สมบัติบ้าในวัด : หนังสือและเอกสาร

สำหรับพวกสะสมหนังสือ และถ้าเป็นครูบาอาจารย์ก็อาจรวมเอกสารอื่นๆ อีกด้วย คงจะมีปัญหากับการจัดเก็บหนังสือและเอกสารอยู่บ้างไม่มากก็น้อย..............

ตามวัดทั่วไปมักจะมีหนังสือเกะกะตามกุฏิต่างๆ แม้ว่าบางกุฏิอาจมีตู้ใส่หนังสือยู่บ้างก็ตาม... หนังสือในวัดมีหลายประเภท ซึ่งตามที่ผู้เขียนเห็นๆ ก็อาจจำแนกได้ดังนี้

หนังสือสวดมนต์ รุ่นก่อนก็มีเจ็ดตำนาน สิบสองตำนาน รุ่นใหม่ก็มีมนต์พิธี ... เจ็ตตำนานและสิบสองตำนานนั้น เดียวนี้ไม่เป็นที่นิยมของพระ-เณร เพราะตัวอักษรเรียงกันเป็นพืด และที่พิมพ์ผิดพิมพ์ตกก็เยอะ... แต่็หนังสือเจ็ตตำนานสิบสองตำนานนี้ก็ยังมีขาย และยังมีผู้นิยมซื้อมาใช้โดยการรู้เท่าไม่ถึงการ... ทำนองว่า สมัยปู่หรือพ่อบวชใช้เจ็ตตำนาน จึงสั่งลูกหรือหลานว่าให้ไปซื้อเจ็ดตำนาน... ประมาณนี้

ต่อมามีหนังสือใหม่ชื่อ มนต์พิธี รวมเอาเจ็ตตำนานกับสิบสองตำนานไว้ในเล่มเดียวและจัดวรรคตอนใหม่ จึงง่ายต่อการเรียนและท่องจำ ดังนั้นพระเณรรุ่นใหม่จึงนิยมมนต์พิธีมากกว่า... มนต์พิธี มีหลายผู้รวบรวมเหมือนกัน เช่น สมุห์เอี่ยม หรือ จ.เปรียญ ฯลฯ (ไปลอกมา มิใช่แต่งเอง) 

นอกจากนั้นก็มี สวดมนต์ฉบับหลวง สวดมนต์แปล ... ซึ่งผู้เขียนรวบเรียกว่า หนังสือสวดมนต์... หนังสือสวดมนต์ทั้งหมดนี้ ก็มีเข้าวัดมาเรื่อยๆ แต่ก็มีผู้ใช้ฉีกขาดหรือตั้งไว้ตากฝน ชำรุดเสียหายไปเรื่อยๆ เหมือนกัน...

...........

หนังสือนักธรรม-บาลี ก็มีอยู่ในวัด สำหรับหนังสือนักธรรมอาจมีทั่วไปตามวัดต่างๆ... ส่วนหนังสือบาลีก็อาจมีตามวัดในเมืองที่เป็นหรือเคยเป็นสำนักเรียนบาลี.... หรือเคยมีพระ-เณรเรียนบาลีในวัดนั้นแล้วก็ทิ้งไว้เป็นสมบัติบ้าในวัด....

หนังสือนักธรรม-บาลีเหล่านี้ สำหรับผู้สนใจก็ได้อ่านเล่นบันเทิงใจและปัญญา... แต่บางเล่มก็ไม่ใช่คนทั่วไปจะอ่านได้ เช่นที่เป็นบาลีล้วนๆ หรือที่อธิบายไวยากรณ์ชั้นสูง... ที่อ่านได้สะดวกก็จำพวกนิทานธรรมบท อธิบายกระทู้ธรรมหรือจำพวกพุทธประวัติ...

