ธรรมะรับอรุณ : กรรมเก่า


กรรมเก่า

พุทธศาสนาถือว่ากรรมเก่านั้นมันเสร็จไปแล้ว  เราย้อนกลับไปทำหรือไม่ทำอีกไม่ได้...

...แต่เรามีทางใช้ประโยชน์จากมันได้  คือในแง่ที่จะเป็นบทเรียนแก่ตนเอง  รู้จุดที่จะแก้ไขปรับปรุง  และการที่จะรู้จักพิจารณาไตร่ตรองมองเห็นเหตุผล  ทำให้เป็นคนหนักแน่นในเหตุผล  พร้อมทั้งทำให้เป็นคนรู้จักรับผิดชอบตนเอง  ให้รู้จักพิจารณาว่าผลที่เกิดกับตนเอง  เกี่ยวข้องกับการกระทำของตัวเราอย่างไร  ไม่มัวโทษผู้อื่นอยู่เรื่อย  และไม่ใช่มัวรอรับแต่ผลของกรรมเก่า


พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)

หมายเลขบันทึก: 125114เขียนเมื่อ 5 กันยายน 2007 03:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 เมษายน 2012 00:13 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (15)

ฟังธรรมตามกาล เป็นมงคลชีวิต

ขอบคุณครับ

  • มีเก่า-ใหม่ด้วยนะกรรมนี่น่ะ
  • ก็มันกำลังเกิดอยู่เห็นๆตำตาแท้ๆยังว่าเก่าว่าใหม่ได้
  • ไม่ไหวเลยสหายเรา
P

สวัสดี และยินดีต้อนรับครับ

จะพยายามหามาให้อ่านกันทุกเช้า  ว่างๆ ก็ขอเชิญมาอ่านได้ครับ  ไม่แสดงความเห็นก็ไม่เป็นไรครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

P

สวัสดีครับสหายณัฏฐ์

  • ด้วยรู้ว่าตัวเองไม่แตกฉาน หรือรู้เรื่องธรรมระดับอนุบาลเท่านั้น
  • จึงตัดสินใจเขียนบันทึกโดยยกธรรมะ หรือคำสอนของบรรดาครูบาอาจารย์ต่างๆ ที่ถือว่าท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมานำเสนอให้อ่าน
  • จนแล้วจนรอดก็ถูกตีแสกหน้าอีกจนได้
  • แต่ไม่เป็นไรครับ ผมหน้าด้าน 5555
  • คำว่ากรรมเก่า กรรมใหม่ นั้น ท่านคงใช้สื่อสารกับคนธรรมดา  เพื่อจะได้คุยกันรู้เรื่อง กระมังครับ  เพราะถ้าใช้ภาษาระดับสูงก็ไม่มีใครฟัง
  • เพราะถ้าพูดว่าทุกอย่างมันเป็นกระแสแห่งปฏิจจสมุปบาท  เลื่อนไหลไปตามเหตุปัจจัย
  • เหมือนดั่งกระแสน้ำที่เราบอกไม่ได้ว่าที่จุดไหนเป็นน้ำเก่าน้ำใหม่กว่ากัน
  • ธรรมะที่ท่านใช้สอนจึงต้องสอนให้เหมาะกับคนแต่ละระดับ  เพราะถ้าฟังไม่รู้เรื่องคนหมู่มากจะไม่สนใจกัน  แต่เมื่อเอาเรื่องกรรมเก่ากรรมใหม่มาขู่  ก็อาจมีคนหันมาสนใจ  เมื่อสนใจก็อาจศึกษาต่อยอดได้
  • ก็เหมือนก้บที่ผมไปอ่านของสหายฉัฏฐ์นั่นแหละครับ  อ่านทีไรได้เลือดกลับมาทุกที อิอิ

