เมื่อวันเสาร์(๐๑-๐๙-๕๐) ตอนสี่โมงเย็นหลังการสอนนักศึกษาภาคพิเศษ ผมก็ออกเดินทางพร้อมครอบครัวของผมและครอบครัวของหัวหน้าสำนักงานคณะ เพื่อเดินทางไปรายงานความก้าวหน้าของงานวิจัยที่นครศรีธรรมราช ทีแรกตั้งใจจะให้สันติ โสะดำ (หน.สำนัก) เป็นคนขับ แต่ดูำไปดูมา สมาชิกในครอบครัวของแก่มากกว่าผม ผมเลยขับเองดีกว่า ขับทั้งขาไปและขากลับ จากมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาถึงนครศรีธรรม ในตอนขาไป ใช้ถนนเอเชียครับ คือ เข้าปัตตานี ผ่านหาดใหญ่ พัทลุง และเข้านครศรีฯ ใช้เวลาไปทั้งสิ้นประมาณ ๔ ชั่วโมงครึ่ง ตอนขากลับเปลี่ยนเส้นทางไปใช้ทาง หัวไทร เข้าสงขลา ปัตตานี และถึงมอย. ใช้เวลาเท่ากันครับ คือ ประมาณสี่ชั่วโมงกว่า ดีที่ไม่มีฝนตกระหว่างทางเลย

โครงการที่ผมไปรายงานความคืบหน้านี้ ผมไม่ได้เป็นหัวหน้าครับ แต่บังเอิญตั้งแต่เสนอโครงการ ปรับโครงการ จนกระทั่งรายงานความคืบหน้าครั้งนี้ (ครั้งที่หนึ่ง จากทั้งหมดสามครั้ง) ผมเป็นคนนำเสนอทั้งหมดเหลย แล้วบังเอิญรอบนี้ทีมวิจัยคนอื่น คือ หัวหน้าทีม ได้แก่ ดร.ดลวนะ ตาเยะ ท่านติดเตรียมงานนำเสนอผลงานวิชาการที่มหาวิทยาลัย รองลงมาคือ อ.อับดุรรอหมาน จะปะกียา ติดภาระกิจที่มาเลยเซีย เหลือผมอาวุโสถัดมา กับอ.สันติ จึงต้องเป็นผม 

เดิมทีเกือบต้องไปคนเดียวแล้วครับ แต่ด้วยความไม่แน่ใจในศักยภาพของผมเองในช่วงนี้ที่ชอบหลับในบ่อย เลยต้องหาคนนั่งไปด้วย ทีแรกภรรยาขอไปด้วย แต่กลัวว่าจะนั่งๆ รอๆ แล้วจะเบื่อ ก็เลยไม่อยากให้ไป จนแล้วจนรอด ไปกันทั้งสองครอบครัวเลย คือของอ.สันติ ภรรยาท่านเป็นคนนครศรีฯ อยู่แล้ว ทำให้สะดวกที่จะให้ลูกๆ ผมไปเล่นที่บ้าน

ปรากฏขาไป ผมไม่มีโอกาสหลับในเลยครับ เพราะตลอดเวลา ไม่คนนี้ร้อง คนโน้นก็ร้อง ไม่มีลูกใครนั่งนิ่งๆ เลย (สมาชิกในรถทั้งหมดรวมตัวเล็กๆ แล้ว ๙ คนครับ)

ไปถึงสามทุ่มก็ครอบครัวผมก็เข้าโรงแรม ส่วนครอบครัวสันติก็กลับไปบ้าน

เช้ามาก็ไปเข้าประชุม ก่อนเริ่มประชุมก็ได้ประเด็นน่าสนใจมากหนึ่งประเด็นครับ คือ ท่าน ผศ.สมหมาย  ปิ่นพุทธศิลป์ ท่านทักทายผมด้วยข้อคำถามที่ว่า อาจารย์ครับ ในภาษาไม่รู้ว่าภาษาอะไรล่ะ ที่ใช้กันในอิสลามนะ มีคำว่า แขก หรือคำที่คล้ายๆ คำนี้ไหม

ผมงงเล็กน้อยครับ แล้วตอบท่านไปว่า แขก ภาษาอาหรับคือ "ฏูยุบ" แล้วก็ถามต่อไปว่า แขกที่ว่า หมายถึงผู้มาเยี่ยมใช่มัยครับ

ท่านก็ตอบผมว่า ไม่ใช่ ผมหมายถึงที่มุสลิมในประเทศไทยเรียกตัวเองว่า "แขก" นะ

ผมก็ตอบไปตามที่ผมรู้คือ มุสลิมไม่มีชื่อเรียกแบบนี้เลย เท่าที่ผมจะได้ว่า มีคนบอกผมว่า คนที่ทำให้มุสลิมถูกเรียกว่า แขกคือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ท่านแย้งผมว่า ไม่ใช่ การเรียกว่าแขกมีมาก่อนหน้านั้น เพราะในสมัยถลางเป็นเมือง มีบันทึกว่า ได้รับ"แขก" ที่มาจากปีนัง

