สวัสดีครับ วันนี้จะมาเขียนเกี่ยวกับวงจรชีวิตครอบครัวไทยฉบับสมบูรณ์ เพราะผมเขียนไว้ทั้งหมด 4 ตอน บางคนอ่านจะอ่านตอนใดตอนหนึ่งทำให้ไม่สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนผมเลยนามารวมเป็นฉบับสมบูรร์ว่าเป็นอย่างไร เชิญเลยครับ
วันนี้ผมขอเขียนเรื่อง " วงจรชีวิตครอบครัวไทย" เราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวตั้งแต่เกิดจนตาย เพราะเมื่อเกิดมาก็อยู่ในฐานะของลูกเมื่อแต่งงานก็จะอยู่ในฐานะของสามีหรือภรรยา และเมื่อมีลูกก็จะอยู่ในฐานะพ่อแม่ แม้ว่าครอบครัวจะเป็นหน่วยสังคมที่เล็กที่สุดแต่ก็มีอิทธิพลต่อความคิด ทัศนคติ และค่านิยมในการใช้ชีวิตของคน ๆ นั้นเป็นอย่างมาก ซึ่งจากผลงานการวิจัยพบว่า1. ช่วงโสด (Bachelor Stage) ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของวงจรชีวิตครอบครัว โดยแนวโน้มด้านประชากรศาสตร์ของกลุ่มคนโสดจะมีอายุมากขึ้นเพราะมีการแต่งงานช้า อย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าภาคเอกชนหรือภาครัฐหรือธุรกิจส่วนตัว และพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินหรือการตัดสินใจซื้อสินค้าจะเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย นอกจากนี้ยังให้ความคาดหวังสูงกับการทำงานโดยอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการทำงาน
ช่วง 2 เริ่มต้นชีวิตคู่(Newly Married Coupies) จะเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายที่อยู่อาศัยหลังการแต่งงานทั้งการแต่งเข้าและแต่งออก กรณีของผู้ที่แต่งงานเข้าจะรู้สึกอีดอัดเพราะต้องปรับตัวให้เข้ากับครอบครัวของคู่สมรส แต่ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านของตนเองหลังแต่งงานจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเลย สำหรับพฤติกรรมการใช้จ่ายเงิน ผู้ที่อยู่อาศัยกับครอบครัวเดิมจะมีภาระค่าใช้จ่ายในบ้านค่อนข้างต่ำ โดยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นการจับจ่ายใช้สอยเพื่อตนเองและคู่สมรสในเรื่องการซื้อบ้านใหม่ ในขณะผู้ที่แต่งออกจะได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวเดิมในการซื้อบ้านและรถยนต์หรือการให้เงินก้นถุงเพื่อสร้างครอบครัวใหม่ ทำให้ค่าใช้จ่ายมากกว่าผู้ที่อาศัยกับครอบครัวเดิม และเมื่อวางแผนจะมีบุตรก็จะให้ความสำคัญกับการออมมากยิ่งขึ้นด้วยการลดซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย นอกจากนี้ยังตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารเสิรม การทำประกันชีวิตและการประกันสุขภาพ การแต่งงานทำให้ทัศนคติและค่านิยมของบุคคลเปลี่ยนจากช่วงเป็นโสด วงจรชีวิตครอบครัวไทย 3 ช่วงชีวิตครอบครัวลูกอ่อน(Ful Nest)วงจรชีวิตครอบครัวไทย จะเขียนถึงช่วงที่ 3 นะครับ โปรดติดตามครับท่านโดยเฉพาะจอมแซวอย่างน้องออน แห่งBBLหาดใหญ่( ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า) 3. ช่วงชีวิตครอบครัวลูกอ่อน(Ful Nest) เป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่มีปัจจัยมาจากเวลาที่ต้องจัดสรรใหม่ เพราะต้องแบ่งเวลาที่เหลือจากการทำงานมาให้กับลูก ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายและวิธีการใช้จ่ายเงินและวิธีการคิดที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จะทำอะไรด้วยความรอบคอบมากขึ้น ยอมรับความเสี่ยงได้น้อยลง มีการวางแผนอนาคตครอบครัวล่วงหน้าโดยจะให้ความสำคัญกับลูกและค่สามรสเป็นหลัก นอกจากนี้การสร้างครอบครัวใหม่ของครอบครัวไทยยุคนี้ส่วนหนึ่งยังต้องพึ่งพิงกับครอบครัวเดิมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งในด้านเกี่ยวกับการเงิน เช่น การที่ครอบครัวเดิม(พ่อแม่) ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือให้ยืมเงินหรือการรับลูกเขยหรือลูกสะใภ้เข้ามาอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน ฯลฯ ทำให้ไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มากนัก เพราะจำเป็นต้องมีที่อยู่อาศัยที่ดี มีรถ และมีคนช่วยดูแลลูกกรณีทำงานนอกบ้านทั้งคู่ 4. ช่วงครอบครัวปลดภาระ (Empty Nest) เป็นช่วงที่ลูกมีงานและรายได้เป็นของตนเอง ซึ่งจะเป็นช่วงที่พ่อแม่ปลอดภาระจากการรับผิดชอบดูแลลูกจะทำให้พ่อแม่มีความรู้สึกสบายใจ ลดความกังวลใจเพราะรู้สึกว่าลูกสามารพเลี้ยงตนเองได้ แต่ก็ยังรับภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้านทั้งหมด ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอาหาร เหมือนกับช่วงที่ลูกยังเรียนหนังสืออยู่ และสำหรับลูกที่แต่งงานแยกครอบครัวไปแล้ว ก็ยังรับภระช่วยเหลือค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ของลูกที่เกี่ยวกับค่าซื้อบ้าน ซื้อรถ ฯลฯ นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมทางสังคมด้วยการบริจาคเพื่อการกูศลต่าง ๆหรือเป็นสมาชิกในองค์กรการกุศล สำหรับความสุขในชีวิตประการแรก คือ การมีครอบครัวที่อบอุ่น ลูกหลานอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาและลูกประสบความสำเร็จในชีวิต ประการที่สอง คือ ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน รู้สึกตนเองมีคุณค่าเป็นที่ยอมรับในสังคมไม่เป็นภระของผู้อื่นรวมทั้งไม่มีภาระหนี้สินใด ๆ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการหาความสุขให้ตนเองด้วยการทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น การศึกษาพระเครื่อง ศึกษาธรรมะ เป็นต้น การเรียนรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตครอบครัวก็เหมือนกับมีลายแทงอยู่ในมือ ทำให้มองเห็นหนทางหรือเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้และสามารถเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อเดินทางผ่านช่วงเวลาดังกล่าวได้อย่างราบรื่น ************** <p> </p>