ธรรมะสวัสดีครับ

สวัสดีค่ะคุณธรรมาวุธ

  • เมื่ออ่านบันทึกนี้ สำหรับความรู้สึกและความนึกคิดของแหววจะบอกว่า "ใช่เลย" ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จากประสบการณ์ของตนเอง และทำให้คิดแบบนี้ คือรู้สึกดีขึ้น ลดการโทษคนอื่น และหันมาปรับปรุงตนเอง เป็นบทเรียนในการที่จะกระทำกิจต่อไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากบางครั้งผลของกรรมเก่า (คือผลของการกระทำที่แล้วมา) ก่อเหตุปัจจุบันที่ไม่ดีกับเรา  ซึ่งทบทวนไปมาหลังจากโทษโน่น โทษนี่อยู่บ้าง เนื่องจากว่าตอนที่ทำ เราคิดว่าเราหวังดี ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เหนื่อยยากและทนทุกข์กว่าจะสำเร็จ แต่ทำไมต้องเจ็บปวดกับพฤติกรรมของคนที่มีต่อเรา...ใช้สติคิดดูให้ดีก็จะพบว่า ครั้งนั้นที่เราหวังดี แต่มันมิได้อยู่บนความต้องการของเขา อีกทั้งอาจสร้างความทุกข์ใจ เช่นทำงานหนักเพื่อองค์กร...แค่นี้ ก็พอผ่อนคลายและหายเป็นปลิดทิ้งว่า...ก็สมแล้วจากที่เราเคยกระทำไว้ ด้วยไม่ลึกซึ้งถึงใจคนเพียงพอ...ผลแห่งการกระทำให้ผู้อื่นทุกข์ใจ(ด้วยไม่ได้ตั้งใจ) นั้น..เขาก็ย่อมไม่ชอบเรา หรืออาจพาลโกรธเรา ไงล่ะ...(เมื่อสำนึกแบบนี้ได้ ไอ้ที่ตอนแรกหลงไปโกรธเขาอยู่ ก็จะหายไปเอง)
  • ยังมีอีกหลายเรื่องหลายราว...สำหรับคนที่มิได้รู้เรื่องกรรมเก่าในชาติก่อนอย่างแหวว  แค่ชาติปัจจุบันของชีวิตในแต่ละวันก็พบกรรม ในวงจรของทุกข์อยู่มากมาย โดยใช้หลักของอริยสัจจ์  4 คือดูเหตุและผลแห่งทุกข์ ซึ่งก็จะพบว่ามันมีกรรมวนเวียนซ้ำซ้อน เป็นกงกรรมกงเกวียน (เพราะมันเหมือนล้อเกวียนไง) ที่หมุนต่อกันไปเรื่อย ไม่ขาดสาย
  • นี่แหละความเข้าใจธรรมะ ภาษาบ้านๆ แบบ พื้นๆ ง่ายๆ ในชีวิตคนทำงานและยังไม่แตกฉานด้านธรรมะ...เพียงแค่พอเลี้ยงตัวไปวันๆ อย่างแหววไงคะ...อย่างน้อยก็ทำให้ลดโทสะ และมีความสุขในชีวิตที่มากขึ้นๆ ประสานงานกับผู้อื่นได้ดีขึ้นมากๆ ก็รู้สึกว่าคุ้มและพึงพอใจ เพราะ เราได้สร้างกรรมดีใหม่จากการที่ไม่มัวโทษผู้อื่นอยู่เรื่อย  และไม่ใช่มัวรอรับแต่ผลของกรรมเก่า 

ธรรมะสวัสดีค่ะ.