ดังนั้นมุสลิมถูกเรียกอย่างนี้มานานแล้วเกินกว่าสองร้อยปี (เอาเข้าไปสิ)

แล้วตัวมุสลิมเองก็เรียกตัวเองว่า แขกเหมือนกัน ผมก็เลยยอมรับความจริงครับ เช่นการเข้าสุนัต (ขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชาย) ที่บ้านผมเขาเรียกว่า "เป็นแขก" 

ท่านผศ.สมหมาย เลยบอกว่า นี้เป็นประเด็นที่ต้องมีการศึกษา (ผมเห็นด้วยเป็นอย่างมากครับ ท่านผู้อ่านเป็นว่าไง) 

จากเดิมคิวการรายงานความก้าวหน้าของผมอยู่ช่วงบ่าย (ปกติ ผมมักจะใช้คำว่า รายงานความคืบหน้ากับงานวิจัยผม เนื่องจากงานวิจัยผมส่วนใหญ่จะได้ทีละคืบ ไม่ค่อยถึงก้าวเท่าไร ยกเว้นงานนี้ เนื่องจากหัวหน้าทีมเข้มงวดเรื่องเวลา ฮิฮิ) 

แต่ผมได้ไปประสานทีมงานว่าขอเป็นช่วงเช้าได้มัยจะได้กลับบ้านเร็วหน่อย กลัวเรื่องความปลอดภัย แล้วบังเอิญประจวบเหมาะกับทีมของม.ทักษินที่ขอเลื่อนไปช่วงบ่าย ผมจึงได้รายงานเป็นอันดับแรก

การรายงานราบรื่นครับ ได้รับคำชมจากที่ปรึกษา และได้รับการท่วงติงจากคณะกรรมการท่านอื่นในเรื่องการเขียนอ้างอิง (แฮะ แฮะ รู้แต่ต้นครับว่า ผิด เพราะเขียนกันสี่คน พอเอามารวมกัน ผมไม่มีเวลาแก้ไขใหม่ มันเลยหลากหลายมาก) และท่านประธาน ศ.ชวน เพชรเหมือน ติงเรื่องรูปแบบรายงานที่ไม่ได้เขียนออกมาเป็นบทๆ ซึ่งในการรายงานครั้งนี้ต้องมีบทที่หนึ่งและบทที่สอง ผมจะแย้งแต่ท่านไม่เปิดโอกาส ที่ผมจะแย้งคือ หนังสือที่แจ้งให้ผมไปรายงาน ระบุว่าให้เขียนเป็นรูปของบทความวิชาการ ไม่ใช่ให้ส่งเป็นบทของรายงานวิจัย

อีกเรื่องหนึ่ง ท่านติงว่าผมพูดเกินเวลา (ให้คนละยี่สิบนาที) อันนี้จะค้านเหมือนกัน ว่าท่านจับเวลาผิดหรือเปล่า ผมพูดแค่ สิบห้านาทีเอง เป็นงงเลยครับ

ถ้าเปรียบเทียบงานของทีมผมกับทีมอื่นๆ ผมรู้สึกว่า ทีมผมจะได้รับคำชม และไม่ได้รับการตำหนิในกระบวนการวิจัยเลย ซึ่งต่างจากทีมอื่น ที่บางเรื่องโดนติงไปถึงเรื่องโครงการใหม่เลย (อันนี้ มีคอนเฟิร์มกับคณะกรรมการท่านหนึ่งมาพูดกับผมนอกรอบ)

เสร็จจากการประชุม ผมก็พาครอบครัวไปเที่ยวสวนสมเด็จฯ ที่ท่าลาด ตามกำหนดการเดิมต้องการไปเยี่ยมแม่ของพี่เขยด้วย แต่สุดท้ายกว่าจะเตรียมเด็กๆ ขึ้นรถไปได้ก็กินเวลาไปสองชั่วโมง พอไปถึงสวนสมเด็จฯ เห็นเด็กๆ เพลินกับการดูนก ดูปลาและสัตว์ต่างๆ ก็เลยไม่อยากให้เสียบรรยากาศ จึงเปลี่ยนใจค่อยหาโอกาสใหม่ไปเยี่ยมแม่พี่เขยแล้วกัน

พอขึ้นรถกลับ เด็กๆ ก็พากันหลับทันทีครับ เพราะเล่นกันจนเหนื่อยทั้งวัน