เลี้ยงวัวในตำรากับเลี้ยงวัวในคอก

ในชีวิตจริงของคนเลี้ยงวัวโดยทั่วไป ไม่มีใครเอาตาชั่งมาชั่งตวงวัดปริมาณของอาหารก่อนให้วัวกินอย่างแน่นอน

      อีกไม่กี่วันก็จะครบเดือนแล้วกับการเรียนรู้แบบตัวจริงเสียงจริงกับการเลี้ยงวัวที่กระโจนหนีไม่ได้เสมือนโดนเพื่อนถีบเข้าไปกลางเวทีที่มีไฟส่องหน้าให้แสดงบทบาทตัวละครอะไรสักบทจะหนีก็ไม่ได้เดี๋ยวอายคนดู

      แต่การเลี้ยงวัวเต็มตัวในเวทีของเรานี้ก็ใช่ว่าจะง่าย  ทุก ๆ วันจะต้องมีเรื่องต่าง ๆ มากมายดาหน้าเข้ามาให้คิดให้แก้อยู่เนือง ๆ

     โดยเฉพาะเรื่องอาหาร  ตามตำราการเลี้ยงวัวบอกว่า ปริมาณอาหารหยาบที่วัวจะได้รับในแต่ละวันนั้น จะคิดเทียบกับน้ำหนักตัวของวัว 15- 20 %  นั่นก็คือ ถ้าวัวหนัก 100 กิโลกรัม ก็ต้องได้รับอาหารหยาบ 15 - 20  กิโลกรัม (แล้วแต่พันธุ์) ถ้าน้ำหนัก 200 กิโลกรัมก็ต้องเพิ่มปริมารอาหารหยาบอีกเท่าตัว

     ในชีวิตจริงของคนเลี้ยงวัวโดยทั่วไป ไม่มีใครเอาตาชั่งมาชั่งตวงวัดปริมาณของอาหารก่อนให้วัวกินอย่างแน่นอน  ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้วิธีการกะประมาณเอา หรือสังเกตจากอาการของวัวมากกว่าว่าอิ่มหรือไม่อิ่ม  ถ้าวัวอิ่มวัวก็จะหยุดกินแล้วยืนพัก นอนพัก และเคียวเอื้องต่อ  โดยจะใช้เวลาวนเวียนในการกิน พัก และเคียวเอื้องประมาณ  3 ชั่วโมง  หรือสังเกตจากพุงวัวเป็นหลักถ้าพุงด้านซ้ายกางไม่มีแพบแปลว่าอิ่มแน่นอน

     ดังนั้นในรอบหนึ่งวันตั้งแต่ตะวันขึ้นจนถึงตะวันตกดินจะให้วัวกินอาหารอยู่สามรอบ

     แต่เมื่อมาเลี้ยงวัวจริง ๆ กลับพบว่าทฤษฎีที่ว่ามากลับใช้ไม่ได้ในวัวบางตัว เช่นวัวแม่มะลิที่ได้มา แม่มะลิกินได้ทั้งวันแทบไม่นอนพัก กินเสร็จยืนพักแป็บเดียวแล้วเคี้ยวเอื้องประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็กินต่อ ประเภทกินได้ไม่หยุดหย่อน

     อาจเป็นเพราะว่าก่อนหน้าที่อยู่กับเจ้าของคนเก่าแม่มะลิไม่ค่อยได้กินหญ้าสดจะกินแต่ฟางแห้ง พอมาเจอหญ้าสดมากก็เลยกินประชดชีวิตซะงั้น อีกทั้งเรายังเลี้ยงแบบผูกหลักไว้ในแปลงหญ้าในช่วงเช้าจนถึงบ่ายสองแล้วค่อยไล่ต้อนกลับคอก แล้วเกี่ยวหญ้าให้กินอีกรอบในตอนเย็น

    แม่มะลิก่อนกลับคอกก็กินมาจนอิ่มแปล้พุงกางจนเดินแทบไม่ได้ คิดว่าคงกินได้อีกไม่มาก

    แต่ที่ไหนได้เกี่ยวหญ้ามาเต็มรถเข็นคันใหญ่ใส่หญ้าจนเต็มสองราง คิดว่าคงกินไม่หมดและเหลือถึงพรุ่งนี้เป็นแน่ แต่ที่ไหนได้ตื่นเช้ามาหญ้าเกลี้ยงราง

    โอโฮ 15 - 20 % ของน้ำหนักตัวนี่ใช้ไม่ได้แล้วกับแม่มะลิ เพราะกินเยอะเหลือเกิน

    วันนี้จึงเปลี่ยนวิธีด้วยการให้หญ้าเพิ่มทันทีหลังกลับเข้าคอกและให้ฟางแห้งอีกครั้งตอน 18.00 น. กะให้กินให้จุใจไปเลย ที่ไม่ให้หญ้าสดตอนเย็นเพราะกลัวลูกวัวในท้องจะตัวใหญ่มากแล้วคลอดยาก  รอให้คลอดลูกได้ก่อนจากนั้นค่อยขุนให้อ้วนที่หลังก็ไม่เสียหลาย

   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จะเอาความรู้อะไรใส่ลงไปในโค

คำสำคัญ (Tags)#ปริญญาโท#หลักสูตร#พัฒนบูรณาการศาสตร์#มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี#km ในมหาชีวาลัยอีสาน

หมายเลขบันทึก: 125431, เขียน: 05 Sep 2007 @ 23:40 (), แก้ไข: 16 Jun 2012 @ 23:02 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก


ความเห็น (4)

  • สวัสดีครับอาจารย์
  • เห็นภาพแล้วนึกถึงบรรยากาศตอนเด็ก ๆ ครับ
  • แวะมาทักทายให้หายคิดถึงครับ

P

สวัสดีจ้าน้องหล้า

  • คึดฮอด (แต่กอดบ่ได้)แล้วทำไมไม่มาสวนป่าน้อ
  • ตอนนี้ที่สวนป่ากำลังมันส์  เพราะมีพลพรรคคนหน้าตามดีมารวมตัวกัน
  • มีพี่เสือ พี่องุ่นคนสวย น้องแตงโม
  • อ.ขจิตและเพื่อนจากเวียดนาม
  • น้องออตหน้ามน
  • แต่ขาดคนหน้าตาดีที่สุดอย่างสายลม
  • เลยเสียดายม๊าก มาก
  • แล้วส่งข่าวให้อิจฉาตาร้อนนะจ่ะ 555

ทุกทฤษฎีอยุ่ภายใต้เงื่อนไข

อยากให้ไปวนรอบงานของตัวเองดีกว่าครับ

P

  อาจารย์แสวงที่เคารพ

              ขอบคุณค่ะอาจารย์ ตอนนี้กำลังวนรอบงานเลี้ยงวัวเป็นหลัก เลยไม่ได้พูดถึงเรื่องการเลี้ยงวัวของชาวบ้านค่ะ

            การลงมือเลี้ยงวัวเองทำให้มองเรื่องต่างๆ เป็นเรื่องปกติไปหมด จนเกือบมองข้ามค่ะ  ยังดีที่พ่อครูช่วยกระตุ้นเตือนเป็นระยะๆ ค่ะ

         ขอบคุณค่ะ