P

สวัสดีครับคุณแหวว

  • ช่วงนี้ผมกำลังฟังธรรมเทศนาของพระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช อยู่ครับ
  • ผมเคยฝึกปฏิบัติแบบยุบหนอพองหนอ
  • ผมเคยศึกษาอานาปานสติ
  • แต่ทั้งสองอย่างนั้นก็แบบงูๆ ปลาๆ ครับ เพราะมันยังมีข้อกังขาหลายๆ ข้อ เลยทำให้ตัวเองเคร่งเครียด
  • มาตราฐานที่ผมตั้งไว้ในใจมีสองข้อ คือ 1. ต้องใช้ได้กับชีวิตประจำวันทุกอิริยาบท  2.เป็นไปในหลักของมหาสติปัฏฐานสูตร
  • มาวันนี้ฟังธรรมของพระอาจารย์ปราโมช  รู้สึกว่าตอบคำถามผมได้หมด
  • ทำให้ใจแช่มชื่น และลองทำวันสองวันก็รู้สึก  ทันอารมณ์ปัจจุบันได้บ้าง
  • น่าสนใจทีเดียวครับ  คิดว่าจะลองแนวทางนี้สักครั้ง
  • เรื่องอารมณ์ที่เรามีต่อคนอื่น เช่น อารมณ์โกรธเวลาใครมาชี้หน้าด่า  คนอื่นก็จะมองแต่หน้าคนที่ด่าเรา  แล้วก็นึกโกรธไปต่างๆ นานา  ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ  ท่านว่าเรากำลังหลง
  • วิธีที่ท่านแนะนำคือ มาดูความโกรธของตัวเอง  ว่ามันเกิดขึ้น เมื่อเรามีสติดูอารมณ์นี้ก็จะดับชั่วขณะ  พอเรามองหน้าเขาอีกถ้าโกรธอีกก็ทำเช่นเดิม  เมื่อนั้นความโกรธก็จะทุเลา  แล้วเราอาจสนทนากับเขารู้เรื่อง  อย่างน้อยก็ไม่อยากราวีกับเขา
  • แต่ที่ทำแบบนี้ท่านไม่ได้บอกว่าใช้เพื่อดับความโกรธ  เพียงแต่สร้างเหตุปัจจัยให้มันดับเท่านั้น เราไม่สามารถดับหรือสร้างความโกรธมาเองได้
  • ถ้าทำเช่นนี้เราก็ไม่ต้องกังวลกับกรรมเก่า และกรรมใหม่(ที่ก่อให้เกิดภพชาติ) ก็ไม่ถูกสร้างขึ้น
  • ท่านว่าประมาณนี้ครับ  ถ้าจำผิดก็ขอขมาท่านอาจารย์ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ธรรมะสวัสดีครับ

อือม์...ติดตามดูจอมยุทธ์รุ่นเยาว์...

 

เก่า-ใหม่ไม่ว่ากัน...แต่ใจรู้สึกสงบขึ้นเมื่อพบน้องทั้งสอง...

 

เรื่องกรรมเก่า-ใหม่ ทำให้พี่ใช้เวลาทบทวนดูว่า... ปัจจุบันกาลได้อภัยให้ผู้ที่(คิดว่า)เป็นศัตรู...จนดับสิ้นไม่มีเหลือแล้วจริงหรือไม่...

 

หากมีคนมาบอกว่า...เขาเกลียดเรามากที่สุดในชีวิต...พี่จะตอบกลับไปว่า...ผมรักเขามากที่สุดในชีวิตเช่นกัน...(ที่ทำให้เรารู้...เรียนรู้...และติดตามตรวจสอบอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง)

