้าเที่ยงเย็นก็หนีเช้าหนีเย็น บ่นเช้าบ่นเย็น นับวันหลายวันเข้าก็เริ่มหลายห่างว่างเว้นไปเรื่อย ๆ จากวันหนึ่งเอาใจ ๒๔ ชั่วโมงก็กลายเป็นเอาใจ ๔ ชั่วโมง และลดลงมาโดยลำดับ กลายเป็นหลายวันเอาใจทีหนึ่ง และห่างออกไปเรื่อย ๆ  นับจากแรกจีบกันโทรศัพท์หาวันละ ๓ หนเป็นอย่างน้อย พอนาน ๆ หน่อยมากๆก็โทรมาแค่เดือนละ ๓ หน แล้วก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับมา... กลายเป็นไปคนละแห่งละหนไม่พบกันอีกเลยปานดั่งว่าโลกนี้มันกว้างเกินไป...เรื่องการหาคนรักที่พร้อมร่วมสุขร่วมทุกข์หรือทุกข์ร่วมแก้ สุขร่วมเสพกะเรานั้นช่างยากเย็นเหลือเกิน...?

            เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีคนรักแล้ว เราจะถนอมคนรักไว้ได้อย่างไร จึงจะรักษาคนรักนั้นไว้ตราบเท่าชีวิตหรืออย่างน้อยก็ได้นานเท่าที่เรายังมีลมหายใจได้ โดยอยู่ด้วยกันอย่างเข้าใจ... ไม่หวานจนเลี่ยน ไม่ขมจนเอียน...ไม่ใช่ดีแต่ป้อนคำหวาน เช่น.... “ไม่อยากพูดถ้อยคำหวานๆ  กลัวคนมาอ่านแล้วอิจฉา จึงต้องพูดธรรมดาๆ ที่รักจ๊ะที่รักจ๋าคิดถึงจัง...  นี้ก็เลี่ยนไป...แต่พฤติการทำตรงกันข้ามกับพูด.....

              มีผู้รู้ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการรักษาความรักไว้ให้นานไว้น่าฟังมากคืออาจารย์โกศล คงสมปราชญ์ ท่านกล่าวว่าถ้าเราอยากถนอมรักไว้นานๆ เราควรฝึกตนเองให้มีนิสัยหรือพฤติกรรมที่ดีอันเป็นพฤติกรรมที่ใครๆก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่ดี เป็นพฤติกรรมที่น่าพอใจหรือวิธีถนอมความรักให้มั่นคง และท่านสรุปวิธีรักษาความรักให้ยั่งยืนไว้ดังนี้คือ :-

วิธีรักษารัก

๑. ต้องเป็นห่วงเป็นใยคนที่เรารักแต่อย่าถึงกับห่วงจนไปไหนไม่ได้ เพราะแฟนเราไม่ใช่นักโทษควรตั้งอยู่บนฐานของความเชื่อใจซึ่งกันและกัน 

๒. ให้เวลาคนที่เรารักเป็นส่วนตัวสักนิดเพราะนี้คือแฟนเรามิใช่นักโทษในเรือนจำที่จะต้องกักขังตลอด ๒๔ ชั่วโมงหรือแบ่งแยกว่าเป็นแดนหญิง แดนชายและจำกัดเวลาเข้าเวลาออก (นี้แฟนนะโว้ย..)

๓. รู้รัก-รู้จักแบ่งบัน (ฮักแพงแบ่งปัน)อะไรพอช่วยได้ก็ช่วยแต่อย่าช่วยจนอีกฝ่ายทำอะไรไม่เป็น "สอนวิธีจับปลาให้เขาดีกว่าการให้ปลา" (ภาษิตฝรั่งสอน)

๔. พูดไม่เข้าใจก็หัดง้อบ้าง  คนเราไม่ได้ตาทิพย์ หูทิพย์ พอที่จะรู้ว่าเราทำอย่างนี้แฟนเราจะเข้าใจเราบางอย่างเขาไม่เข้าใจทั้งที่เราไม่ได้ทำก็พยายามอธิบายให้เขาเข้าใจหรือยอมบ้างแล้วหลีกเลี่ยงพฤติกรรมนั้นๆ 

๕. อย่าชวนเลิกบ่อย (ในยามที่โมโห)เพราะชวนบ่อยๆคนมันก็มีระดับความอดทนจำกัดนะจ๊ะ.....ถ้าเลิกจริงๆแล้วจะรู้ว่า "ไม่มีเรา เขาก็อยู่ได้"

๖. อย่าให้เพื่อนตัดสินแทนซะทุกอย่าง  เพื่อนบางคนก็ดีเกินไปคิดแทนเราไปทุกเรื่องในที่สุดก็กลายเป็นแฟนเพื่อนแทน...

๗. อย่าโกรธบ่อยเกินไป และยามโกรธถ้าคุมอารมณ์ไม่อยู่อาจหยุดพูดบ้างแต่ถ้าใจเย็นแล้วก็ต้องพูดกันให้เข้าใจที่สำคัญไม่โกรธแหละดีกว่า  (สมดังสุภาษิตที่มาจากย่ามพระว่า.....ฆ่าความโกรธได้ย่อมอยู่เป็นสุข โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ.  สํ.ส. )

 ๘. อย่าผิดนัดบ่อยเกินไป  มีอะไรขัดขัดข้องข้องก็บอกล่วงหน้า ถ้าไม่พร้อมอย่านัด มันทำให้เสียความรู้สึกลึกๆ ที่ยากจะหาคำในพจนานุกรมภาษาไทยมาบรรยายความรู้สึกนี้ได้เพียงพอ...

๙. อย่าข่มเหงแฟนด้วยวาจาหรือกำลังต่อหน้าสาธรณชนเพราะแฟนเราก็คือคนเหมือนเรา  ควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน รักนั้นจะยืนยาว...

            ที่สำคัญเมื่อเราอยากให้เขาเป็นอย่างไร เราก็ควรทำอย่างนั้นกะเขาบ้าง อยากให้เขาประหยัดเราก็ต้องประหยัดบ้าง อยากให้เขาซื่อสัตย์เราก็ต้องซื่อสัตย์บ้าง ดีกว่าไปร่ำร้องให้อีกคนเป็นดังที่เราอยากให้เขาเป็น.. จงรักเขาถ้าอยากให้เขารัก ถ้าเขาไม่รักเราก็ยังดีกว่าที่เราได้รักเขาแล้ว (เขาโง่เองที่ไม่เลือกเราที่รักเขา) ....

แล้วคุณหละ...อ่านแล้วคิดว่ามีอะไรที่ควรเพิ่มจากแนวคิดนี้บ้าง อยากทราบจัง  ช่วยแนะนำด้วย.... คิดถึงเรื่องที่พ่อเคยเล่า แล้วอยากให้คุณอ่านดู