4 ม.ที่ต้องหลีกห่าง

   พี่น้อยไปอ่านพบบทความบทหนึ่งที่ประทับใจพี่น้อยมาก  เลยหยิบยกมาเล่าสู่น้องๆฟัง  ไม่ได้เปรียบเปรยกับหน่วยงานใด  หรือผู้ใดทั้งสิ้นแต่พี่น้อยว่ามีประโยชน์เลยให้ดาบหนองลงบทความให้                            4 ม. ที่ทำให้ผู้บริหารน่ารังเกียจ

 โดย  ดร.ประสิทธิ์  เครือสิงห์  ศน. 9  สปจ.สกลนคร

(ประชากรศึกษา  ปีที่ 51  ฉบับที่ 2 เดือนธันวาคม 2543-มกราคม 2544) 

1. เมา                  เมา  แบ่งออกเป็น 2 อย่าง  คือ  เมาสุราเมรัยและเมาอำนาจ  คนเมานั้นขาดสติ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย ผู้บริหารบางคนประพฤติตนเป็นนักดื่ม ซื้อดื่มกินเองก็พอทำเนา บางคนชอบให้ผู้น้อยซื้อให้กิน ผู้จ่ายเงินอาจเป็นครูอาจารย์ในโรงเรียนหรือผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งก็ล้วนแต่ไม่สมควร ยิ่งกินเหล้ากินเบียร์ในโรงเรียนและในเวลาราชการยิ่งน่ารังเกียจ เป็นการกระทำผิดวินัย บางคนเมาแล้วลวนลามหรือหาเศษหาเลยกับครูสตรี นี่คือเมาแรก เมาที่สองคือเมาอำนาจ ชอบใช้อำนาจเป็นธรรมไม่ใช่ใช้ธรรมเป็นอำนาจ คนเมาอำนาจไม่ต่างอะไรกับคนบ้า 

2.  มือสกปรก                มือสกปรกแปดเปื้อนไปด้วยคราบไคลทุจริต ประพฤติปฏิบัติการคอรัปชั่นบังหลวงและฉ้อราษฎร์ ชอบหาโอกาสและวิถีทางที่จะกินตามน้ำบ้าง ทวนน้ำบ้าง ลืมคิดไปว่าการโกงกินหรือการหาผลประโยชน์โดยมิชอบนั้น ผิดศีลข้อ 2 เพราะเป็นการประทุษร้ายและเบียดบังทรัพย์ผู้อื่น 

 3.  เมียเป็นใหญ่                เมียเป็นใหญ่ รวมทั้งปล่อยให้เมียก้าวก่ายในหน้าที่การงาน พวกนี้มีทั้งเมียอยู่นอกที่ทำงานและเมียอยู่ที่ทำงานเดียวกัน อาการกลัวเมียควรปรากฏเฉพาะที่บ้านไม่ควรให้เกิดขึ้นในที่ทำงาน เพราะจะทำให้เกิดความยุ่งยากลำบาก ผู้บริหารที่ปล่อยให้เมียเป็นใหญ่หรือก้าวก่ายหน้าที่ พังพินาศมาคนแล้วคนเล่า   

4.  มุทะลุ                มุทะลุ นิสัยนิยมเผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย คิดว่าข้าเก่งคนเดียว คนอื่นควรเงียบให้หมด ใครจะเสนออะไรผิดทั้งนั้น ใครจะคัดค้านอะไรไม่ยอมฟังเสียง บางครั้งอาจใจดีบ้างจนเผลอไผลให้คนอื่นเสนอความคิดบ้าง  แต่หลังจากฟังจนจบแล้วก็สรุปว่า ความคิดต่าง ๆ ที่เสนอกันมาก็ดีอยู่หรอก แต่อาจเกิดปัญหาได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ขอให้เอาตามความคิดของผู้มีอำนาจก็แล้วกัน                ผู้ช่างสังเกตบางคนกล่าวว่า มีผู้บริหารส่วนหนึ่งติดโรคระบาด โรคนี้แพร่หลายมาก เป็นโรคเกี่ยวกับความดันทุรัง