สวัสดีตอนพักเที่ยงค่ะ คุณธรรมาวุธ

  • ต้องรีบเข้ามาคุยก่อน เพราะกลางวันต้องพักงีบ(พักผ่อนกายและใจค่ะ...)และก็เสาร์-อาทิตย์จะหลีกจากสังคมงาน ไปปฏิบัติธรรมแบบมีรูปแบบที่วัด เติมกำลังตั้งมั่นแห่งจิตและการตามรู้ค่ะ
  • แหววจะฟัง CD พระปราโมทย์ทุกวันเพราะอยู่ในรถค่ะ...ชอบมากๆเข้าใจดี..เตือนสติได้ทุกวัน...ยิ่งฟังยิ่งได้ค่ะ
  • สำหรับข้อคิดเห็นของแหววอีกอย่างหนึ่งก็คือ กรณีที่เราพึ่งเริ่ม หรืออยู่ขั้นอนุบาลด้านการตามรู้ด้วยจิตเป็นกลาง ความโกรธจะมาทักทายได้บ่อยมาก ตามรู้แล้ว พอดับไป ก็มาใหม่อีก เรื่อยๆ (น้องๆ รุ่นปฏิบัติใหม่ก็จะถามๆกัน ก็ต้องตอบว่า มันเป็นธรรมชาติเช่นนั้นเอง ห้ามไม่ได้ ให้รู้ไป) ซึ่ง ณ ช่วงการฝึกปฏิบัติแรกเริ่มนั้น ถ้าใช้แนวคิดเรื่องกรรม และหลักอื่นๆมาประกอบด้วย จะทำให้ความโกรธหายไป โดยไม่ต้องบังคับเช่นกัน ด้วยมีความรู้สึกรักและเมตตาในมนุษย์และคนอื่นเหมือนกัน อีกทั้งเข้าใจว่ามีที่มาที่เขาต้องเป็นอย่างนั้น
  • สรุปของแหววที่เคยปฏิบัติมาก็คือ ฝึกปฏิบัติด้านการเจริญสติไปด้วย (สติปัฎฐาน 4 ซึ่งต้วมเตี้ยมมาก) และก็เรียนรู้เรื่องกรรมไปด้วย..เจริญเมตตาธรรมไปด้วย...ใช้หลักอริยสัจจ์ 4 ไปด้วย และก็พยายามรักษาศีล 5 ให้ดีที่สุด (เกือบจะบริสุทธิ์ให้มากที่สุดถ้าทำได้) ก็รู้สึกว่าอะไร ๆ ดีขึ้นมาก...โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับผู้อื่นในฐานะผู้ประสานงานทั้งในหน่วยงานและเครือข่าย รวมทั้งในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งและข้อร้องเรียน
  • เลยคุยเยอะเลยคราวนี้...สงสัยกลัวไม่ได้คุยอีก 2-3 วัน
  • ขอบคุณนะคะ..กับการทบทวนธรรม

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ.....จงทำประโยชน์และทำความดีเพื่อแผ่นดิน...ขอขอบคุณ

P

สวัสดีครับท่านเลขาฯ

เคยมีคนถามท่านอาจารย์พุทธทาสว่า จะทำอย่างไรให้ทำทุกสิ่งอย่างดีที่สุด  ท่านอาจารย์ก็ตอบว่า ให้ทำเหมือนกับวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต

เมื่อคิดได้เช่นนั้น  เราก็จะไม่มีเวลาไปทำชั่ว  หรือไม่มีเวลาไปโกรธเกลียดใครหรอกครับ  ยกเว้นคนที่มีความชั่ว ความโลภในกมลสันดาลจริงๆ

ถ้าเราสามารถมอบความรักแด่คนที่เราเกลียดเราที่สุดในโลกได้  เมื่อนั้นเราก็รักคนทุกคน  รักในเพื่อนมนุษย์  อย่างไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก  ว่างๆ วานท่านเลขาฯ เอาไปบอกท่านผู้นำทั้งหลายบ้างนะครับ  ประเทศไทยจะได้เย็นลงครับ 5555

ธรรมะสวัสดีครับ

P

สวัสดีครับคุณแหวว กัลยาณมิตรที่ไม่เคยประมาทในชีวิต

ศีลนั้นสำคัญจริงๆ ครับ  เพราะเป็นเหมือนเครื่องป้องกันภัยให้ชีวิตเรา  ขาดศีลข้อใด(เต็มๆ ข้อ)  ก็ปฏิบัติธรรมได้ยากมาก  นอกจากมีเหตุปัจจัยถึงพร้อมจริงๆ