พระ-เณรที่รังเกียจในการศึกษาเล่าเรียนบางรูปก็อาจเห็นหนังสือเหล่านี้ไร้ค่า... แต่หลวงตาบางรูปชอบอ่านหนังสือ ใช้เวลาหลายๆ ปีอ่านหนังสือเหล่านี้กลายเป็นผู้คงแก่เรียนที่หลบซ่อนอยู่ในวัดก็มี (ผู้เขียนเคยเจอหลายท่าน)

............. 

หนังสืออื่นๆ เช่น หนังสืออนุสรณ์ต่างๆ มีที่พิมพ์แจกตามงานศพเป็นต้น... หนังสือของพวกเด็กวัด ซึ่งเคยอาศัยวัดเพื่อเรียนหนังสือ เมื่อออกไปแล้วหนังสือบางส่วนก็ทิ้งไว้ในวัด มีตั้งแต่หนังสือระดับประถมมัธยมจนถึงระดับปริญญา....

ผูกเทศน์ รุ่นเก่าก็เป็นใบลาน รุ่นใหม่ก็เป็นกระดาษพับเลียนแบบใบลาน... รุ่นใหม่ๆ ก็อาจเก็บไว้อย่างดี แต่บางผูกเก่าๆ อาจมีใครทิ้งลืมไว้กลายเป็นรังหนูจนใช้การไม่ได้... จำได้ว่าผู้เขียนเคยเก็บชิ้นส่วนผูกเทศน์เหล่านี้มาเผาหลายครั้งแล้ว เพราะเหลือเพียงชิ้นส่วน ไม่เป็นเรื่องเป็นราวที่จะควรจะเก็บไว้ใช้งานต่อไป....

............

อันที่จริง เดิมทีผู้เขียนต้องการที่จะบ่นเฉพาะหนังสือและเอกสารของผู้เขียน แต่เห็นว่าควรจะบ่นเป็นสมบัติบ้าในวัดก็เลยเล่ารวมๆ กันไป...

ห้องผู้เขียนรกรุงรังด้วยหนังสือและเอกสารเต็มที่แล้ว... สองวันก่อนตั้งใจจะจัดเก็บหนังสือ แต่ได้เพียงกวาดพื้นห้องนิดเดียว แม้ตอนนี้ก็ยังคงกองไว้เต็มห้องเหมือนเดิม ทำนองว่าขี้เกียจเหลือเกิน... ประมาณนั้น

เมื่อแรกบวช ผู้เขียนจะเก็บหนังสือไว้เป็นกลุ่มๆ ซึ่งมีไม่มากนัก ง่ายต่อการจัดเก็บ... แต่ปัจจุบันนี้ เบื่อที่จะแยกประเภท เพราะมีหลากหลายเกินไป... ๒-๓ ปีมานี้ จึงมีความฝันอันสูงสุด ว่าจะทอดผ้าป่าหาัปัจจัยซ่อมชั้นล่างของกุฏิ แล้วจัดทำเป็นห้องสมุดส่วนตัว... ประมาณนั้น 

เอกสารก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นใบแจ้งหนี้ค่าโทรศัพท์บ้าง ใบเสร็จบ้าง เดือนหนึ่งก็หลายใบ และใบคำสั่ง หรือระเบียบการอื่นๆ บ้าง... จำได้ว่าผู้เขียนเก็บใส่ถังเต็มถังพาทิ้งก็หลายครั้งแล้ว แต่เก็บทุกครั้งก็ได้มาเต็มถังอีกทุกครั้งเหมือนเดิม.... ประมาณนี้

.........

หนังสือและเอกสารทั้งที่เป็นสมบัติวัดทั่วๆ ไป และทั้งที่เป็นของส่วนตัว... จัดเป็น สมบัติบ้า ได้เช่นเดียวกัน เพราะจะทิ้งก็เสียดาย รู้สึกว่ายังมีคุณค่าอยู่... แม้จะมีการทิ้งไป หรือบริจาคไปบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็มีมาใหม่เสมอ จึงยังคงเป็นสมบัติบ้าคู่กับวัด และในส่วนของผู้เขียนก็คงจะเป็นสมบัติบ้าคู่กับผู้เขียนตลอดไป....