ศีล หมายถึงความเป็นปกติ  ก็หมายความว่าเราเป็นคนปกติ  เมื่อเป็นคนปกติก็ปฏิบัติธรรมได้ง่ายกว่าคนผิดปกติ

ผมว่าความโกรธที่มาเยี่ยมคุณแหววบ่อยๆ นั้น เป็นอาจารย์ที่ดีต่อคุณแหววมากครับ  ยิ่งมีสภาวะธรรมมาให้เห็นบ่อยๆ ก็หมายความว่าเรามีสติบ่อยเหมือนกัน  ไม่ใช่ว่าโกรธไปแล้วพรุ่งนี้ถึงจะรู้  อันนี้ก็สายไปครับ

ท่านว่า เมื่อโกรธเสร็จก็ให้รู้ว่าโกรธ  แต่อย่าเข้าไปรู้ในเนื้อหาที่โกรธ  เมื่อนั้นจิตเราก็คุ้นชินกับกุศลจิต เพราะเราสร้างเหตุให้เกิด  เมื่อคุ้นชินบ่อยๆ สติก็มีมาก  เมื่อนั้นมหาสติก็ถึงพร้อม  เป้าหมายที่เราหวังไว้ก็ใกล้เร็วขึ้นครับ

ขอให้มีจิตแจ่มใส มีกายแข็งแรง เจริญในธรรมครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

P

สวัสดี และยินดีต้อนรับครับ

ยินดีกับปณิธานที่จะทำความดีเพื่อแผ่นดินครับ  ว่างๆ มาอ่านธรรมะตอนเช้าเพื่อความสดชื่นเจริญสติก่อนทำงานนะครับ

ธรรมะสวัสดีครับ

เห็นทีจะเป็นธรรมะก่อนอาหารค่ำแน่แล้วเพราะไม่เคยได้ออนไลน์รับอรุณเลยสักที 

ยามเช้าเป็นเวลาไล่ต้อนลิงน้อยเข้าห้องเรียนค่ะ ^_^

กิจกรรม "จดหมายข่าวคุณธรรม" ของตา ดำเนินไปกว่า 70 เปอร์เซ็นแล้ว   ช่วงนี้เป็นการเปิดบ้านคุณธรรมนำเสนองานกัน  เหนื่อยแต่เสียงตอบรับดีก็ดีใจค่ะ  เผื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างสังคมคุณธรรมกับเขาบ้างไง  

เห็นทีจะเป็นธรรมะก่อนอาหารค่ำแน่แล้วเพราะไม่เคยได้ออนไลน์รับอรุณเลยสักที 

ยามเช้าเป็นเวลาไล่ต้อนลิงน้อยเข้าห้องเรียนค่ะ ^_^

กิจกรรม "จดหมายข่าวคุณธรรม" ของตา ดำเนินไปกว่า 70 เปอร์เซ็นแล้ว   ช่วงนี้เป็นการเปิดบ้านคุณธรรมนำเสนองานกัน  เหนื่อยแต่เสียงตอบรับดีก็ดีใจค่ะ  เผื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างสังคมคุณธรรมกับเขาบ้างไง  

เห็นทีจะเป็นธรรมะก่อนอาหารค่ำแน่แล้วเพราะไม่เคยได้ออนไลน์รับอรุณเลยสักที 

ยามเช้าเป็นเวลาไล่ต้อนลิงน้อยเข้าห้องเรียนค่ะ ^_^

กิจกรรม "จดหมายข่าวคุณธรรม" ของตา ดำเนินไปกว่า 70 เปอร์เซ็นแล้ว   ช่วงนี้เป็นการเปิดบ้านคุณธรรมนำเสนองานกัน  เหนื่อยแต่เสียงตอบรับดีก็ดีใจค่ะ  เผื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างสังคมคุณธรรมกับเขาบ้างไง  

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี